เรียนวิชาโหราศาสตร์ : วีรพงษ์ รามางกูร

เรียนวิชาโหราศาสตร์ : วีรพงษ์ รามางกูร

นอกจากจะสนใจในวิชารัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์และศาสตร์อื่นๆ แล้ว ยังสนใจในโหราศาสตร์อีกด้วย เมื่อประมาณต้นปี 2525 ขณะนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาแล้ว 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2523

และได้รับเลือกจากคณาจารย์และพนักงานให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นช่วงมรสุมชีวิตครอบครัวที่หนักมาก เป็นมรสุมที่กระหน่ำจนชีวิตแทบจะแตกสลายได้

ทราบว่า คุณปานสรวง ชุมสาย ณ อยุธยา เป็นผู้ที่สนใจวิชาโหราศาสตร์และเป็นคนที่มีเสน่ห์ทางเมตตามหานิยม คุณปานสรวงทำธุรกิจหลายอย่างที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว รวมทั้งธุรกิจการให้บริการเช่ารถยนต์ ธุรกิจมีขึ้นมีลง เคยทำร้านอาหารที่โรงแรมโอเรียนเต็ล

ได้ไปปรับทุกข์กับคุณปานสรวง คุณปานสรวงก็มักจะอธิบายไปในทางโหราศาสตร์ และปลอบใจว่า เมื่อดาวบาปเคราะห์และราหูผ่านพ้นไป ก็คงจะหมดเคราะห์

พิธีสะเดาะเคราะห์ก็คือ พิธีบวงสรวงและบูชาเทวดาประจำดาวนพเคราะห์ ตั้งแต่พระอาทิตย์ พระจันทร์ เรื่อยไปถึงราหู และเกตุ ควั่นเทียนจากขี้ผึ้งแท้ ไส้เทียนทำจากฝ้ายแท้จำนวน 9 เส้น สูงเท่าตัว เทียนขี้ผึ้งความยาวรอบศีรษะ 2 เส้น

สำหรับจุดทำน้ำพระพุทธมนต์และน้ำเทพมนต์ นิมนต์พระ 9 รูป มาสวดมนต์ นุ่งขาวห่มขาวในขณะรับน้ำพุทธมนต์และน้ำเทพมนต์ เสร็จแล้วขึ้นนั่งฟังพระสวดชัยมงคลต่อจนจบ ถวายภัตตาหารเพล เป็นอันเสร็จพิธี พิธีสะเดาะเคราะห์คราวนั้น อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร เป็นผู้ดำเนินการให้

หลังจากได้อาบน้ำพระพุทธมนต์และน้ำเทพมนต์แล้ว ก็รู้สึกสบายใจขึ้น หน้าที่การงานทั้งงานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี งานการเรียนการสอนและงานคณบดีที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ประสบความสำเร็จ งานที่ภูมิใจมากจนปัจจุบันนี้ก็คือสามารถผลักดันในการเปลี่ยนนโยบายการส่งออกของประเทศไทย จากที่เคยต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและการอนุญาต

การจำกัดโควต้าการส่งออก การเก็บภาษีขาออกจากสินค้าส่งออกสำคัญๆ เช่น ข้าว ยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง เสื้อผ้าและสิ่งทอ รวมทั้งโควต้าการนำเข้าสินค้าสำคัญหลายอย่าง เช่น น้ำมันพืช ถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง

สินค้าส่งออกและนำเข้าอยู่ภายใต้การควบคุมและกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ เป็นเหตุให้ราคาสินค้าเกษตรที่เราผลิตได้ ทั้งที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหารมีราคาต่ำกว่าราคาตลาดโลก ทำให้เราไม่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่ค้าและคู่แข่งได้ การผลิตสินค้าภาคเกษตรก็ชะงักงัน ไม่ขยายตัว จึงมีความตั้งใจว่าจะปลดพันธนาการของการส่งออกสินค้าเกษตรที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลกให้ได้ ซึ่งรัฐมนตรีไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองใดก็คัดค้านขัดขวางทั้งนั้น

แต่ก็สามารถผลักดันให้ยกเลิกภาษีขาออกในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกได้ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า non tariff barriers เช่น โควต้าส่งออก การจำกัดการส่งออกสินค้าบางอย่าง เช่น ข้าวเปลือก ไข่ไก่ หรือเนื้อสุกร

