กระทรวง พลังงาน ตำบล กระสุนตก การเมือง ใน พลังประชารัฐ

กระทรวง พลังงาน ตำบล กระสุนตก การเมือง ใน พลังประชารัฐ

นับจากวินาทีที่ปรากฏชื่อของ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ขึ้นเป็นแคนดิเดตในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ชื่อนี้ก็จะกลายเป็น “ตำบลกระสุนตก”

อย่างที่ปรากฏข่าวปล่อย “หลุด” ออกมาว่า ส.ส.ในกลุ่มของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะออกมาเคลื่อนไหวสำแดงพลัง

อัน นายอนุชา นาคาศัย ออกมาระบุว่า

“ข่าวที่ออกมาเชื่อว่าแกนนำคนหนึ่งของพรรคเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และเป็นการชกใต้เข็มขัดที่ไม่สมศักดิ์ศรีที่ปล่อยข่าวนี้ออกมา”

สะท้อนอย่างเด่นชัดถึง 2 ทิศทางด้าน “การข่าว”

ทิศทาง 1 เป็นการโยนหินถามทางโดย “แกนนำ” กลุ่มที่เปิดชื่อ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ออกมา ทิศทาง 1 พุ่งเป้าไปยัง “กลุ่มสามมิตร” อย่างเป็นการจำเพาะ

นี่คือ ศึกใหม่ที่จะเกิดขึ้น “ภายใน” พรรคพลังประชารัฐ

สถานการณ์ครั้งนี้ดำเนินไปเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในเดือนมิถุนายน 2562 เมื่อแรกที่มีการฟอร์ม ครม.ภายหลังการเลือกตั้ง

ยืนยันว่า กระทรวงพลังงานเป็นโควต้าของพรรคพลังประชารัฐ

ข่าวที่ปรากฏออกมาคือข่าวแคนดิเดต 2 คน ที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่ง 1 คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 1 คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

แต่แล้วตำแหน่งนี้ก็ตกเป็นของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

สถานการณ์เดือนกรกฎาคม 2563 แตกต่างไปจากสถานการณ์เดือนมิถุนายน 2562 เพราะว่าแคนดิเดตมิได้มีเพียง 2 หากมี 3

1 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 1 นายสันติ พร้อมพัฒน์ 1 นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร

ในจำนวน 3 แคนดิเดตนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นคนของพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็นคนนอก

เป็นคนนอกในโควต้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

กรณีการแย่งชิงกระทรวงพลังงานก็อีหรอบเดียวกันกับกรณีการรุกไล่และกดดัน “กลุ่ม 4 กุมาร” ให้พ้นไปจากวงจรของพรรคพลังประชารัฐ

เพียงแต่อีกฝ่ายชู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เป็นการชูความโดดเด่นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อไปโค่นล้มและรุกไล่ นายอุตตม สาวนายน และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

ศึกครั้งนี้ลงเอยด้วยชัยชนะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตำแหน่งเลขาธิการพรรค จึงเปรียบเสมือนกับ “กระดานหก” เพื่อทะยานไปยังตำแหน่งกระทรวงพลังงาน

แต่แล้วกลับมีชื่อ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เข้ามาขวาง

ที่สำคัญและแหลมคมเป็นอย่างมาก คือ เป็นการเสนอชื่อ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เข้ามาโดยอ้างว่าเป็นความต้องการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ตรงนี้แหละที่ก่อให้เกิดอาการพะอืดพะอมในทางการเมือง

หากจับจากอาการและรายละเอียดถ้อยคำในการแถลงของ นายอนุชา นาคาศัย ก็เด่นชัดยิ่งว่าชื่อของ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ได้สร้างความขัดแย้งขึ้น

ถือได้ว่าเป็นความขัดแย้ง “ใหม่”

เป็นความขัดแย้งอันส่งผลให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นต้องสนทนาธรรมกันอย่างจริงจังอีกครั้ง

เพื่อสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ในทางการเมือง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดิจิเทรนด์ฟอร์เวิร์ด : การใช้งานลิขสิทธิ์อย่างเป็นธรรม
บทความถัดไปน้ำโขงขึ้นฉับพลัน พุทธศาสนิกชน-นักท่องเที่ยว แห่สักการะองค์พระธาตุกลางน้ำ