การจับกุม 6 นักกิจกรรม ตั้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ไปยื่นหนังสือที่สถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาเร่งสืบสวนการ อุ้มหาย ต้าร์-วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยชาวไทย กลางกรุงพนมเปญ
อีกเหตุการณ์ นักศึกษา 4 คน ไปผูกริบบิ้นสีขาวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเรียกร้องให้รัฐบาลสืบสวนการอุ้มหาย ต้าร์
พวกเขาเกือบถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เช่นกัน
แต่ ฮึดสู้ ประกาศขึงขังถ้าโดนข้อหานี้จะประท้วง กรีดเลือด ตัวเองทั้ง 4 คน
นั่นแหละตำรวจจึง ยอมถอย เปลี่ยนข้อหาใหม่ กระทำผิด พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ
ช่างเป็นเรื่องตลก (ร้าย) สิ้นดี และประจานการทำงานของเจ้าหน้าที่ทำตาม ใบสั่ง หรือไม่?
วัตถุประสงค์ในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของคณะรัฐมนตรีมีผลตั้งแต่ 26 มีนาคม ก็เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มิใช่หรือ?
ไฉนพลิกจาก หน้ามือ เป็น หลังเท้า ไปได้!?
กลับกลายเป็น อาวุธร้าย ของรัฐบาลที่ใช้สกัดกั้น ขัดขวางการแสดงออกของประชาชน
ซึ่งคณะรัฐมนตรียังออกข้อกำหนดขึ้นมาอีก 6 ข้อ
หนึ่ง ประกาศ เคอร์ฟิว ห้ามคนออกนอกเคหสถานยามค่ำคืน เมื่อการติดเชื้อโควิด-19 ของคนในประเทศเป็นศูนย์ต่อเนื่องมานานพอสมควร
คนที่ต้องทำมาหากินตอนกลางคืนร้องโอดครวญว่าเดือดร้อน รัฐบาลก็เลยยกเลิกเคอร์ฟิว
รวมถึงยกเลิกมาตรการควบคุมการประกอบกิจการ-กิจกรรมต่างๆ
ที่เรียกว่า ปลดล็อก เฟส 4 ไปด้วย
โรงเรียน มหาวิทยาลัย จะเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป
แพคเกจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย วางไทม์ไลน์ไว้ 4 เดือน กรกฎาคม-ตุลาคม
แต่แปลกการห้ามชุมนุมกลับไม่ยกเลิก!?
ใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ!
วิญญูชนลองพิจารณาไตร่ตรองดูเถิดว่า การคงไว้ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพียงเพื่ออะไร?
ให้อำนาจกับตำรวจในการตั้งข้อกล่าวหา-จับกุมคนออกมาชุมนุมหรือไม่?
อย่าลืมว่าการชุมนุมนั้นเป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานโดยชอบของประชาชนที่พึงกระทำได้มิใช่หรือ
ตราบเท่าที่ไม่กระทำผิดกฎหมายที่ก่อความเสียหายต่อสาธารณะ
ฉะนั้น บ้านเมือง ณ เวลานี้ไม่ได้อยู่ในยุค คสช. ที่ ผู้นำ มี มาตรา 44 เป็น ดาบอาญาสิทธิ์ ใช้ฟาดฟัน กลุ่มคนเห็นต่าง โดยไม่มีความผิด
วันที่ 26 มิถุนายนนี้จะครบกำหนด 30 วันของการขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และจะครบ 3 เดือนนับแต่ประกาศใช้มา
หากขยายออกไปอีก ต้องเอาเข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการประชุมวันที่ 23 มิถุนายนนี้
ต้องวัดใจพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ว่าจะเห็นดีเห็นงามกับการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือไม่?
พึงสำเหนียกไว้ด้วยว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้นเปรียบเสมือน ไฟ
ถ้าใช้ไม่เป็น ใช้ไม่ถูกเวลา
ไฟ อาจเผาผลาญ คนใช้ ให้ไหม้วอดวายได้เช่นกัน!?!