เวลาที่สินค้าเกษตรเหล่านี้มีราคาแพงตามวัฏจักร การจำกัด หรือโควต้าการส่งออกทำให้การปรับตัวของกลไกตลาดถูกขัดขวาง ราคาขึ้นลงไม่ตรงตามสภาพของตลาด การผลักดันนโยบายเศรษฐกิจในคณะรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจต้องมีการอภิปรายถกเถียงกัน สร้างความตึงเครียดให้ไม่น้อย เพราะทั้งตำแหน่งหน้าที่และอายุก็น้อยกว่ารัฐมนตรีที่ต้องอภิปรายถกเถียงกันอยู่เสมอ ทางออกที่ทำให้ผ่อนคลายไปบ้างก็คือการศึกษาวิชาโหราศาสตร์ เอาดวงชะตาของตัวเองมาเปิดดูเป็นงานอดิเรก

วั นหนึ่งเมื่อต้นปี 2525 จึงขอให้คุณปานสรวง นิสิตรุ่นน้องที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พาไปพบและขอเป็นลูกศิษย์ของ
อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร เพื่อเรียนวิชาโหราศาสตร์ พบท่านนั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน พร้อมๆ กับนักข่าวไทยรัฐ 2-3 คน ข้าราชการหลายกรม หลายกระทรวง รวมทั้งพราหมณ์จากสำนักพระราชวัง

เมื่อทราบความประสงค์ ท่านอาจารย์ถึงกับอึ้ง ก่อนจะขอวันเดือนปีสถานที่และเวลาเกิด แล้วท่านก็โยนให้ผู้ช่วยท่านคนหนึ่งพวกเราเรียกท่านว่า “เจ้าคุณ” เป็นผู้ผูกดวงให้ เพื่อดูว่าสมควรจะรับเป็นลูกศิษย์หรือไม่ กล่าวคือดาวพฤหัสในดวงชะตาเข้มแข็งหรือไม่

บังเอิญในดวงชะตา ดาวพฤหัสบดีมีตำแหน่งเป็นอุจสถิตอยู่ในราศีกรกฎ แถมยังร่วมกับจันทร์ด้วย แม้จะมีราหูอาทิตย์และพุธร่วมก็ไม่เป็นไร เพราะเข้มแข็งน้อยกว่าพฤหัสและจันทร์ที่เป็นอุจและเกษตร ท่านจึงตบบ่ารับเป็นลูกศิษย์และเริ่มเรียนได้

วิธีเรียนกับท่านก็คือ ไปหาตำราของท่านชื่อ “แนวทางศึกษาโหราศาสตร์” และหนังสืออื่นๆ ที่ท่านแต่งอีกหลายเล่ม รวมทั้งปฏิทินโหราศาสตร์ ตามระบบดาราศาสตร์สากล ตามแนวของ อ.ก. ลาหิรี (A.K. Lahiri) แห่งสถาบันโหราศาสตร์ของอินเดีย สำหรับปฏิทินโหราศาสตร์ตามคัมภีร์สุริยยาตร์ของไทย ที่สมมุติว่าดาวทุกดวงหมุนรอบโลกเป็นวงกลม ท่านก็กล่าวว่าใช้ได้ เป็นการประมาณการที่ใกล้เคียง ใช้กันมาก่อนกว่า 1,500 ปีแล้วจนถึงบัดนี้

แต่เมื่อกาลิเลโอพิสูจน์ว่าพระอาทิตย์เป็นศูนย์กลางสุริยจักรวาล ดาวโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี พระจันทร์หมุนรอบโลกก็เป็นวงรี ปฏิทินโหราศาสตร์ไทยเราก็ควรอนุวัตไปตามความจริงทางวิทยาศาสตร์ด้วย แต่ความจริงที่ว่าจุดเริ่มต้นของราศีเมษคือวันที่กลางวันและกลางคืนเท่ากันที่เส้นศูนย์สูตรนั้น บัดนี้ตรงกับวันที่ 22 มีนาคม จุดเริ่มต้นของราศีเมษของโหราศาสตร์สากลจึงตกอยู่ราวๆ วันที่ 22 มีนาคมอยู่ที่ราศีมีน แต่ไทยเรายังถือว่าจุดเริ่มต้นของราศีเมษอยู่ที่วันที่พระอาทิตย์โคจรเข้ากลุ่มดาวฤกษ์อัศวินีและกลุ่มดาวแพะ

