การปล่อยให้ว่างเว้นการเลือกตั้งท้องถิ่นมาจนนานเกินไป ซึ่งอย่างน้อยประมาณ 7 ปีเต็มแล้ว ย่อมทำให้รัฐบาลนับตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ถูกมองว่าไม่สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นตามระบอบประชาธิปไตย และพันไปถึงข้อกล่าวหาการไม่ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นอีกด้วย ทั้งยังกลับต่อท่ออำนาจให้กับผู้บริหารท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันให้ได้อานิสงส์จากการงดเว้นการเลือกตั้งให้อยู่ยาวออกไปอีก ซึ่งรัฐบาลเองในนามของคณะรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้ส่งสัญญาณการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือโรดแมป (Road Map) ให้ชัดเจนแต่อย่างใด จึงทำให้มีการเรียกร้องคืนอำนาจการเลือกตั้งให้ท้องถิ่นต่อรัฐบาลออกมาเป็นระยะๆ
แม้ว่าในปัจจุบันได้มีพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ประกาศใช้แล้วให้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2562 และเห็นว่าในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระบุว่า ให้จัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นดำรงตำแหน่งครบวาระ หรือภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นใด นอกจากครบวาระ เว้นแต่ในกรณีของสมาชิกสภาท้องถิ่น ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่ไม่ถึง 180 วัน จะไม่จัดการเลือกตั้งก็ได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตามความในมาตรา 11 ที่ระบุไว้จะพบว่าสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน ถือว่าหมดวาระไปโดยปริยายทุกแห่งแล้ว เพราะว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2556 แต่ที่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไปได้ก็เพราะอาศัยประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งได้เขียนไว้ในบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 142 (1) ถึง (7) ที่ให้อำนาจการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น เป็นอำนาจของ คสช. และในปัจจุบันไม่มี คสช. แล้ว ซึ่งในมาตรา 142 วรรคแรก และวรรคท้ายระบุว่า การกำหนดวันเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่เห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดแล้วให้แจ้งคณะกรรม
การเลือกตั้ง (กกต.) ทราบ
ผมจึงเห็นว่า การคืนอำนาจการเลือกตั้งท้องถิ่น จึงเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีในปัจจุบัน ที่จะต้องกำหนดวันเลือกตั้ง หรือจัดทำโรดแมป (Road Map) การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นในองค์กรปกครองท้องถิ่นใด เพื่อประกาศให้ประชาชนในแต่ละท้องถิ่นทราบ โดยเฉพาะทั้งภาคส่วนของนักการเมืองท้องถิ่น และกลไกที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น กกต. หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
แม้ว่าจะออกมาเป็นข่าวว่าทางรัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีการส่งสัญญาณการเลือกตั้งท้องถิ่นมาบ้าง ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นภายในปี 2563 อย่างไม่เต็มปากเต็มคำนักว่า จะจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเภทใดก่อนหลังอย่างไรนั้น ผมเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังชั่งน้ำหนักว่า ประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดจะทำให้มีความพร้อมและมีการลงตัวในทางการเมืองมากที่สุด ทั้งเรื่องของงบประมาณ การแบ่งเขตการเลือกตั้งในท้องถิ่น รวมไปถึงกระแสทางการเมืองในการเลือกตั้งที่จะกระทบต่อรัฐบาลให้น้อยที่สุด
ทั้งนี้เพราะผมเห็นว่าในประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นอยู่ทั้ง 5 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีบริบทความแตกต่างกันในการจัดการเลือกตั้งทั้งในเรื่องการใช้งบประมาณ การแบ่งเขตการเลือกตั้ง ความสนใจทางการเมืองของประชาชน และที่สำคัญ การต่อสู้ทางการเมืองของพรรคการเมืองในพื้นที่ท้องถิ่น กับผลกระทบทางการเมืองที่มีต่อรัฐบาล
ผมจึงเห็นว่า หากรัฐบาลจะจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นภายในปี 2563 และจะหยิบหน่วยองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นประเภทใดขึ้นมาเพื่อเลือกตั้งก่อน ที่จะทำให้กระทบทางการเมืองที่มีต่อรัฐบาลน้อยที่สุด และผมเห็นว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นประเภทกรุงเทพมหานคร (กทม.) และประเภทองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และนายก อบจ. อันเป็นพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดในวงกว้าง ย่อมมีผลต่อกระแสการเมืองที่เชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติมากที่สุด เพราะเห็นว่าจะทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองในเขตพื้นที่ทั้ง กทม. และ อบจ.สูง
ส่วนเขตพื้นที่ อบต. และเทศบาลตำบล ส่วนใหญ่เป็นเขตพื้นที่เขตชนบทและเขตชานเมือง ยกเว้นเขตพื้นที่เทศบาลเมืองและเขตพื้นที่เทศบาลนคร ซึ่งเป็นเขตเมืองขนาดใหญ่ อาจจะมีผลกระทบทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับการเมืองในระดับชาติได้เช่นกัน ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า การเลือกตั้งในเขตพื้นที่ อบต. ซึ่งใช้เขตหมู่บ้าน เป็นเขตเลือกตั้งหรือใช้เขตตำบลเลือกนายก อบต. และจะทำให้มีผลกระทบต่อกระแสการเมืองในระดับน้อยที่สุด การเชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติจึงมีไม่มากนัก รัฐบาลอาจจะเลือกที่จะจัดการเลือกตั้งในระดับ อบต. ขึ้นมาก่อนก็ได้ ซึ่งทั่วประเทศมี อบต. ที่ต้องจัดการเลือกตั้งอยู่ประมาณ 5,000 กว่าแห่ง
เพื่อทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้นในปี 2563 รัฐบาลจำเป็นต้องมีมติคณะรัฐมนตรี และตัดสินใจวางห้วงเวลาโรดแมป เพื่อทำความกระจ่างให้เกิดขึ้นกับประชาชนและผู้เกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่นและเพื่อประกาศการเลือกตั้งท้องถิ่น คืนอำนาจการเลือกตั้งท้องถิ่น อันจะแสดงเป็นเครื่องชี้วัดคุณภาพของประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่นหลายมิติ การเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นของตนเอง การจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองท้องถิ่นทั้งในแง่ทิศทางการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชนในการเลือกผู้นำท้องถิ่นของตนเอง ทั้งผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นต่อไป

