วันนี้ขอโฟกัสความเห็นของพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ภายหลัง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญ 270 มาตรา
ความเห็นแรกออกมาในนามพรรคเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทยตั้งโต๊ะอ่านแถลงการณ์ทันทีที่นายมีชัยแถลงข่าวเปิดตัวร่างรัฐธรรมนูญ
สรุปได้ว่า…
1.สร้างระบบเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การมีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ไม่อาจแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน เป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาประเทศ
2.ระบบเลือกตั้งใหม่จะนำไปสู่ความอ่อนแอของพรรคการเมือง นำไปสู่การสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มิใช่ ส.ส.เป็นนายกรัฐมนตรี
3.เพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนฝ่ายการเมือง มีสิทธิขาดในการตีความรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยสร้างวิกฤตให้กับประเทศมาแล้ว
4.ให้องค์กรอิสระ (กกต., ป.ป.ช. และ สตง.) มีอำนาจเหนือรัฐบาลและรัฐสภาโดยการชี้ทิศทาง ทำให้รัฐบาลและรัฐสภาขาดความเป็นอิสระในการบริหารราชการแผ่นดินและในการตรากฎหมาย
5.การให้ ส.ว.ทั้งหมดมาจากการสรรหาของคนเพียงกลุ่มหนึ่ง แสดงถึงการไม่เคารพในสิทธิประชาชนที่จะเลือกผู้แทนของตนเองและความถดถอยของประชาธิปไตย
และ 6.กำหนดกลไกการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำให้ไม่อาจแก้ไขได้เลย จะทำให้เกิดปัญหาวิกฤตรัฐธรรมนูญขัดขวางการพัฒนาการเมืองและการพัฒนาประเทศอย่างสำคัญ
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคแถลงข่าวเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ 5 ประการ ประกอบด้วย…
1.การตัดสิทธิไม่ให้คนทุจริตคอร์รัปชั่นและคนโกงเลือกตั้งลงเล่นการเมืองตลอดชีวิต
2.การให้อำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สามารถหยิบยกกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือกรรมการองค์กรอิสระอื่นใดมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตขึ้นมาไต่สวนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีผู้ร้อง
3.การเพิ่มหมวดใหม่ในเรื่องหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ให้คนไทยทุกคนมีหน้าที่ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ
ขณะเดียวกันรัฐก็มีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนและให้ความรู้แก่ประชาชนถึงภัยอันตรายที่เกิดจากการทุจริต และต้องมีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและขจัดการทุจริตอย่างเข้มงวด
4.ให้อำนาจองค์กรอิสระสามารถมีมติร่วมกันเพื่อทักท้วงรัฐบาลกรณีที่มีการดำเนินนโยบายที่กำลังก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบการเงินการคลังของประเทศอย่างรุนแรงได้ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ยินยอมรับฟังคำทักท้วง รัฐบาลก็จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองตามรัฐธรรมนูญในอนาคต
และ 5.การให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญสามารถวินิจฉัย เพื่อหาข้อยุติในประเด็นที่ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญเพื่อให้สังคมได้ข้อยุติร่วมกัน รวมทั้งในภาวะวิกฤต
นี่แค่เริ่มต้นเกริ่นนำภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญก็มองกันคนละมุมแล้ว
หากลงไปในรายละเอียดคงมันกว่านี้
คสช.น่าจะเปิดทางให้มีการอภิปราย เอาทั้งฝ่ายหนุนและฝ่ายค้าน
อุ่นเครื่องก่อนจะมีการรณรงค์ทำประชามติ
ฟังกันแต่เนิ่นๆ กรธ.จะได้ประโยชน์
ประเด็นไหนควรแก้ ประเด็นไหนควรเดินหน้าต่อ กรธ.จะได้มีข้อมูลเอาไว้ใช้หลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์

