หน้าแรก คอลัมนิสต์ สถานการณ์ ตุร...

สถานการณ์ ตุรกี ‘ฝน’ บ้านน้อง ก้องถึงพี่ ประชามติ 7 สิงหา

19.07.16 | 13:01 น.

ทั้งๆ ที่สถานการณ์ “รัฐประหาร” อันกลายเป็นสถานการณ์ “กบฏ” เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เกิดขึ้นที่ประเทศตุรกี อันคาบเกี่ยวระหว่างยุโรปกับเอเชีย

แต่ก็อึกทึกครึกโครมอย่างยิ่งในสังคม “ประเทศไทย”

อึกทึกครึกโครมกระทั่ง พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ “คสช.” ต้องออกมา “เบรก”

เบรก “คนไทย” มิใช่เบรก “คนเติร์ก”

สถานการณ์รัฐประหารในตุรกีก็อีหรอบเดียวกันกับสถานการณ์ “ประชามติ” อันเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน

Advertisement

เป็นสถานการณ์แห่ง “โลกาภิวัตน์” เป็นสถานการณ์แห่ง “ยุค 4.0”

ตอบตามสำนวนของสานุศิษย์ ฟิลิป ค็อตเลอร์ กูรูแห่งโรงเรียนการบริหารจัดการ เคลล็อก ก็ต้องว่าเพราะอิทธิพลของ DMD

นั่นก็คือ อุปกรณ์ดิจิตอล “พกพา”

ผลก็คือ “ประชามติ” ที่สหราชอาณาจักรแค่ส่งผลสะเทือนมาถึงไทยผลก็คือ “รัฐประหาร” ที่ตุรกีแต่ส่งผลสะเทือนมาถึงไทย

เท่ากับ “โลก” ได้ “ล้อม” ประเทศไทยโดยอัตโนมัติ

มองอย่าง “หลวม-หลวม” สถานการณ์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ละม้ายกับสถานการณ์เมื่อเดือนกันยายน 2549 และละม้ายกับสถานการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

แต่ “ผล” กลับไม่เหมือนกัน

ที่ว่าเหมือนเพราะว่ากระบวนการรัฐประหารมาจาก “กองทัพ” มาจากทหาร เป้าหมายเป็นรัฐบาลซึ่งมีรากฐานมาจาก “การเลือกตั้ง”

เดือนกันยายน 2549 ที่ประเทศไทย “เรียบโร้ย”

เดือนพฤษภาคม 2557 ที่ประเทศไทย “เรียบโร้ย”

ที่ต่างเพราะว่าสถานการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ประเทศตุรกีกลับไม่ “เรียบโร้ย” ทหารหาญแห่งกองทัพตุรกีจึงกลายเป็น “กบฏ”

เนื่องจากประธานาธิบดีตุรกี ไม่ยอม

ขณะเดียวกัน เนื่องจากประชาชนชาวตุรกีจำนวนมหาศาลก็ไม่ยอม ต่างพากันออกมาอยู่บนท้องถนน สำแดงการประท้วงแข็งขืนอย่างกล้าหาญ

ผลก็คือ ตายไม่ต่ำกว่า 200 ผลก็คือ บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 2,000

แต่ผลที่โลกเห็นว่าเป็นวีรกรรมและเป็นความยิ่งใหญ่ก็คือ ชัยชนะเป็นของรัฐบาลซึ่งมีประชาชนเป็นเสาค้ำ ความพ่ายแพ้เป็นของนักรัฐประหาร ต้องกลายเป็น “กบฏ” นำไปสู่การกวาดล้าง จับกุมอย่างกว้างขวางทางการเมือง

สถานการณ์ “ตุรกี” แตกต่างไปจาก “ไทย” อย่างแน่นอน

ถามว่าสถานการณ์จากตุรกีจะส่งผลสะเทือนมายังสถานการณ์ทางการเมืองของไทยในห้วงแห่งการเดินหน้าไปสู่การออกเสียง “ประชามติ” หรือไม่

อาจมี และอาจไม่มี

ที่ไม่มีเพราะว่าลักษณะทางสังคมระหว่างตุรกีกับประเทศไทยแตกต่างกัน ยิ่งกว่านั้นลักษณะและองค์ประกอบทางการเมืองก็แตกต่างกัน

จะเรียกร้องด้วย “กรอบ” และชุดในทาง “ความคิด” เดียวกัน คงยาก

แต่ที่ว่าอาจมีเพราะอย่างน้อยสภาพการณ์อันเกิดขึ้นที่ตุรกีเมื่อเทียบกับสภาพการณ์อันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ในไทยก็ละม้ายเหมือนกัน

จากจุดร่วมอย่างน้อยก็ 2 จุด

จุด 1 คือลักษณะร่วมจากสถานการณ์รัฐประหาร จุด 1 คือลักษณะร่วมจากการสนธิกำลังอันแข็งแกร่งโดยกองทัพ

“ประชามติ” คือความต่อเนื่องจากสถานการณ์ “รัฐประหาร”

ก็อย่างที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง หยิบยกขึ้นมากล่าวถึง ก็อย่างที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ หยิบยกขึ้นมากล่าวถึง นั่นก็คือ ต้องใช้ “ปากกา” มาเป็น “อาวุธ”

สำแดงพลังทางการเมืองในวันประชามติ 7 สิงหาคม

เป็นไปได้ว่าบรรยากาศทางการเมืองในไทยนับจากวันนี้จนกว่าจะถึงวันที่ 7 สิงหาคม อันเป็นวันประชามติ

กระหึ่มแห่งการรณรงค์ในการแปร “ปากกา” เป็นอาวุธซึ่งมาจากฝ่ายที่ไม่ต้องการรับ “ร่างรัฐธรรมนูญ” จะกระหึ่มขึ้นอย่างคึกคัก

แต่จะได้ผลมากน้อยแค่ไหนคำตอบอยู่ที่ “7 สิงหาคม”