หวังจะได้เห็นรัฐบาล นิว นอร์มอล เดือนสองเดือนนี้ โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

เรียบร้อยโรงเรียน “ป้อม” ไปตั้งแต่ก่อนสัปดาห์โน้น แต่เพิ่งจะเรียบร้อยเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว 27 มิถุนายน 2563 คือมือที่ลงคะแนนลับสนับสนุนให้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายอนุชา นาคาศัย นั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรคเต็มก้น

ส่วนคณะกรรมการพรรคอีกหลายคนครบจำนวน มีออกมาตั้งแต่วันเดียวกันนั้นเรียบร้อยแล้วเช่นกัน หลังจากแจ้งกับนายทะเบียนกรรมการการเลือกตั้งเสร็จจึงเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที

แล้ว “ลุงตู่” ของผมล่ะ อ้าว !!! เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปตามเดิมนะซีครับ แหะ – – แหะ แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชื่ออะไร แล้วแต่ทั้งบิ๊กป้อมกับบิ๊กตู่ตกลงกันว่ายังไงล่ะครับ

ว่ายังไงก็ว่ายังงั้นแหละ อย่าไปกังวลมากนักเลย

ดูผู้มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจและทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจกันดีกว่า ถึงวันนี้ ใครเป็นใครคงรู้กันแล้ว จะวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างไร รอดูผลงานสักเดือนสองเดือนดีกว่ามั้ย พระเดชพระคุณทั้งหลาย

วันนี้ขอให้พี่น้องคอการเมืองติดตามการถ่ายทอดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละนัดดีกว่า โดยเฉพาะนัดที่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเข้าสู่รัฐสภาตั้งแต่เมื่อวันขึ้นเดือนใหม่

จบจากนั้น คอยดูวาระการเปิดอภิปรายไว้วางใจรัฐบาลว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ถึงวันนั้นจะได้ฟังฝีปากจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่หัวหน้าฝ่ายค้าน สุทิน คลังแสง ที่เพื่อนร่วมหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 5 รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ รับรองไม่ผิดหวังอีกครั้ง

การเมืองเรื่องรัฐสภาวันนี้ หลังจากโควิด-19 คลี่คลายไปแล้ว หวังว่าอีกเดือนเดียว พ้นกรกฎาคม รัฐบาลคงเลิกประกาศฉุกเฉิน ให้ประชาชนมีโอกาสปฏิบัติหน้าที่การงานตลอด 24 ชั่วโมงกันได้ เพื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติเศรษฐกิจกลับมาไหลลื่นอย่างเมื่อก่อนโควิด-19 จะระบาด และน่าจะดีขึ้นกว่าเดิม

เมื่อสถานภาพทางการเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประชาชนทุกหมู่เหล่ากลับมาปฏิบัติหน้าที่การงานได้ตามปกติ เชื่อว่าสถานภาพทางเศรษฐกิจของประเทศจะกลับคืนมาเหมือนเดิมแน่นอน

แต่เรื่องการเมืองกับเรื่องเศรษฐกิจ การกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่เหมือนกัน การเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจ หมายถึงสถานภาพทางการเงินที่เข้าสู่มือพี่น้องประชาชนมีโอกาสจับจ่ายใช้สอยได้สะดวกมือ และเงินทองไหลลื่นไม่สะดุดกึกสะดุดกักเหมือนที่ผ่านมา เพื่อให้กิจการค้าผ่านกำแพงอุปสรรคซื้อง่ายขายคล่อง

เถอะ แม้ว่ากิจการทางการเงินการธนาคารจะไม่ค่อยมีการใช้จ่ายผ่านมือสักเท่าไหร่ ด้วยเหตุที่ประชาชนใช้เงินทองผ่านบัตรผ่านระบบเครดิตมากกว่าใช้เงินสด และแม้ว่าธนาคารจะปิดบริการสำนักงานสาขาทีละแห่งสองแห่ง แต่มิได้หมายความว่าเงินทองในกระเป๋าประชาชนจะลดลง ส่วนจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ไม่ทราบ – ทราบแต่ว่าจะไหลออกจากกระเป๋าประชาชนสู่มือพ่อค้าแม่ค้ามากขึ้นจากการจับจ่ายใช้สอยที่เกิดขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงแล้ว

แม้ว่าการจับจ่ายใช้สอยที่ว่าอาจจะใช้จ่ายไปในส่วนที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันมากขึ้นกว่าการจับจ่ายใช้สอยกับสินค้าฟุ่มเฟือยเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้

ส่วนที่ว่า ภาวะวิถีใหม่จะเกิดขึ้นอย่างไร โดยเฉพาะกับรัฐบาลที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าการปฏิบัติหน้าที่การงานของนายกรัฐมนตรีคงจะปรับเปลี่ยนเป็น “นิว นอร์มอล” ตามยุคตามสมัย คงต้องรอดูว่า นายกรัฐมนตรีจะมีวิถีใหม่อย่างไร โดยเฉพาะกับคณะรัฐมนตรีที่ควรเริ่มมีการพูดคุยกันตั้งแต่การประชุมเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 นี้เป็นวาระเริ่มแรก เพื่อหารือกับคณะรัฐมนตรีว่ารัฐบาลในยุคนิว นอร์มอล ควรจะเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดหลังจากที่ปรับคณะรัฐมนตรีแล้วอย่างไร เมื่อไหร่

ประการสำคัญที่คณะรัฐมนตรีซึ่งปรับปรุงใหม่แล้วควรเข้าสู่การเป็นนิว นอร์มอล ก่อนเพื่อนคือกลุ่มรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ให้ประชาชนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจใหม่รวดเร็วกว่าอย่างอื่น

เพราะหากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วภายในเดือนสองเดือนนี้ รับรองว่า ทุกอย่างจะดีขึ้นตามมาเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตามรอยมอริส คอลลิสในพม่า โดย ลลิตา หาญวงษ์
บทความถัดไปรัฐสภาไทยในควันปืน