หน้าแรก คอลัมนิสต์ ตั้งเวทีหนุน-...

ตั้งเวทีหนุน-ค้านรธน. โดย นฤตย์ เสกธีระ

2.02.16 | 16:00 น.
แฟ้มภาพ

วันนี้ขอโฟกัสความเห็นของพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ภายหลัง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญ 270 มาตรา

ความเห็นแรกออกมาในนามพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยตั้งโต๊ะอ่านแถลงการณ์ทันทีที่นายมีชัยแถลงข่าวเปิดตัวร่างรัฐธรรมนูญ

สรุปได้ว่า…

1.สร้างระบบเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การมีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ไม่อาจแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน เป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาประเทศ

Advertisement

2.ระบบเลือกตั้งใหม่จะนำไปสู่ความอ่อนแอของพรรคการเมือง นำไปสู่การสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มิใช่ ส.ส.เป็นนายกรัฐมนตรี

3.เพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนฝ่ายการเมือง มีสิทธิขาดในการตีความรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยสร้างวิกฤตให้กับประเทศมาแล้ว

4.ให้องค์กรอิสระ (กกต., ป.ป.ช. และ สตง.) มีอำนาจเหนือรัฐบาลและรัฐสภาโดยการชี้ทิศทาง ทำให้รัฐบาลและรัฐสภาขาดความเป็นอิสระในการบริหารราชการแผ่นดินและในการตรากฎหมาย

5.การให้ ส.ว.ทั้งหมดมาจากการสรรหาของคนเพียงกลุ่มหนึ่ง แสดงถึงการไม่เคารพในสิทธิประชาชนที่จะเลือกผู้แทนของตนเองและความถดถอยของประชาธิปไตย

และ 6.กำหนดกลไกการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำให้ไม่อาจแก้ไขได้เลย จะทำให้เกิดปัญหาวิกฤตรัฐธรรมนูญขัดขวางการพัฒนาการเมืองและการพัฒนาประเทศอย่างสำคัญ

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคแถลงข่าวเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ 5 ประการ ประกอบด้วย…

1.การตัดสิทธิไม่ให้คนทุจริตคอร์รัปชั่นและคนโกงเลือกตั้งลงเล่นการเมืองตลอดชีวิต

2.การให้อำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สามารถหยิบยกกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือกรรมการองค์กรอิสระอื่นใดมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตขึ้นมาไต่สวนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีผู้ร้อง

3.การเพิ่มหมวดใหม่ในเรื่องหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ให้คนไทยทุกคนมีหน้าที่ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ

ขณะเดียวกันรัฐก็มีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนและให้ความรู้แก่ประชาชนถึงภัยอันตรายที่เกิดจากการทุจริต และต้องมีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและขจัดการทุจริตอย่างเข้มงวด

4.ให้อำนาจองค์กรอิสระสามารถมีมติร่วมกันเพื่อทักท้วงรัฐบาลกรณีที่มีการดำเนินนโยบายที่กำลังก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบการเงินการคลังของประเทศอย่างรุนแรงได้ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ยินยอมรับฟังคำทักท้วง รัฐบาลก็จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองตามรัฐธรรมนูญในอนาคต

และ 5.การให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญสามารถวินิจฉัย เพื่อหาข้อยุติในประเด็นที่ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญเพื่อให้สังคมได้ข้อยุติร่วมกัน รวมทั้งในภาวะวิกฤต

นี่แค่เริ่มต้นเกริ่นนำภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญก็มองกันคนละมุมแล้ว

หากลงไปในรายละเอียดคงมันกว่านี้

คสช.น่าจะเปิดทางให้มีการอภิปราย เอาทั้งฝ่ายหนุนและฝ่ายค้าน

อุ่นเครื่องก่อนจะมีการรณรงค์ทำประชามติ

ฟังกันแต่เนิ่นๆ กรธ.จะได้ประโยชน์

ประเด็นไหนควรแก้ ประเด็นไหนควรเดินหน้าต่อ กรธ.จะได้มีข้อมูลเอาไว้ใช้หลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์