เรียนออนไลน์ จ.ม.จากแม่-จ.ม.จากครู

แม้คำเตือนว่าการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอกสองหากเกิดขึ้นจะรุนแรงกว่าที่ผ่านมาก็ตาม ปรากฏการณ์วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เปิดบริการวันแรกหลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

ผู้คนแห่เข้าจับจ่ายหรือไปพักร้อนรับแอร์เย็นๆ จำนวนมาก จนบางห้างต้องหยุดให้บริการชั่วคราวเพราะจัดระเบียบมาตรการรักษาระยะห่างไม่ทัน

อีกภาพหนึ่งในวันเดียวกันที่อนุสรณ์สถานวีรชน 14 ตุลาคม สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน คณะกรรมการญาติวีรชน พฤษภาคม จัดงานรำลึกครบรอบ 28 ปีเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ เรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก หยุดการสืบทอดอำนาจ

ภัยโควิดยังดำเนินไปภายใต้แนวโน้มการเมืองร้อนรออยู่ข้างหน้า เปิดสภาวันที่ 22 พฤษภาคมนี้

ถึงพระท่านจะสอนว่า ละอดีต ทิ้งอนาคต กำหนดปัจจุบัน แต่ประสามนุษย์พันธุ์วิตกจริตคิดล่วงหน้า ถ้าไวรัสยังไม่หยุด โรงเรียนเปิดก่อนจะเป็นเช่นไร

การที่กระทรวงศึกษาธิการยืนกรานเปิดวันที่ 1 กรกฎาคม เพื่อความปลอดภัยของเด็กจึงเป็นเรื่องที่รับฟังได้

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม มาถึง แนวปฏิบัติที่วางไว้ โรงเรียนในพื้นที่ไม่มีการแพร่ระบาดก็เปิดการเรียนการสอนตามปกติ

โรงเรียนที่ยังไม่สามารถเปิดได้ เด็กต้องอยู่บ้านก็ให้เรียนรู้ออนไลน์ผ่าน 4 ช่องทางต่อไปก่อน

1 เรียนรู้หลักผ่าน TV ทุกระบบ (On Air Education) ออกอากาศทุกช่องทาง ทั้ง 15 ช่อง คือ DLTV1 ถึง DLTV 15

2 เรียนรู้เสริมผ่านดิจิทัล (Online Education)

3 เรียนรู้เสริมแบบโต้ตอบ (Interactive Education) 4 เรียนรู้ที่โรงเรียนแบบเป็นกะ (Onsite Education)

ปัญหาอยู่ที่ว่า ระบบการเรียนการสอนที่ออกแบบและเริ่มทดลอง ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน การปฏิบัติจริง การตอบรับเป็นอย่างไร ทุกครอบครัวปรับบ้านให้เป็นห้องเรียนกันมากน้อยแค่ไหน

ครับ เสียงสะท้อนจากพ่อแม่ผู้ปกครองผ่าน ผอ.โรงเรียน ที่ส่งผ่านไลน์อ่านกันทั่วบ้านทั่วเมือง

จดหมายจากแม่เขียนมาอย่างนี้ เรียนท่าน ผอ.ทุกโรงเรียน ดิฉันในฐานะผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง มีความประสงค์อยากให้ท่าน ผอ.ทุกโรงเรียนช่วยทบทวนเรื่องการสอน การเรียนออนไลน์ใหม่ เนื่องจากดิฉันมองเห็นถึงความลำบากของพ่อแม่ผู้ปกครองด้วยกันในหลายๆ เรื่องต่างมานั่งระบายปลดทุกข์ให้ฟังหลายท่าน

