รายงาน : จังงัง การเมือง ว่างงาน 10 กว่าล้าน ผลพวง รัฐบาล

15.04.20 | 13:00 น.

เสียงของรัฐบาลเริ่มสำแดงแนวโน้มในลักษณะผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นต่อมาตรการ “เข้ม” ในห้วงแห่ง
สถานการณ์ฉุกเฉิน

ถามว่ามาจากอะไร

บางคนอาจเห็นจากภาวะ “โกลาหล” อันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายในโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” ที่นับวันจะยืนยันว่า “ปัญหา” เกิดขึ้นจริง

เกิดขึ้นจริงเหมือนที่ “เพื่อไทย” สำแดง เหมือนที่ “ก้าวไกล” สำแดง

ยิ่งเมื่อปัญญาชน นักวิชาการ ไม่ว่าจะเป็น นายอรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ จากเชียงใหม่ นายประภาส ปิ่นตบแต่ง
จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดผลการวิจัย

Advertisement

ยิ่งทำให้เกิดอาการนะจังงัง

พลันที่กลุ่มผู้ประกอบการเสียงดังใน สมาคมธนาคาร หอการค้า สมาคมนายจ้าง ประสานเสียงห่วงใยแนวโน้มคนจะตกงานกว่า 10 ล้านคน

ยิ่งทำให้สะทกระเนน เอนไหว

คําถามที่ตามมาอย่างฉับพลันทันใดก็คือ จำนวนคนที่จะตกงานกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศนั้นเป็นผลจากอะไร

อาจตอบได้ว่าเพราะ “ไวรัส”

แต่ในความเป็นจริงก็เริ่มมาจากรัฐบาลที่เริ่มจากการส่งสัญญาณว่าจะนำ พ.ร.บ.บริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉินมาบังคับใช้

ตามมาด้วยมาตรการเข้มของ กทม.

ผลก็คือ คนที่รู้ว่าต้องตกงานแน่นอน ไม่ว่าแรงงานไทย ไม่ว่าแรงงานต่างด้าว ต่างทยอยกันเดินทางออกจากกรุงเทพฯทะลักขนส่งหมอชิต

ผลก็คือ ต้องงัดโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน”

ผลก็คือ ปรากฏช่องว่าง รอยโหว่ จำนวนมหาศาล บ่งบอกความเดือดร้อน บ่งบอกความผิดหวังต่อมาตรการเข้ม

เป็นผล “ลบ” มิได้เป็นผล “บวก”

มาตรการเข้มในเรื่องเหล้าสุรา มาตรการเข้มในเรื่องการชุมนุมสังสรรค์ มาตรการเข้มในเรื่องหน้ากากอนามัย อาจดูขึงขัง

แต่ถึงไม่ “ฉุกเฉิน” ก็เข้มได้

ประเด็นอยู่ที่ผลสะเทือนจากมาตรการ “เข้ม” ทำให้คนตกงาน ทำให้คนขาดรายได้ และหากต่อเนื่อง ไปอีกหลายเดือน “อาการ” ก็จะปรากฏ

จึงได้มีตัวเลขว่างงาน 10 กว่าล้านคนออกมา

ตัวเลขว่างงาน 10 กว่าล้านคนอันมาจากบรรดานายจ้างและผู้ประกอบการนี้เองที่ก่อภาวะนะจังงังขึ้นภายในรัฐบาล

เท่ากับเป็นการกระตุก เท่ากับเป็นการเตือน

เตือนให้รู้ว่าการไม่มีแผนการอย่างรัดกุมจะเป็นโทษอย่างไร และที่สำคัญก็คือจะมีผลต่อคะแนนและความนิยมของรัฐบาลอย่างไร

โอกาสที่รัฐบาลจะกลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” มีสูง

ท่าทีของรัฐบาลภายหลังจากห้วงแห่งเทศกาลสงกรานต์จึงเป็นท่าทีที่ควรให้ความสนใจอย่างเป็นพิเศษว่าดำเนินไปอย่างไร

จะ “ถอย” หรือ “รุก”

เนื่องจากคนที่เฝ้ามองมิได้มีเพียงแต่ฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล เท่านั้น หากแม้กระทั่งที่ร่วมอยู่ในรัฐบาลก็ไม่อาจวางใจได้

ไม่ว่าจะถอย ไม่ว่าจะรุก จึงสำคัญ