61เผาหลอก 62เผาจริง 63เก็บกระดูก 64ลอยอังคาร : วีรพงษ์ รามางกูร

61เผาหลอก 62เผาจริง 63เก็บกระดูก 64ลอยอังคาร

หลังจากป่วยกระเสาะกระแสะ เรื้อรังมาตั้งแต่ทหารทำการปฏิวัติรัฐประหาร ปี 2557 ซึ่งกินเวลานานกว่า 6 ปีแล้ว เห็นได้ชัดว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ขั้นอาการหนัก เคราะห์ดีที่เรายังเกินดุลการค้าเล็กน้อยและดุลบัญชีเดินสะพัดค่อนข้างมาก

เนื่องจากดุลบริการเกินดุลอันเกิดจากนักท่องเที่ยวจีนให้ความนิยมเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยเป็นจำนวนมาก เพราะเมืองไทยมีเสน่ห์หลายอย่าง วารสารการท่องเที่ยวของโลกหลายฉบับยกย่องว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก กรุงเทพฯเป็นเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากกรุงลอนดอน

การที่คนจีนนิยมเดินทางมาเมืองไทยทำให้คนจีนติดใจในรสชาติอาหารไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารไทยแท้ๆ เช่น แกงเขียวหวาน ทอดมันปลากราย ต้มยำกุ้ง ลาบหมู ลาบเนื้อ แกงเหลือง แกงส้มปลาทะเล แล้วยังมีอาหารที่ประยุกต์จากอาหารอินเดีย เช่น แกงมัสมั่น แกงกะหรี่ ปูผัดผงกะหรี่ หมูสะเต๊ะ หรือประยุกต์จากอาหารจีน เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว เส้นใหญ่ราดหน้า ข้าวผัดหมูกุ้ง ไก่ และเนื้อปู ส่วนอาหารฝรั่งเศสและอิตาลีก็สามารถเลียนแบบได้อร่อยกว่าของแท้ที่บ้านเขาเสียอีก

อาหารญี่ปุ่นในไทยแม้ว่าจะสู้ที่ญี่ปุ่นไม่ได้ก็เฉพาะเรื่องความสดของวัตถุดิบ เนื่องจากต้องนำเข้าจากของเขา แต่อาหารญี่ปุ่นที่กรุงเทพฯก็ถูกกว่าที่ญี่ปุ่น เชฟที่แล่ปลาที่ญี่ปุ่น ถ้าไม่ใช่ร้านที่แพงจริงๆ ก็เป็นคนไทยจากภาคอีสานของเรา ที่ได้เคยฝึกการเฉือนเนื้อปลาดิบจนชำนาญจากร้านญี่ปุ่นต่างๆ ที่เปิดอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยาและภูเก็ตมาแล้ว

นักท่องเที่ยวจีนยังชอบผลไม้ไทยเป็นอย่างมาก เช่น ทุเรียน มังคุด มะม่วงและสับปะรด เมื่อกลับเมืองจีนต่างก็คิดถึงผลไม้ไทยและกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าผลไม้ไทยที่สำคัญที่สุดในโลก ที่สุดผู้นำเข้าจีนก็เข้ามาเหมาซื้อผลไม้ไทยตั้งแต่เริ่มติดผลลูกเล็กๆ วางเงินเหมากันทั้งสวน ส่งผู้เชี่ยวชาญจากเมืองจีนมาทะนุบำรุงจนผลไม้สุก เปิดลานรับสินค้ามาบรรจุและทำการส่งออกเอง

แม้ว่างานวิจัยของกระทรวงเกษตรไทยจะมีความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิจัยพันธุ์ข้าว พืชผักและผลไม้ชนิดต่างๆ แล้ว เกษตรกรของเราก็เป็นมนุษย์เศรษฐศาสตร์ เพราะสนองตอบต่อความต้องการของตลาดยอดเยี่ยมที่สุดในโลก

ต้นพันธุ์เก่าที่ให้ผลตอบแทนไม่ดีราคาไม่ได้ก็ฟันทิ้งหมด รู้จักเอาพันธุ์ใหม่มาทาบกิ่งบ้าง ต่อยอดบ้าง ทำให้ได้พันธุ์ที่ดีที่สุดอยู่เสมอ ในที่สุดทุเรียนพันธุ์หมอนทองกลายเป็นพันธุ์ยอดนิยมเพราะผลตอบแทนต่อการลงทุนลงแรงดีที่สุด แม้พันธุ์ก้านยาวจะอร่อยที่สุดแต่ปลูกได้น้อย ราคาจึงแพงเกินไป

ทุเรียนพันธุ์หมอนทองสามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่ เช่น จันทบุรี ระยอง และเป็นจังหวัดที่สามารถส่งผลทุเรียนเข้าสู่ตลาดได้ก่อน

