หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ฆ้องมีนม กับ หม้อมีนม ใช้ในพิธีกรรมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว

24.07.16 | 21:00 น.
ถาดทอดขนม “อุนนิอัปปัม” หรือขนมครกแขก (ที่มา : http://fxcuisine.com)

ฆ้องมีนมใช้ในพิธีกรรมอะไร? ยังไม่พบคำอธิบาย แต่ อ. แจน เจนจิรา เบญจพงศ์ บอกที่มาอยู่ในหนังสือดนตรีอุษาคเนย์ ดังนี้
ชาวอุษาคเนย์แต่ดึกดำบรรพ์ ยกย่องและให้ความสำคัญต่อเพศหญิง เป็นสัญลักษณ์ของผู้เป็นใหญ่และความอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงาม แล้วสมมุติแทนธรรมชาติ ผี หรือสิ่งของเครื่องใช้ที่สำคัญต่างๆ เช่น แม่น้ำ แม่โพสพ หรือเทพธิดาแห่งข้าว ฯลฯ รวมถึงเครื่องดนตรี ที่ดั้งเดิมมีเพื่อความศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือติดต่อกับพลังอำนาจเหนือ ธรรมชาติในพิธีกรรมต่างๆ

ชุดฆ้องหลายใบที่เล่นประกอบพิธีกรรม สำคัญในชนพื้นเมืองดั้งเดิมทางที่ราบสูงตอนกลางของเวียดนาม เช่น
เผ่าระแดว์ (Ede) เรียงขนาดและชื่อฆ้อง เลียนตามลำดับญาติข้างแม่ โดยมีกลองใหญ่แบบกลองทัดเรียก H’gor เป็นใหญ่สุดแทน ยาย
ชุดฆ้องมี Char gong (ตา), Amaching (แม่), Mduh Ching (พ่อ), Moong Ching (ลุงข้างแม่), Ching Anadi (ลูกสาวคนโต), Ching H’Liang (ลูกสาวคนรอง), Ching Khoh (ลูกชายคนโต), Ching H’Lue Khoh Dret (ลูกชายคนรอง), Ching H’Lue H’Liang (ลูกสาวคนที่สาม), และ Ching H’Lue Khoh dret (ลูกชายคนสุดท้อง) ชุดฆ้องเหล่านี้มักใช้ฆ้องมีปุ่มใบใหญ่ร่วมกับฆ้องไม่มีปุ่มหลายใบ
ชาวกัมพูชาเรียกฆ้องแบนไม่มีปุ่ม ว่า “ฆ้องตัวผู้ (โกงโฉมล)” ส่วนฆ้องมีปุ่ม หรือมีนม เรียก “ฆ้องตัวเมีย (โกงญี)” ฆ้องตัวผู้ใช้เล่นในพิธีต่างๆ มักเล่นประกอบระบำของชาวเขมรสูง เช่น ระบำสับควายดื่มเหล้า ฯลฯ ฆ้องตัวเมียนิยมเล่นในเขตที่ราบสูง ใช้ประกอบพิธีขอพร ขอความสุข เช่น พิธีฟันควายถวายเจ้าพ่อ เป็นต้น ที่สำคัญฆ้องตัวผู้กับฆ้องตัวเมียมักเล่นผสมร่วมกันหลายใบ ตีเสียงสลับกัน

ฆ้องมีนม

วงกาเมลันในอินโดนีเซีย เครื่องดนตรีมักถูกสร้างเป็นคู่หรือกลุ่ม เช่น เก็นเดอรฺ, กังสา ฯลฯ กลุ่มเครื่องดนตรีเหล่านี้แม้จะมีบันไดเสียงเหมือนกัน แต่ครึ่งหนึ่งหมายถึงเครื่องดนตรีที่เป็น “เพศหญิง” ซึ่งตั้งเสียงเบาและต่ำกว่าเครื่องดนตรี “เพศชาย” ที่เข้าคู่กัน (William P. Malm. Music cultures of the Pacific, the Near East, and Asia. 2nd Edition. U.S.A. : Prentice-Hall, 1977.)
ลาวเรียก ระนาด เป็นเพศหญิงว่า นาง คือ “นางนาด” สอดคล้องกับยุคดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ของสุวรรณภูมิหลายพันปีมาแล้ว เครื่องมือเหล่านี้เป็นสมบัติของผู้หญิง ผู้จะบรรเลงได้คือผู้หญิงเท่านั้น พวกผู้ชายไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวเลย
ชนพื้นเมืองดั้งเดิมหลายกลุ่มในอุษาคเน ย์ ยังมีร่องรอยถึงการมีผู้หญิงเป็นใหญ่ในพิธีกรรม เป็นเจ้าของงานฝีมือ และเครื่องดนตรี และมีสิทธิในการเล่นดนตรี เพราะจะเกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารกับผีหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะส่งผล ให้ชีวิตหรือการเพาะปลูกหากินดีร้ายได้
[จากหนังสือ ดนตรีอุษาคเนย์ โดย เจนจิรา เบญจพงศ์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2556 หน้า 336-337]

หม้อมีนม

ที่ยกเรื่องฆ้องมีนม เพราะได้อ่านหม้อมีนม ของ อ. เชฟหมี คมกฤช อุ่ยเต๊กเค่ง (มหาวิทยาลัยศิลปากร) ในมติชน สุดสัปดาห์ (ฉบับวันที่ 15-21 กรกฎาคม 2559 หน้า 81) บอกว่าในไทยกับในอินเดีย พบคล้ายกัน จะยกข้อความสำคัญ ดังนี้
“หม้อมีเต้านมของอินเดียชนิดนี้ เรียกว่าหม้อ ‘อุขา’ (Ukha) เป็นหม้อดินเผาที่มีเต้านมปั้นติดไว้ด้านข้าง อุขานั้นมีหลากรูปแบบ แต่มีอยู่ชนิดหนึ่งที่มีความคล้ายคลึงกับที่พบในบ้านเรา ต่างกันที่ของเขามีเต้านมแปดเต้า ของเราสี่
คำว่า ‘อุขา’ ในสมัยโบราณหมายถึงหม้อที่ใช้เตรียมอาหาร ปัจจุบันเป็นหม้อที่มีใช้ในพิธี ‘อัคนิจยนะ’ (Agnicayana) หมายถึง ‘การตั้งแท่นบูชาไฟ’ หรือเรียกอีกอย่างว่าพิธี ‘อติราตรัม’ นักภารตวิทยาเชื่อว่าเป็นพิธีในพระเวทที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ยังมีการปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน บางท่านเชื่อว่าพิธีนี้น่าจะมีอายุถึงราว 3,000 ปีขึ้นไป”

Advertisement
ภาพหม้อมีนม หรือหม้ออุขา (Ukha) และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ดินปั้นรูปหัวสัตว์ ซึ่งใช้ในพิธี “อัคนิจยนะ” หรือ อติราตรัมของอินเดีย กับภาพหม้อมีนมซึ่งขุดค้นพบที่หนองหญ้าไซ ประเทศไทย (ที่มา : thapos.in/index.php/page/past_event และ www.suphan.biz/nongrajwat.html)
ภาพหม้อมีนม หรือหม้ออุขา (Ukha) และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ดินปั้นรูปหัวสัตว์ ซึ่งใช้ในพิธี “อัคนิจยนะ” หรือ อติราตรัมของอินเดีย กับภาพหม้อมีนมซึ่งขุดค้นพบที่หนองหญ้าไซ ประเทศไทย (ที่มา : thapos.in/index.php/page/past_event และ www.suphan.biz/nongrajwat.html)