เดินหน้าชน : สร้างฐาน : โดย ทรงพร ศรีสุวรรณ

11.06.20 | 14:03 น.
เดินหน้าชน : สร้างฐาน : โดย ทรงพร ศรีสุวรรณ

พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ใช้สูตรเร่งด่วน ใส่ปุ๋ยเร่งการเติบโต เพื่อให้ทันต่อการรองรับการสืบทอดอำนาจของ คสช.ผ่านการเลือกตั้ง ตามกลไกและกติกาใหม่

รวมทั้งรัฐธรรมนูญที่ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา

หนึ่งในสูตรสำเร็จคือ การดึงนักการเมืองหน้าเก่าที่มีคะแนนนิยม ผ่านสนามการเลือกตั้งมาแล้วอย่างโชกโชนมาเข้าร่วม

ทำให้ถูกวิจารณ์ถึงพฤติกรรมการดูด ส.ส. หรือการตกปลาในบ่อเพื่อน

เมื่อถึงเวลาหนึ่ง พรรคพลังประชารัฐที่เริ่มต้นจาก
4 กุมารŽ ก็กลายเป็นพรรคใหญ่ มีกลุ่มการเมืองต่างๆ เข้าร่วมจำนวนมาก

Advertisement

การมีกลุ่มทางการเมืองจำนวนมาก ย่อมทำให้พรรคมีปัญหาความขัดแย้ง

ทั้งแย่งชิงอำนาจ แย่งชิงการนำ แย่งชิงผลประโยชน์ แย่งชิงใกล้ชิดหรือเป็นคนโปรดของผู้นำ

ปฏิกิริยาที่เกิดจากกลุ่มการเมืองต่างๆ ภายในพรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นธรรมชาติของการเมืองในรูปแบบเก่าๆ สวนทางกับเจตนารมณ์ของ 4 กุมารŽ และคนที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องการงานการเมืองแบบใหม่ เป็นการปฏิรูปการเมืองไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐ เริ่มเห็นตั้งแต่ช่วงฟอร์มตัวคณะรัฐมนตรี

มีคนพลาดหวังจากเก้าอี้ที่ต้องการ บางคนอกหักไม่ได้รัฐมนตรี แต่ช่วงนั้นต้องยอมๆ กันไปก่อน เพื่อให้รัฐบาลตั้งไข่

การยอมและสยบในช่วงนั้น ก็มีเงื่อนไขและคำสัญญาต่อกัน

เมื่อรัฐบาลกล้าแข็ง จากเสียงปริ่มน้ำกลายเป็นเสียงข้างมากในสภา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐก็เคลื่อนไหว เรียกร้องให้ดูแล ส.ส.ให้ทั่วถึง

เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง จึงต้องเคลื่อนไหวส่งสัญญาณ เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคกันใหม่ โดยเฉพาะ อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวหน้าพรรค และ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เลขาฯพรรค

รวมทั้งเรียกร้องให้มีการปรับ ครม.ใหม่ ให้คนที่อกหักและพลาดหวังได้เป็นรัฐมนตรีตามคำสัญญา

จากเรื่องกล้วยๆ ก็กลายเป็นเรื่องของอำนาจ และการแย่งชิงผลประโยชน์

ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะออกเบรก

อุตตม สาวนายน และ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ จะยืนยันว่า ปัญหาภายในพรรคยุติแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่จบจริง

เมื่อขอกันดีๆ ด้วยการให้ลาออกไม่ได้ ก็ต้องหักดิบด้วยการให้ 18 กรรมการบริหารพรรคลาออก เพื่อให้มีการเลือกตั้งกันใหม่

โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค จะถูกดันให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ส่วนเลขาฯพรรคก็มีชื่อของ สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง และ อนุชา นาคาศัย ที่พลาดเก้าอี้รัฐมนตรีในครั้งแรก

เกมการเคลื่อนไหวครั้งนี้ วิเคราะห์กันต่างๆ นานา

หนึ่งคือ หากมีการปรับ ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจจะหลุดจาก ครม. เพราะปัญหาสุขภาพ และภาพลักษณ์เรื่องนาฬิกาหรู

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยังไม่อยากตกเก้าอี้ จึงต้องสร้างบารมีและฐานกำลัง โดยเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อคุมเกมภายในพรรค

ส่วนอีกกระแสหนึ่งวิจารณ์กันหนักว่า พี่ใหญ่Ž พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ น้องเล็กŽ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาจจะปีนเกลียวกันแล้ว

มองกันว่า สไตล์การทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ทำให้ ส.ส.เข้าถึงยาก ไม่ดูแล ส.ส.เท่าที่ควร จึงต้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้ามาดูแล

หรือใครวาดฝันจะให้นายกฯ คนต่อไปชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ทรงพร ศรีสุวรรณ