จากนั้นก็จะมีผลทยอยออกมาไล่เลี่ยกันจากพื้นที่ต่างๆ จากจังหวัดชุมพรลงไปถึงปัตตานี ยะลาและนราธิวาส ลงไปมาเลเซียและอินโดนีเซีย ตามลำดับจนถึงสิ้นปี ตามความยาวของแสง ธัญพืชสุกจากใต้ขึ้นเหนือ ส่วนผลไม้สุกจากเหนือลงใต้

อุตสาหกรรมก็กำลังรุ่งเรืองเนื่องจากอยู่ใกล้จีน ประเทศที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โรงงานของโลก” ทุนและโรงงานจากยุโรป ญี่ปุ่นและอเมริกาต่างก็โยกย้ายมาลงที่เมืองจีน จากที่เคยโยกย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นในทศวรรษที่ 1970-80

เพราะราคาที่ดินและค่าแรงของญี่ปุ่นแพงเกินไป การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนอันสืบเนื่องมาจากความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าของโลกสามารถเอาชนะฝรั่งได้หมดทั้งโลก รวมทั้งรัสเซียและยุโรปตะวันออกด้วย

อานิสงส์ของการเจริญเติบโตของจีนที่ขยายตัวในอัตราตัวเลข 2 หลักมาหลายทศวรรษต่อจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ยุโรปและอเมริกาขาดดุลการค้าอย่างหนักและไม่อาจหักกลบได้ด้วยการเกินดุลการท่องเที่ยว ที่คนจีนหลั่งไหลเข้าไปเที่ยวที่ยุโรปและอเมริกา

เศรษฐกิจของยุโรปและอเมริกาชะลอตัว แม้ว่าจะสามารถขาดดุลการค้ากับจีนได้เป็นเวลานาน เพราะตนเป็นเจ้าของเงินดอลลาร์ ธนาคารกลางของอเมริกาสามารถสร้างเงินหรือพิมพ์เงินออกมาเท่าไหร่ก็ได้เพราะไม่ต้องมีทองคำหนุนหลัง

ก่อนที่จะเกิดโรคโควิด-19 ระบาด เศรษฐกิจของโลกก็เริ่มชะลอตัวลงอยู่แล้วจากผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ราคาสินค้าขั้นปฐม เช่น น้ำมันดิบ ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติและอื่นๆ เริ่มชะลอตัวลงต่อเนื่องมาถึงราคาสินค้าเกษตรกรรม ธัญพืช เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด น้ำตาล ถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์ม รวมทั้งยางพารา

ต่างก็แห่กันลดราคาลงมาก่อนหน้าเกิดโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 แล้ว ราคาน้ำมันดิบลดลงต่ำเป็นประวัติการณ์ แท่นขุดเจาะดูดน้ำมันขึ้นมาแล้วไม่มีที่ให้เก็บ ใครซื้อน้ำมันออกไปจากที่เก็บได้จะได้เงินแถมอีก เท่ากับราคาน้ำมันดิบในตลาดซื้อขายทันทีติดลบ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

แผนการและมาตรการต่างๆ ที่ทยอยกันออกมา เช่น โครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ คิว.อี. ของอเมริกา ยุโรปและญี่ปุ่น ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการเพิ่มปริมาณเงินของธนาคารกลาง โดยการออกมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลคืนจากประชาชนและสถาบันการเงิน โดยหวังว่าเมื่อธนาคารพาณิชย์มีปริมาณเงินสดมากขึ้นก็จะพยายามปล่อยให้กับนักลงทุนเพื่อนำไปลงทุนขยายกิจการและขยายการผลิต แต่การณ์ก็มิได้เป็นอย่างที่คาดหวัง แม้อัตราดอกเบี้ยจะลดลงจนเข้าใกล้ศูนย์

การกู้ยืมและการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ธนาคารกลายเป็นกับดักสภาพคล่องไป สถานการณ์เช่นนี้คงจะดำรงต่อไปตลอดปี 2563 นี้ และจะยืดเยื้อต่อไปในปีหน้า 2564 ด้วย

ความเป็นจริงจากที่เห็นก็ประจักษ์แล้วว่า การคาดการณ์ของผู้บริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลจึงเป็นเพียงคำหลอกลวงกับประชาชนและกับนายกรัฐมนตรีเท่านั้นเอง เป็นเพียงการทำ “การตลาด” ให้กับหัวหน้ารัฐบาล ที่ปราศจากข้อเท็จจริงและเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ ทั้งในแง่ทฤษฎีและแง่การปฏิบัติ

มี หลายคนเชื่อในทฤษฎีการตลาดที่ต้องพูดคุณภาพสินค้าให้ดูดีกว่าความจริง เมื่อขายได้แล้วก็แล้วไป ไม่มีผู้ใดติดใจ เพราะรู้ว่าการตลาดนั้นเป็นอย่างนั้น ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบตัวเอง แต่ในการบริหารเศรษฐกิจของชาติจะทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะผู้คนแต่ละฝ่ายในทุกภาคเศรษฐกิจ

