หน้าแรก คอลัมนิสต์ กม.คุ้มครองเส...

กม.คุ้มครองเสรีภาพสื่อ โดย นฤตย์ เสกธีระ

19.07.16 | 12:00 น.

ได้รับเอกสารร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน มาอ่าน

อ่านจบแล้วเกิดข้อสงสัย … ร่างกฎหมายนี้เป็นจริงเป็นจังแค่ไหน

ทำไมองค์กรที่เรียกว่า “สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ” ต้องรับเงินจากรัฐบาลด้วย?

มาตรา 8 สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติอาจมีรายได้และทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

1.เงินที่รัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิม

Advertisement

….

3.เงินตามมาตรา 9

….

มาตรา 9 สรุปว่า ในทุกปีงบประมาณให้กระทรวงการคลังจัดสรรเงินที่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยตามกฎหมาย… ให้แก่สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อเป็นรายได้ในอัตราร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

แต่ต้องไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท !

รับเงินจากรัฐบาล และรับเงินจากกระทรวงการคลัง ซึ่งก็คือรัฐบาล

การรับเงินจากรัฐก็ไม่ได้รับมาเปล่าๆ เพราะสภาวิชาชีพฯ ต้องรายงานผลการดำเนินการให้รัฐทราบ

มาตรา 14 ให้สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติจัดทำงบดุล งบการเงิน และบัญชีทำการส่งสอบบัญชีภายใน 120 วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ

ตามระเบียบราชการเป๊ะ !

มาตรา 15 ให้สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติจัดทำรายงานประจำปีเสนอวุฒิสภาเพื่อทราบ และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ

วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่ไม่รู้ว่าจะมาจากการเลือกไขว้ หรือมาจากแต่งตั้งกันแน่

แต่ที่แน่ๆ คือไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน

เท่ากับว่าสภาวิชาชีพสื่อมวลชนต้องไปยึดโยงกับใครก็ไม่ทราบ

ไร้ความอิสระ ขาดความเสรี

แล้วจะมาคุ้มครองเสรีภาพองค์กรสมาชิกได้อย่างไร?

และเมื่อมองไปที่จำนวนเงินที่กำหนดไว้ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อปี

รู้สึกว่ามากไปหน่อยไหม ?

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนที่รับเงินจากรัฐบาลมากเช่นนี้ เมื่อเริ่มดำเนินงานไป สักพักจะขาดเงินจากรัฐบาลไม่ได้

สุดท้ายสภาวิชาชีพสื่อมวลชนจะเป็นอิสระได้หรือไม่ ยังเป็นคำถาม

ในความเห็นส่วนตัว งบประมาณของสภาวิชาชีพฯ ไม่น่าจะรับจากรัฐบาล

จะใช้วิธีเก็บค่าสมาชิกจากองค์กรสื่อมวลชนก็ทำไป

จะใช้วิธีเปิดรับบริจาคจากผู้มีจิตอนุเคราะห์ก็ไม่ว่า

แม้เงินดำเนินการจาก 2 ทางนี้อาจจะไม่สูงขนาด 50 ล้านบาท แต่ก็เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรง

เป็นเงินจากการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชน ซึ่งยืนอยู่บนสภาพเศรษฐกิจของประเทศ

เศรษฐกิจดีก็ดีด้วย เศรษฐกิจแย่ก็แย่ตาม

จะได้รู้ว่าแต่ละช่วงเวลา ชาวบ้านเขากินอิ่มนอนหลับ หรือว่ายากแค้นแสนเข็ญ

จะได้เป็นปากเป็นเสียงให้ชาวบ้าน จะได้มุ่งผลักดันให้ประเทศพัฒนา

เรื่องเงินดำเนินงานกิจการของสื่อมวลชน และองค์กรวิชาชีพฯ นั้นสำคัญ..ไม่เคยปฏิเสธ

แต่ถ้าเทียบความสำคัญกับเสรีภาพแล้ว…เสรีภาพน่าจะสำคัญกว่ามาก

และหากต้องเลือก สื่อมวลชนก็ต้องเลือกที่จะรักษาไว้ซึ่งเสรีภาพของตัวเอง

เสรีภาพในการเสนอข่าวสาร เสรีภาพในการเสนอข้อเท็จจริง

เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นภายใต้กรอบจริยธรรม

คงไม่มีใครเลือก “เงิน” มากกว่า “เสรีภาพ” เป็นแน่