New normal ปทัสถานใหม่ โดย ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

จริงๆ แล้วคำว่า New normal ไม่มีความสำคัญอะไรมากกว่าการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เมื่อมนุษย์ได้รับสิ่งใหม่ๆ นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน มันก็จะกลมกลืนไปในวิถีชีวิตปกติ อย่างเช่นเมื่อก่อน เราขึ้นรถเมล์ไปไหนต่อไหนเป็นปกติ หรือขึ้นรถไฟรถประจำทางไปต่างจังหวัด เมื่อมีรถไฟฟ้า มีเครื่องบินตั๋วราคาถูก เราก็เปลี่ยนพฤติกรรม สิ่งที่ล้าสมัยก็จะหายไป แบบโทรศัพท์บ้าน เดี๋ยวนี้ก็เกือบจะไม่มีแล้ว

จำได้ว่าสมัยทำงานบริษัทโทรคมนาคมใหญ่ของประเทศ เราไปเปิดตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในหลาย
ประเทศรอบๆ ประเทศไทย ไม่ว่าลาว กัมพูชา แม้กระทั่งอินเดีย ซึ่งประเทศเหล่านี้ประชาชนจำนวนมากยังไม่มีโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์บ้านเหมือนเรา เมื่อได้รับสัมปทานจากรัฐบาลประเทศเหล่านั้น การสื่อสารของประชาชนก็เปลี่ยนแบบก้าวกระโดด จากที่มีโทรศัพท์บ้านใช้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ กลายเป็นใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่กันทั้งประเทศ ไม่ต้องลากสายเคเบิลข้ามน้ำข้าม
ทะเล สร้างสถานี ศูนย์โทรศัพท์ มันก้าวข้ามสิ่งที่เคยเป็นปัญหาทั้งหมด สิ่งนี้น่าจะเป็น New normal ในความหมายนี้ได้

แต่เทคโนโลยีไม่หยุดนิ่ง เดี๋ยวมันก็เปลี่ยนไปอีก ถ้าเรียกอะไรๆ ที่เปลี่ยนไปว่า New normal มันก็จะมี new new normal, new new new normal ไม่มีวันจบ แล้วเราจะไปเรียก new normal เพื่ออะไร เพราะมันเป็นแค่สไตล์การใช้ชีวิต วิถีชีวิตเท่านั้น เป็นพัฒนาการของสังคมปกติ

ผมเองรู้จักคำนี้มานานหลายปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุไวรัสโควิด-19 ระบาด ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องแนวทางใหม่หลักๆ ที่จะกลายเป็นวิถีหรือรูปแบบปกติต่อไปในอนาคตในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ใช้กันครั้งแรกๆ เป็นเรื่องของเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องรูปแบบทางการค้าระหว่างประเทศ เป็นนโยบายของประเทศที่เปลี่ยนแนวทางเศรษฐกิจของประเทศใหม่ที่แตกต่างจากเดิม ประธานาธิบดีทรัมป์ก็พูด ประธานาธิบดีปูตินก็พูด ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงก็พูด เป็น New normal economy หมายถึงรูปแบบการค้าเสรีจะ
เปลี่ยน pattern หรือรูปแบบตามนโยบายด้านเศรษฐกิจแบบใหม่

แต่หลังจากที่โรคระบาดเกิดขึ้น สภาพการใช้ชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนไป ทั้งจากการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อและจากประกาศคำสั่งของรัฐที่มีผลบังคับนานเป็นเดือนๆ ก็เกิดมีคนที่รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตหลายด้านไม่ว่าการสื่อสาร การกินการอยู่ ที่พักที่อาศัย การเดินทาง แล้วก็คิดว่ามนุษย์อาจจะเกิดความเคยชินแล้วกลายเป็นสิ่งปกติใหม่ กลายเป็นนิว นอร์มอลเช่นกัน