ทั้งผู้ผลิต ผู้ขายส่งขายปลีก ผู้นำเข้าและส่งออก ต่างก็คอยฟังรัฐบาลและถือว่าข้อมูลที่ผู้รับผิดชอบให้ในที่สาธารณะนั้นเป็นข้อมูลที่เป็นความจริง ยึดถือเป็นบรรทัดฐาน หรือ benchmark เพื่อเอาไปใช้เป็นสมมุติฐานในการวางแผนในแต่ละอุตสาหกรรม ในขั้นตอนการผลิต การซื้อวัตถุดิบ การรับคำสั่งซื้อและคำสั่งขาย

เมื่อผลที่ออกมามิได้เป็นไปอย่างที่ผู้บริหารเศรษฐกิจพูด หากแต่พูดเพื่อทำ “การตลาด” ให้รัฐบาลที่จะเรียก “คะแนนนิยม” เท่านั้น ก็ย่อมเกิดความเสียหาย ถ้าพูดไปเพราะความ “เขลา” เพราะความไม่รู้ หรือทำการบ้านไม่พอ ก็จะอภัยกันได้บ้าง

แต่ถ้าพูดเพียงเพื่อผลทางการเมืองก็อภัยให้กันยาก การให้สัญญาณผิดๆ อยู่เสมอ นอกจากจะสร้างความเสียหายให้ธุรกิจแล้ว ยังเป็นการให้สัญญาณผิดๆ ให้กับข้าราชการและหน่วยงานของรัฐ ทำให้ข้าราชการและหน่วยงานของรัฐที่มีข้อมูลและความเห็นที่แตกต่างกันไม่กล้าที่จะให้ข้อมูลและความเห็นที่แตกต่างกับธุรกิจ ผู้บริโภคและประชาชน

การที่ให้ความหวังมาเรื่อยๆ ว่าเศรษฐกิจจวนจะฟื้นตัวแล้วเป็นระยะๆ ต่อเนื่องมาตลอด 6 ปี โดยไม่เข้าใจวัฏจักรเศรษฐกิจของโลก โดยไม่เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจและการค้าของโลก ย่อมได้ข้อสรุปที่ผิด เมื่อได้ข้อสรุปที่ผิดก็ไม่อาจกำหนดนโยบาย กำหนดมาตรการ รวมทั้งการให้ความร่วมมือจากภาคเอกชน ทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ได้

หากหวังจะได้ความเห็นและความร่วมมือจากทุนขนาดใหญ่ขนาด “เจ้าสัว” แล้ว ก็จะได้แต่ความเห็นที่จะเป็นประโยชน์แต่กับเจ้าสัวขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะผู้นำรัฐบาลไม่อยากฟังเจ้าของกิจการขนาดเล็กและขนาดกลาง เพราะล้มได้ก็ล้มไป ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล เป็นความผิดของเศรษฐกิจโลก

ต่อมาเมื่อเห็นว่าตัดสินใจผิดแล้วก็โยนให้กระทรวงการคลังบ้าง ธนาคารแห่งประเทศไทยบ้าง รับผิดชอบแทน แม้กระทั่งแก้กฎหมายเปลี่ยนหลักการจากการเป็นผู้ให้กู้แหล่งสุดท้ายกับธนาคารพาณิชย์ lender of the last resort บิดเบือนออกกฎหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเงินกู้แหล่งสุดท้ายของบริษัทขนาดใหญ่ lender of the last resort of conglomerates

หากเกิดการบิดพลิ้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเป็นโจทก์ฟ้องร้องบริษัทขนาดใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมกำกับของตนเหมือนธนาคารพาณิชย์ ทุกอย่างดูจะผิดเพี้ยนไปเสียหมด เศรษฐกิจมีขึ้นมีลงแต่หลักการเมื่อเสียไปแล้วก็เสียเลย เอากลับมาไม่ได้

เศรษฐกิจไทยเริ่มป่วยเรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2557 ปีที่ทหารทำปฏิวัติรัฐประหาร มาจบและเผาหลอกเมื่อปี 2561 แล้วก็เผาจริงเอาเมื่อปีกลาย 2562 ปีนี้ พ.ศ.2563 เผาจริงแล้วก็ต้องเก็บกระดูก ส่งต่อไปปีหน้า 2564 ให้ได้เก็บกระดูกเข้าธาตุและลอยอังคาร

รอดูลูกหลานว่าจะทำอย่างไร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บทนำ : ฟื้นฟู‘บินไทย’
บทความถัดไปโฆษกคลังเตือน 1.6 แสนรายทบทวนสิทธิเราไม่ทิ้งกัน รีบติดต่อกรุงไทยยืนยันตัวตนก่อน 29 พ.ค.นี้