ประชามติเจ้ากรรม โดย วีรพงษ์ รามางกูร

นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เมื่อผลการทำประชามติของประชาชนชาวอังกฤษออกมาตรงกันข้ามกับจุดยืนของเขา กล่าวคือนายเดวิด คาเมรอน มีความเห็นว่าอังกฤษควรจะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป การออกจากสหภาพยุโรปจะทำให้อังกฤษสูญเสียและเสียหายในทางเศรษฐกิจมหาศาล แม้แต่ฐานะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอังกฤษก็มีความเสียหายด้วย เพราะความเกรงใจของประเทศต่างๆ ในเวทีการเมืองทั่วโลกก็จะลดลง ในฐานะที่อังกฤษไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป

หลายคนอาจจะวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นความผิดของนายเดวิด คาเมรอน ที่ใช้ประเด็นจะจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ที่อังกฤษจะอยู่ในสหภาพยุโรปหรือไม่เพื่อชนะการเลือกตั้ง แต่ประเทศที่เป็นแม่บทของระบอบประชาธิปไตยระบอบรัฐสภาอย่างอังกฤษ พรรคการเมืองควรจะสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ กรณีพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งขณะนั้นนายเดวิด คาเมรอน เป็นหัวหน้าพรรค การชนะการเลือกตั้งก็หมายความว่าประชาชนอังกฤษต้องการให้รัฐบาลจัดให้มีการทำประชามติ ว่าอังกฤษสมควรจะเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนดีกว่าคลุมเครือ เพราะประชาชนแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายคนสูงอายุและมีฐานะทางเศรษฐกิจอยากให้อังกฤษกลับมาเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรี ไม่เป็นรองใคร ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนีหรือฝรั่งเศส เหมือนกับที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ส่วนคนหนุ่มสาวและคนชั้นกลางอยากให้อังกฤษยังคงอยู่ในสหภาพด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ และอาจจะรวมไปถึงความเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปย่อมมีอำนาจต่อรองกับโลกภายนอกดีกว่า ซึ่งก็สุดแต่จะคิด ถ้ามีการลงประชามติใหม่ผลอาจจะออกมาตรงกันข้ามก็ได้ แต่คงจะทำไม่ได้แล้วเพราะผลของการลงประชามติ ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นพรรครัฐบาลหรือพรรคกรรมกรที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน จะต้องให้ความเคารพ

นายกรัฐมนตรีคาเมรอน เมื่อได้แสดงจุดยืนให้เห็นว่าอังกฤษควรอยู่ในสหภาพต่อไป แม้ว่าการอยู่หรือออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ไม่ใช่ประเด็นหาเสียงในการเลือกตั้ง ประเด็นหาเสียงในการเลือกตั้งคือจะจัดให้มีการลงประชามติ ซึ่งตนก็ได้ปฏิบัติตามที่ได้สัญญากับประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงแล้วก็ตาม

พรรคกรรมกรฝ่ายค้านก็ไม่ถือโอกาสโจมตีรัฐบาลพรรคอนุรักษนิยม ว่าทำให้อังกฤษต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล อันเป็นผลจากการจัดให้มีการลงประชามติ แต่เปิดโอกาสให้พรรคอนุรักษนิยมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังจากนายคาเมรอนประกาศลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเป็นเมืองไทยฝ่ายค้านคงโจมตีรัฐบาลพรรคอนุรักษนิยมอย่างมาก

Advertisement

นางเทเรซา เมย์ หัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมคนใหม่ก็ประกาศเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อทำการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต่อไป แม้เธอเองก็มีความเห็นว่าอังกฤษไม่ควรออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป แต่เมื่อผลของการลงประชามติเป็นอย่างไร เธอก็ยอมรับผลของการลงประชามติและจะเป็นผู้ดำเนินการเจรจาในขั้นตอนของการออกจากสหภาพยุโรปต่อไป ในขั้นเจรจาการค้าเพื่อออกจากสหภาพกับสหภาพเองและกลุ่มประเทศอื่นๆ ทั้งที่เป็นการเจรจาแบบทวิภาคี กับการเจรจากับกลุ่มประเทศที่เป็นแบบพหุภาคี ซึ่งอังกฤษอยู่ในฐานะเสียเปรียบ รัฐบาลอังกฤษก็คงจะทำอะไรไม่ได้เสียแล้ว คงต้องเป็นอย่างนั้น

เมื่อเห็นผลสะท้อนของการลงประชามติในประเทศอังกฤษ แล้วก็ลองมานึกถึงการจะมีการลงเสียงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม ถ้าหากผลของการลงประชามติออกมาว่ารับร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างก็ดำเนินการไปตามโรดแมปที่คณะรัฐประหารหรือ คสช.ได้ร่างเอาไว้ เหมือนกับประชาชนอังกฤษลงมติอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป แต่ถ้าผลประชามติของคนไทยว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็คงจะยุ่ง เพราะไม่ได้วางแผนเอาไว้ว่าจะทำเหมือนๆ กับผลของการลงประชามติของชาวอังกฤษ ให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป

ในกรณีที่ผลของการลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนคนไทย ขณะนี้ยังไม่มีใครตอบได้ แม้แต่คณะรัฐประหาร คสช.ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ฟังจากที่รองนายกรัฐมนตรีก็ดี รองนายกรัฐมนตรีก็ดี ให้สัมภาษณ์ ก็รู้สึกได้ทันทีว่ายังไม่มีแผนอะไรรองรับว่าจะดำเนินการอย่างไร หากจะให้หัวหน้า คสช.เป็นผู้หยิบเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้โดยไม่ต้องมีการลงประชามติ ก็คงจะอธิบายได้ยาก หากจะให้มีการลงประชามติใหม่ก็คงทำไม่ได้ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้จะอยู่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็คงไม่ได้ ดูจะเป็นประเด็นทางการเมืองต่อไป

ถ้าจะต้องยึดตามแผนเดิมหรือโรดแมปเดิม คือต้องมีการเลือกตั้งภายในปี 2560 ก็คงจะฉุกละหุกไม่น้อย และถ้าผลการเลือกตั้งออกมาเหมือนเดิม การทำรัฐประหารก็จะเป็นการเสียของ จะใช้กลเม็ดเดิมว่ารับไปก่อนแล้วแก้ไขทีหลังอย่างกรณีประชามติรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็คงจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว

ครั้นจะมุ่งมั่นที่จะให้ผลของการลงประชามติเป็นไปในทางรับร่างรัฐธรรมนูญจนเกินไป จนทำให้บรรยากาศในขณะนี้คนไม่รู้สึกว่าเป็นการจัดการลงประชามติที่เสรีและยุติธรรม หรือที่ชอบพูดกันว่า free and fair เพราะ พ.ร.บ.ประชามติมีบทบัญญัติที่แปลกๆ หลายอย่างในการจำกัดการออกความเห็น หรือการรณรงค์ของกลุ่มประชาชน หรือพรรคการเมือง ว่าควรจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

บรรยากาศที่อบอวลอยู่ในขณะนี้ กลายเป็นการทำให้เรื่องการออกเสียงประชามติซึ่งควรจะเป็นเรื่องเล็ก ไม่ใช่เรื่องของใคร ควรจะปล่อยให้เป็นเรื่องของประชาชน แต่ประชาชนก็ยังมืดแปดด้านว่า สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีว่าอย่างไร เพราะยังไม่เห็นเอกสารของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือ กกต. แต่เห็นเอกสาร “ความเห็นแย้ง” ของฝ่ายไม่เห็นด้วย ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งขณะนี้ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ร่างรัฐธรรมนูญปลอม” การประชาสัมพันธ์ของฝ่ายรัฐบาลที่อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านการรับรองของประชาชน ดูจะอ่อนกว่าฝ่ายที่คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ปกติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาก็ดี หรือการลงประชามติก็ดี ประชาชนก็อยากจะได้ยินได้ฟังเหตุผลสนับสนุนและเหตุผลที่คัดค้าน แม้จะมีการโกหกพกลมกันบ้างก็ตาม เพื่อการตัดสินใจว่าตนสมควรจะลงคะแนนเสียงอย่างไร การแสดงความคิดความเห็นของฝ่ายต่างๆ รวมทั้งของสื่อมวลชน ย่อมจะทำให้ผู้ออกเสียงประชามติสมควรจะตัดสินใจได้ดีขึ้น เพราะประชาชนรู้ดีว่าตนต้องการจะลงคะแนนเสียงอย่างไร ข้อสำคัญจะทำให้ผลของการลงประชามติมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น เป็นการลงประชามติที่เสรียุติธรรมและโปร่งใสโดยไม่มีข้อครหา

งานการเมืองนั้นอยู่ที่การสร้างความมั่นใจว่า เสียงของแต่ละคนมีความหมายและได้รับการยอมรับนับถือ ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยว่าฝ่ายที่จัดการลงประชามติ ดำเนินการอย่างไม่เสรี ไม่ยุติธรรมและไม่โปร่งใส

บรรยากาศก่อนจะมีการลงเสียงประชามติ คงจะมีความเข้มข้นมากขึ้น แม้ว่าจะมีความพยายามกดดันไม่ให้มีการออกความเห็น ไม่ให้มีการสร้างกระแส “รับ” หรือ “ไม่รับ” ไม่ให้มีการเคลื่อนไหว ซึ่งขัดต่อสัญชาตญาณและพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งนักปราชญ์ทางรัฐศาสตร์ถือว่าเป็น “สัตว์การเมือง” หรือ “political animal” ขณะเดียวกันก็เป็น “สัตว์สังคม” หรือ “social animal” ไม่สามารถอยู่โดดเดี่ยวเป็นโรบินสัน ครูโซ ได้

การจะห้ามคนไม่ให้มีสัญชาตญาณและพฤติกรรมทางการเมืองทำได้ยาก และอาจจะทำไม่ได้ มิฉะนั้นจะต้องมีนักโทษการเมืองเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา

การมีนักโทษการเมืองเป็นดัชนีความผิดปกติของระบบการเมือง ยิ่งมีนักโทษการเมืองมากเท่าใด ก็เท่ากับความผิดปกติของระบบการเมืองมีมากเท่านั้น

เป็นสัจธรรมทางการเมือง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image