แบบของไทยจึงคงถือเอาวันสงกรานต์ พระอาทิตย์เริ่มโคจรเข้าร่วมราศีเมษในวันที่ 15 เมษายน ไม่ใช่จันทร์ที่ 22 มีนาคมแบบฝรั่ง เราก็เลยเรียกระบบของเราว่าเป็นระบบนิรายนะ ราศีอยู่คงที่ ไม่เคลื่อนที่เหมือนของโหราศาสตร์สากลหรือระบบสายนะ ที่จุดเริ่มต้นราศีเมษเคลื่อนที่ไปทุกปี ปีละประมาณ 56 ลิปดา หลังจากแบ่งจักรราศีที่ไม่เหมือนกันแล้ว ตำราก็คล้ายๆ กัน ทั้ง 2 ระบบต่างก็มีเหตุผลทั้งคู่ แต่ปฏิทินของไทยเรายึดถือเอาตามคัมภีร์สุริยยาตร์ โลกเป็นศูนย์กลางจักรวาล อาทิตย์ จันทร์และดาวอื่นหมุนรอบโลก

กล่าวคือทางโหราศาสตร์สากล ยึดเอาวันที่โลกทำมุมตั้งฉากกับพระอาทิตย์ กล่าวคือกลางวันและกลางคืนมีเวลาเท่ากัน เป็นวันที่พระอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษของปฏิทินสากล ส่วนปฏิทินโหรของไทยนั้นนับเอาวันเริ่มต้นของราศีเมษเมื่อพระอาทิตย์เริ่มเข้าสู่กลุ่มดาวฤกษ์อัศวินี ซึ่งตรงกับวันที่ 15 เมษายน แล้วไล่ไปราศีละ 30 องศาครบเป็น 1 ราศี

แบ่งเป็น 3 ตรียางค์ 1 ตรียางค์ แบ่งเป็น 3 นวางค์ ดังที่กล่าวมาแล้ว ส่วนปฏิทินทางจันทรคติของไทยซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากโหราศาสตร์จีนนั้น เน้นวันเดือนปีและเวลาเกิดที่แบ่งเป็นช่วงเวลา เวลาละ 2 ชั่วโมง เดือนอ้ายเดือนยี่ แต่ก็ไม่ตรงกับของไทย เอาวันตรุษจีนเป็นวันขึ้นปีใหม่ ส่วนปีก็ใช้ปีนักษัตร ชวด ฉลู ขาล เถาะ และที่สำคัญคือธาตุทั้ง 5 ได้แก่ น้ำ ลม ไฟ ไม้ และทอง แทนที่จะมีเพียง 4 ธาตุเหมือนโหราศาสตร์สากล และโหราศาสตร์ภารตะ ส่วนการแบ่งจักรราศี ฤกษ์ หรือนักษัตรก็เหมือนๆ กัน เวลาดูก็ดูว่าเวลาเป็นธาตุอะไร
วันเป็นธาตุอะไร เดือนและปีเป็นธาตุอะไร ชงกัน หรือช่วยกัน เป็นเบื้องต้น

การเรียนวิชาโหราศาสตร์กับอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร นั้น ทำได้ 2 ทาง คือ ติดตามไปฟังท่านบรรยายที่สมาคมโหราศาสตร์แห่งประเทศไทย แต่เมื่ออายุสูงขึ้นท่านก็เลิกไปบรรยาย ผู้ต้องการเรียนก็ต้องเรียนจากตำราของท่านที่เขียนไว้อย่างละเอียด ทั้งตำราโหรและตำราการให้ฤกษ์ยามซึ่งแยกเป็นอีกเล่มต่างหาก ตำราไสยศาสตร์ปลุกเสกเลขยันต์ ทำบุญสะเดาะเคราะห์ ยกศาลพระภูมิ ซึ่งวิชาเหล่านี้ท่านให้ผู้เรียนนั่งอยู่ชั้นล่างแต่มองเห็นกัน เพราะเป็นเดียรฉานวิชา

