หน้าแรก คอลัมนิสต์ หินก้อนนั้น ...

หินก้อนนั้น คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

17.07.16 | 13:01 น.

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามลดน้ำหนักวาทะ “คาบลูกคาบดอก” ของตัวเอง ที่ว่า จะเขียน (รัฐธรรมนูญ) เอง หากไม่ผ่านประชามติ ลงอย่างหนัก

แต่ดูจะไม่ได้ผล

แถม “คนใน” ยังมีการรับลูก อย่างฉับไวอย่างน่าสังเกตด้วย

แน่นอนที่ฉับไว ก็ต้อง นายวิษณุ เครืองาม ผู้มากประสบการณ์นั่นเอง

โดยออกมาถากถาง ให้เห็น “ทาง” 4 ข้อคือ

Advertisement

1.ต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้รู้ว่าใครจะเป็นคนทำและรับผิดชอบในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่

2.จะทำโดยวิธีใด จะตั้งกรรมการขึ้นมาหรือหยิบฉบับใดฉบับหนึ่งขึ้นมา

3.จะต้องให้แล้วเสร็จภายในเวลาเท่าไร เพื่อจะได้รู้ว่าสัมพันธ์กับโรดแมปที่วางไว้หรือไม่

และ 4.กระบวนการหลังจากทำเสร็จแล้วจะทำอย่างไรต่อ จะให้ลงประชามติอีกหรือไม่ และจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าคงไม่ทำพราะจะทำให้เสียเวลาและล่าช้า

แถมยังแย้มๆ อย่างผู้มีประสบการณ์ด้วยว่า

“บางเรื่องใช้ตรรกะเดาเอาบ้างก็จะรู้ว่า การจะแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวจะต้องเกิดขึ้นเร็ว ซึ่งจะเร็วได้อย่างไรถ้าไม่คุยกันมาก่อน เมื่อต่างคนต่างคิดมาแล้วคงไม่ใช้เวลานาน”

ตีความตามคำพูดนี้ “เขา” ซึ่งหมายถึงผู้กุมอำนาจตอนนี้ คงไม่รอให้ผลประชามติ 7 สิงหาคม ออกมาก่อน แล้วค่อยคิด

หากแต่มีการเตรียมการ “ทางออก” เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

ถ้าประชามติ “ผ่าน” ก็คงไม่มีอะไรยุ่งยาก เดินหน้าตามโรดแมปกันต่อไป

อยากได้อะไรเพิ่มเติม ก็แปลงรูป ไปอยู่ในกฎหมายลูกที่จะต้องร่างขึ้น อีกประมาณ 9-10 ฉบับ

แต่หากประชามติ “ไม่ผ่าน” ก็คงวุ่นกันหน่อย

ประการแรกสุด รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คงต้องต้องทำ 4 ขั้นตอนอย่างนายวิษณุว่า

พร้อมๆ กับลดผลกระทบการพ่ายแพ้ ลงให้มากที่สุด

เรื่องลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศชัดเจนแล้ว “ไม่ออก”

เมื่อไม่ออกก็คงพยายามดึงตัวเองออกจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และโยนความรับผิดชอบทั้งหลายไปยัง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และ กรธ.ที่ไม่สามารถเขียนรัฐธรรมนูญให้ถูกใจชาวบ้านได้

และคงใช้ยุทธวิธีบางอย่างเพิ่ม

เช่น เริ่มมีการโยนหินถามทางแปลก-แปลก ออกมาให้ได้ยินแล้ว

และคนแรกที่โยนก็ไม่ใช่ใคร พล.อ.ประยุทธ์ นั่นเอง

ด้วยการปรารภว่าได้ยินคนพูด อยากให้ คสช.อยู่นานๆ เลยลงมติไม่ให้ประชามติผ่าน

คำปรารภนี้ ถูกนำมาขยายความและรับลูกโดยรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาล เป็นปี่เป็นขลุ่ย

คงตีความเป็นอื่นใดไม่ได้

นอกจาก เป็นการปูฟูก รองรับตนเองดีๆ นี่เอง

ทั้งนี้คงมีการประเมินแล้วว่า หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ คงมีกระแสชาวบ้านไม่เอารัฐบาล ไม่เอา คสช.

ซึ่งตรงนี้ คสช.และรัฐบาล ก็คงต้องรีบแก้เพื่อสยบวิกฤตศรัทธา

และนั่นคือ ที่มาของคำพูดประชามติรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ไม่ใช่เพราะชาวบ้านไม่เอา คสช.

แต่เพราะชาวบ้านต้องการให้ คสช.และรัฐบาลอยู่นานๆ ต่างหาก

แถม พล.อ.ประยุทธ์ ได้หลุดความในใจ (อย่างตั้งใจ??) อยากจะเขียนรัฐธรรมนูญเอง ให้ถูกใจตนเองแบบ 100%

ซึ่งแน่นอน นักการเมืองที่สามานย์ทั้งหลายคงถูกบดขยี้ให้แหลกลาญ

“ทางออก” แบบดื้อ-ดื้อและแปลก-แปลกเช่นนี้ อาจถูกประเมินว่า น่าจะตรงใจชาวบ้าน โดยเฉพาะแฟนๆ ที่หนุนการปฏิวัติ

เราถึงได้เห็น การโยนหินดังกล่าว

ส่วนจะเป็นไปตามการคาดหมายนั้นหรือไม่–การเมืองให้บทเรียนกับหลายคนถึงภาวะอันแปรผันและไม่แน่นอน

และคราวนี้ก็คงเป็นเช่นนั้น