หน้าแรก คอลัมนิสต์ แล้วยังไงต่อ ...

แล้วยังไงต่อ โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

14.07.16 | 13:00 น.
แฟ้มภาพ

คําถามยอดฮิตในระยะนี้ คือผ่านหรือไม่ผ่าน แล้วจะยังไงต่อ ?!

หมายถึงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน

ในบัตรเลือกตั้ง ที่เห็นตัวอย่างในเว็บไซต์ของ กกต. ให้ลงประชามติใน 2 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 ให้ความเห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

และประเด็นที่ 2 ให้ความเห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ประเด็นเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

Advertisement

หรือที่เรียกกันว่า “คำถามพ่วง”

หลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า “คำถามพ่วง” ที่เป็นข่าวเกรียวกราวในระยะหนึ่ง เนื้อหาสาระคืออะไร

คำถามในบัตรก็คือ “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”

ลองย้อนไปมองการลงประชามติรัฐธรรมนูญปี 2550 หรือเมื่อ 9 ปีก่อน อาจจะได้มุมมองเพิ่มขึ้น

การลงประชามติคราวนั้น มีขึ้นเมื่อ 19 ส.ค.2550

มีผู้มาใช้สิทธิ 57.61% หรือ 25.9 ล้านคน จากจำนวนผู้มีสิทธิ 45 ล้านคน

โหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ 14.7 ล้านคน หรือ 57.81% ไม่รับ 10.7 ล้านคน หรือ 42.19%

แยกรายภาค จะพบว่า โหวตรับในทุกภาค ยกเว้นอีสาน

ภาคกลาง รับ 5.7 ล้าน หรือ 66.53% ของผู้มาใช้สิทธิในภาคกลาง ไม่รับ 2.8 ล้าน หรือ 33.47%

ใต้ รับ 3.2 ล้าน หรือ 88.30% ไม่รับ 4 แสน หรือ 11.7%

อีสาน รับ 3.05 ล้าน หรือ 37.20% ไม่รับ 5.1 ล้าน หรือ 62.80%

เหนือ รับ 2.7 ล้าน หรือ 54.47% ไม่รับ 2.2 ล้าน หรือ 45.53%

ส่วนกรุงเทพฯซึ่งรวมอยู่ในภาคกลาง ถ้าแยกออกมา โหวตรับ 1.4 ล้าน หรือ 65.69% ไม่รับ 7 แสน หรือ 34.31%

ประชามติดังกล่าว กลายเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ใช้จากปี 2550 จนถึงปี 2557 เป็นห้วงเวลาที่ไม่ราบรื่นมากที่สุดห้วงหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย

แล้วยกเลิกด้วยการยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค.2557

ร่างรัฐธรรมนูญในปีนั้นเผชิญแรงต้านพอสมควร เพราะยกร่างโดยสภาแต่งตั้งที่มาจากการรัฐประหาร 2549 และมีบทบัญญัติบางเรื่องไม่เป็นที่ยอมรับ

แต่ผ่านประชามติด้วยปัจจัยหลายประการ รวมถึง “ตัวช่วย” ที่ว่า รับๆ ไปก่อน แล้วค่อยแก้ทีหลัง

ประชามติรอบนี้ สถานการณ์แตกต่างจากปี 2550

บรรยากาศก่อนการลงมติ ทำให้คาดหมายได้ยากว่าผลจะออกมาอย่างไร

ผู้มีสิทธิที่เพิ่มเป็น 50 ล้านคน จะออกมาเท่าไหร่ จะถึง 80% อย่างที่รัฐบาลและ กกต.ตั้งเป้าหรือไม่

และถึงแม้รัฐบาลย้ำแล้วย้ำอีก ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน การเลือกตั้งจะเกิดในปี 2560 แน่นอน

แต่ผลต่อการเมือง ระหว่างผ่านกับไม่ผ่าน จะแตกต่างกันอย่างมาก