วิชาสำคัญของพราหมณ์คือวิชาโหราศาสตร์ ซึ่งมี 3 ภาค ภาคคำนวณตำแหน่งของดวงดาว ภาคพยากรณ์เป็นตำราของโหรและภาคพิธีกรรมเป็นหน้าที่ของพราหมณ์ ผู้เรียนต้องมีสติปัญญาและมีธรรมะ มีคุณธรรมพอที่จะรักษาจรรยาบรรณโหรทั้ง 10 ประการได้ เช่นเดียวกับแพทย์และอาชีพอื่นๆ

การไปเข้าเป็นศิษย์ของอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก เพราะในดวงชะตาดาวพฤหัสต้องเข้มแข็ง ดาวจันทร์และอาทิตย์ต้องไม่เสีย แน่ใจได้ว่ามีศีลมีธรรม ไม่นำโหราศาสตร์ไปในทางทุจริตชั่วร้าย จึงจะได้รับเป็นศิษย์ หลังจากได้รับการครอบจากอาจารย์ในวันเถลิงศกขึ้นปีใหม่ของไทยคือ
วันสงกรานต์ ที่บ้านอาจารย์เทพย์

พิธีครอบครูโหร ครูผู้ครอบจะทำพิธีเสกน้ำพุทธมนต์ โดยนิมนต์พระ 9 รูป มาสวดบูชาพระรัตนตรัย พร้อมๆ กับพราหมณ์สวดบูชาเทวดาเสกน้ำเทพมนต์ ผู้จะครอบต้องนำขันเงินพร้อมด้วยเงินเหรียญ 12 บาท เป็นค่ายกครู ครูจะนำไปหลอมร่วมในพิธีหล่อพระประธานสำหรับโบสถ์ใหม่หรือวิหารใหม่ ผู้ครอบครูจับที่กระดานชนวนครูด้วยมือซ้าย ยกมือขวาขึ้นในท่าพนม กล่าวคำขอเป็นศิษย์ ครูกล่าวรับเป็นศิษย์ แล้วเปลี่ยนผ้าอาบน้ำพุทธมนต์และน้ำเทพมนต์เป็นเสร็จพิธี และเป็นโหรมีครูอย่างสมบูรณ์

การไปเรียนโหราศาสตร์กับอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ยังไม่เคยเขียนเล่าไว้อย่างละเอียดในที่ใด แต่ลูกศิษย์รุ่นเดียวกันหลายคนก็ยังอยู่ เป็นนายทหาร เป็นแพทย์ เป็นวิศวกร รวมทั้งเป็นคอลัมนิสต์ชื่อดังในหนังสือพิมพ์หัวสีก็มีหลายคน แต่ไม่สู้ได้ติดต่อกันบ่อยนัก บางคนก็ไม่อยากแสดงตัวเกรงผู้คนจะหาว่างมงาย หลายคนไม่อยากให้ได้รู้ประวัติแต่ก็ไม่มีใครไม่อยากดูหมอดูดวง โหรจะต้องไม่นำความลับไปเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม วิชาโหราศาสตร์ ภาคดาราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์ แต่ภาคพยากรณ์และภาคพิธีกรรมไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เป็นพราหมณ์หรือฮินดู

อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ท่านมีเกลอที่เป็นโหรด้วยกันที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ พ.อ.ประจวบ วัชรปาน ผู้ซึ่งลี้ภัยการเมืองไปอยู่อินเดียเสียหลายปี จนสามารถอ่านเขียนภาษาสันสกฤตได้เป็นอย่างดี สามารถแปลคัมภีร์โหรจากภาษาสันสกฤตมาเป็นภาษาไทยได้หลายเล่ม เช่น พฤหัสชาดก ปาริชาตชาดก ซึ่งเป็นคัมภีร์โหราศาสตร์ชาดกที่สำคัญ จากตำราไทยก็ไปหาตำราโหรภารตะภาษาอังกฤษของท่าน พ.ว.รามณ ทั้งชุด จากร้านหนังสือลักษมี ถนนชนบาตร เมืองนิวเดลี มาศึกษาเพิ่มเติมอีกกว่า 10 เล่ม

โหราศาสตร์ยังสำคัญในสังคมและการเมืองไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ศุภลักษณ์’ ตอบจม.บิ๊กตู่ ชงยุทธศาสตร์สร้างรายได้แสนล้าน ดันไทยที่ 1 เซาท์ อีสท์ เอเชีย
บทความถัดไปขาไก่ขวางคอ กระดูกการบินไทย จุกอกรัฐบาล