1 การที่จะมีการเรียนออนไลน์ได้นั้น เด็กจะต้องมีคอมพิวเตอร์ มีอินเตอร์เน็ต ซึ่งข้อนี้ถือว่าสำคัญมากหากไม่มีก็ไม่สามารถเรียนได้ นั่นหมายถึง บ้านไหนไม่มี 2 สิ่งนี้ก็ต้องไปซื้อเพื่อให้ลูกได้เรียน ซึ่งคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ 10-20 บาทนะคะ เครื่องนึงเหยียบหมื่นบาท แต่ในทางกลับกันผู้ปกครองเวลานี้การงานแย่ ทำมาหากินก็ลำบาก แล้วจะหาเงินจากที่ไหนมา ลำพังจะหามาซื้อข้าวกินในแต่ละวันยังลำบากเลย แล้วถ้าบ้านไหนมีลูก 2-3 คน ไม่ต้องซื้อ 2-3 เครื่องเลยหรือคะ เพราะต้องเรียนออนไลน์เหมือนกันและเป็นเวลาเดียวกัน

พ่อแม่บางคนไม่อยากให้ลูกต้องด้อยกว่าคนอื่นๆ ไปกู้หนี้ยืมสินร้อยละ 20 ก็ยอม เพื่อเอามาซื้อคอมพิวเตอร์ให้ลูกหลานเพื่อจะได้เรียนเหมือนคนอื่นๆ

จดหมายของแม่ท่านนี้มีถึง 5 ข้อ จะเป็นเสียงส่วนน้อยหรือมากแค่ไหนก็ตาม สมควรรับฟัง หาทางแก้ไขให้ได้มากที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมอบให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศสำรวจความจริงและช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว

ผลเป็นอย่างไรต้องบอกกล่าวข่าวสารโดยเร็วและกว้างขวาง ครับ

อีกด้านหนึ่งก็มีเสียงสะท้อนจากฝั่งครู ผู้อำนวยการ น่าอ่าน น่าคิด เช่นกัน

ผอ.ศรีสมร สนทา โรงเรียนอนุบาลหนองหานวิทยายน ส่งข้อความถึงผู้ปกครองและลูกๆ นักเรียน ทุกคน

เรื่องการเรียนออนไลน์ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องไปซื้อโทรทัศน์ใหม่ราคาแพงๆ ไม่ต้องหาเงินไปติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพราะเมื่อเปิดเรียนนักเรียนทุกคนจะได้เรียนกับคุณครูตามหลักสูตรกำหนดอย่างครบถ้วนอยู่แล้ว

หากไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ก็ไม่เป็นปัญหา ขอให้อบรมสั่งสอนและฝึกทักษะการทำงาน ฝึกทักษะชีวิต ฝึกวินัย ความรับผิดชอบ ฝึกปฏิบัติตนเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม ให้ความรักความอบอุ่นแก่ลูกหลาน ให้เขา “รู้จักความ” ก็ดีที่สุดแล้วคะ

อ่านแล้วประทับใจ ทำให้มองโลกและชีวิตในมุมบวก ไวรัสโควิด-19 ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครอบครัว สนใจการศึกษาเล่าเรียนของลูกหลาน เข้ามามีส่วนร่วม ช่วยครู ช่วยโรงเรียน แบกรับมากขึ้น

ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติเปิดรับฟังความคิด ความทุกข์ของพ่อแม่ผู้ปกครองมากขึ้น

ผลของความร่วมไม้ร่วมมือตามแนวคิด การศึกษาเป็นของทุกคน เป็นอย่างไร รอจดหมายคุณแม่ฉบับใหม่ หลังการทดลอง ช่วยเหลือเยียวยาจบลง สื้นเดือนมิถุนายนเปิดเทอมพอดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เรียก ตร. 3 นายสอบข้อเท็จจริง หลังถูกชาวบ้านล้อมอ้างเรียกเงิน 5 ล้าน
บทความถัดไปคลังชี้ยังไม่เหมาะออกมาตรการกระตุ้นศก. ช่วงนี้ คาดจีดีพีทรุดต่ำสุดไตรมาส 2 เริ่มฟื้นไตรมาส 3