ได้รับเอกสารร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน มาอ่าน
อ่านจบแล้วเกิดข้อสงสัย … ร่างกฎหมายนี้เป็นจริงเป็นจังแค่ไหน
ทำไมองค์กรที่เรียกว่า “สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ” ต้องรับเงินจากรัฐบาลด้วย?
มาตรา 8 สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติอาจมีรายได้และทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
1.เงินที่รัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิม
….
3.เงินตามมาตรา 9
….
มาตรา 9 สรุปว่า ในทุกปีงบประมาณให้กระทรวงการคลังจัดสรรเงินที่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยตามกฎหมาย… ให้แก่สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อเป็นรายได้ในอัตราร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
แต่ต้องไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท !
รับเงินจากรัฐบาล และรับเงินจากกระทรวงการคลัง ซึ่งก็คือรัฐบาล
การรับเงินจากรัฐก็ไม่ได้รับมาเปล่าๆ เพราะสภาวิชาชีพฯ ต้องรายงานผลการดำเนินการให้รัฐทราบ
มาตรา 14 ให้สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติจัดทำงบดุล งบการเงิน และบัญชีทำการส่งสอบบัญชีภายใน 120 วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ
ตามระเบียบราชการเป๊ะ !
มาตรา 15 ให้สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติจัดทำรายงานประจำปีเสนอวุฒิสภาเพื่อทราบ และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ
วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่ไม่รู้ว่าจะมาจากการเลือกไขว้ หรือมาจากแต่งตั้งกันแน่
แต่ที่แน่ๆ คือไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน
เท่ากับว่าสภาวิชาชีพสื่อมวลชนต้องไปยึดโยงกับใครก็ไม่ทราบ
ไร้ความอิสระ ขาดความเสรี
แล้วจะมาคุ้มครองเสรีภาพองค์กรสมาชิกได้อย่างไร?
และเมื่อมองไปที่จำนวนเงินที่กำหนดไว้ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อปี
รู้สึกว่ามากไปหน่อยไหม ?
องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนที่รับเงินจากรัฐบาลมากเช่นนี้ เมื่อเริ่มดำเนินงานไป สักพักจะขาดเงินจากรัฐบาลไม่ได้
สุดท้ายสภาวิชาชีพสื่อมวลชนจะเป็นอิสระได้หรือไม่ ยังเป็นคำถาม
ในความเห็นส่วนตัว งบประมาณของสภาวิชาชีพฯ ไม่น่าจะรับจากรัฐบาล
จะใช้วิธีเก็บค่าสมาชิกจากองค์กรสื่อมวลชนก็ทำไป
จะใช้วิธีเปิดรับบริจาคจากผู้มีจิตอนุเคราะห์ก็ไม่ว่า
แม้เงินดำเนินการจาก 2 ทางนี้อาจจะไม่สูงขนาด 50 ล้านบาท แต่ก็เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรง
เป็นเงินจากการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชน ซึ่งยืนอยู่บนสภาพเศรษฐกิจของประเทศ
เศรษฐกิจดีก็ดีด้วย เศรษฐกิจแย่ก็แย่ตาม
จะได้รู้ว่าแต่ละช่วงเวลา ชาวบ้านเขากินอิ่มนอนหลับ หรือว่ายากแค้นแสนเข็ญ
จะได้เป็นปากเป็นเสียงให้ชาวบ้าน จะได้มุ่งผลักดันให้ประเทศพัฒนา
เรื่องเงินดำเนินงานกิจการของสื่อมวลชน และองค์กรวิชาชีพฯ นั้นสำคัญ..ไม่เคยปฏิเสธ
แต่ถ้าเทียบความสำคัญกับเสรีภาพแล้ว…เสรีภาพน่าจะสำคัญกว่ามาก
และหากต้องเลือก สื่อมวลชนก็ต้องเลือกที่จะรักษาไว้ซึ่งเสรีภาพของตัวเอง
เสรีภาพในการเสนอข่าวสาร เสรีภาพในการเสนอข้อเท็จจริง
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นภายใต้กรอบจริยธรรม
คงไม่มีใครเลือก “เงิน” มากกว่า “เสรีภาพ” เป็นแน่