ผมแปลคำว่า New normal ว่า…ปทัสถานใหม่… แต่คนอื่นก็แปลเป็นคำอื่นแตกต่างกันไป เช่น วิถีชีวิตใหม่ เรื่องปกติใหม่ รูปแบบใหม่ หรืออาจจะมีคำอื่นอีกที่ผมไม่ทราบ เพราะตอนนี้จะทับศัพท์ภาษาอังกฤษไปแล้วเพราะผมมองว่าเป็นเรื่องของพฤติกรรมมนุษย์ในสังคม ตั้งแต่การใช้ชีวิตส่วนตัว ครอบครัว ชุมชน ขึ้นไปถึงระดับประเทศ นานาชาติ และระดับโลกในทุกเรื่องที่เป็นปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงนั้นจะคงอยู่แบบถาวรอีกนานจนกลายเป็นเรื่องปกติไป เป็นนิว นอร์มอล นิว นอร์มอลจึงมีความหลากหลาย ไม่ได้อยู่ที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง

จะถือว่าเป็นนิว นอร์มอลหรือไม่ ต้องเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้าง ไม่ใช่เปลี่ยนชั่วประเดี๋ยวประด๋าว แล้วกลับมาเหมือนเดิม ไม่งั้นก็จะมีหลายนิว นอร์มอล ผมไม่มั่นใจว่าวิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์เราจะเปลี่ยนไปง่ายๆ เพราะเราประพฤติปฏิบัติกันมานานจนเป็นประเพณีปฏิบัติ เป็นวัฒนธรรม เป็นรากเหง้าของการใช้ชีวิตของคนในสังคมสืบเนื่องกันมานับสิบนับร้อยปี แล้ววิกฤตโรคระบาดแค่ไม่กี่เดือนจะทำให้เกิดนิว นอร์มอลได้จริงหรือ

มีคนพูดกันถึงขนาดว่าการทำธุรกิจอุตสาหกรรมจะเปลี่ยนแปลง คนจะไม่อยู่คอนโดที่อยู่รวมกันเยอะๆ จะไม่ขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกันหลายคน จะไม่นั่งเรียนหนังสือในห้องเรียนรวมกัน จะไม่นั่งรถไปทำงานที่ต้องนั่งชิดกันอะไรต่อมิอะไรมากมาย ผมคิดว่าการระบาดของไวรัสครั้งนี้ไม่น่าจะมีผลถึงขนาดนั้น ผมใช้คำว่า สปัสซั่ม (spasm) คือเหมือนอาการกระตุกที่เกิดโดยสัญชาตญาณเอาตัวรอดโดยอัตโนมัติในช่วงเวลาที่จะทำอย่างไรให้ตัวเองปลอดภัยจากอันตรายเท่านั้น และเมื่อเหตุการณ์จบลงก็คงจะกลับมาเหมือนเดิม เพราะมันไม่ใช่การเปลี่ยนโครงสร้างหรือระบบ ไม่ได้เปลี่ยนพื้นฐาน ไม่มีผลถึงรากเหง้า แล้วมันจะเปลี่ยนอย่างถาวรเป็นนิว นอร์มอลได้อย่างไร

อาจมีบางอย่างเปลี่ยนไปเพราะในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดเกิดความเคยชินกับบางสิ่งบางอย่าง และแม้หลังการระบาดจบลง ก็เห็นว่าเป็นเรื่องดี อันนี้อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ถาวร แต่นั่นหมายถึงคนจำนวนมากในสังคมเป็นอย่างนั้น มีทิศทางเห็นพ้องที่จะเปลี่ยนแปลงพื้นฐานไปในแนวทางใหม่เหมือนกัน เป็นพฤติกรรมคนส่วนใหญ่ในสังคม อย่างนี้ถึงจะเกิดนิว นอร์มอลได้ ส่วนพฤติกรรมที่เกิดจากอาการกระตุกโดยอัตโนมัติชั่วระยะเวลาสั้นๆ นั้น ไม่น่าจะทำให้เกิดนิว นอร์มอลได้เลย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon