ในแวดวงสีกากีนั้น ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ถือเป็นเบอร์ 1 ของวงการ ดูแลพื้นที่แค่จังหวัดเดียว แต่เป็นจังหวัดอันเป็นศูนย์กลางการปกครองประเทศ จังหวัดที่มีประชากรอัดแน่นมหาศาล เต็มไปด้วยชนชั้นสูง มหาเศรษฐี ยันยาจกคนยากจน มีทั้งคนดี ยันโจรผู้ร้ายที่มีมากมายยิ่งกว่ายุง
เทียบกับผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นอีกเก้าอี้ที่มีอำนาจกว้างใหญ่ทั่วราชอาณาจักร คุมหมดทั้งประเทศ แต่ก็เปรียบกันว่า ความกว้างใหญ่ราวมหาสมุทรนั้น มันก็เวิ้งว้างเกินไปหาจุดหมายปลายทางไม่เจอ
เป็นที่น่ายินดีสำหรับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ที่ ก.ตร.มีมติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเต็มตัวแล้ว หลังจากรักษาการยาวนานถึง 9 เดือน
พิสูจน์ตัวเองได้ว่า ทุ่มเททำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไปถึงที่เกิดเหตุทุกคดี ไม่ว่าคดีใหญ่ยันคดีจิ๊บจ๊อย
ทำทุกเรื่องเพื่อเข้าถึงหูตาผู้คนในเมืองหลวง
ไม่เว้นกระทั่งออกลีลาซารางเฮโย
แต่ก็น่าสังเกตว่า การแต่งตั้ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ให้เป็น น.1 ตัวจริงนั้น ลงมือกันในช่วงที่อีกแค่เดือนสองเดือน ก็จะต้องแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ประจำปี
ดังนั้นอีกเดือนสองเดือนข้างหน้า อะไรก็เกิดขึ้นได้ สำหรับตำรวจทุกตำแหน่ง ต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง รับคำสั่งโยกย้ายไปไหนก็ได้
ยิ่งในระดับผู้บัญชาการนี้ สามารถย้ายออกข้างไปเป็นผู้บัญชาการหน่วยอื่น หรืออาจถูกหวยขยับขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร.ก็ได้
เพียงแต่ถ้ามีอายุราชการยาวนาน การได้ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. ย่อมหมายถึงขยับขึ้นบันไดใกล้ถึงดวงดาว
แต่ถ้าเหลืออายุราชการอีกแค่น้อยนิด ก็คงเป็นการขยับขึ้นที่ไม่น่าพึงพอใจนัก
ที่ซ่อนอยู่อีกประการสำหรับมติ ก.ตร.เมื่อวันพุธที่ผ่านมา คือ เมื่อให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ เป็น ผบช.น.เต็มตัว เท่ากับเปิดเก้าอี้ ผบช.ประจำทำหน้าที่บริหารงานด้านป้องกันปราบปราม ให้พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.9 ที่ถูก ม.44 เด้งไป ศปก.ตร.ก่อนหน้านี้
ได้เข้าสู่เก้าอี้เก่าของ พล.ต.ท.ศานิตย์
แม้จะเป็น ผบช.ประจำ แต่ก็คือตำแหน่งหลักที่สามารถขยับปรับย้ายได้ต่อไปอีก
โดยพิษบ่อนการพนันในภาค 9 อันเป็นเหตุให้โดน ม.44 ย้ายเข้ากรุนั้น มีการสรุปผลเป็นอันยุติแล้ว พล.ต.ท.วีรพงษ์หลุดพ้นข้อกล่าวหา แต่จะให้กลับที่เดิมคงไม่เหมาะสม เลยได้เก้าอี้เหมาะๆ ผบช.ประจำ ตร.แทน
นี่คือผลของการแต่งตั้งวาระนอกฤดู ก่อนการย้ายใหญ่ประจำปี ทำให้ พล.ต.ท.วีรพงษ์ที่ยังมีอายุราชการอีกหลายปี มีตำแหน่งลง แล้วสามารถเลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ในเดือนตุลาคมนี้ได้เลย
เช่นเดียวกันในมติ ก.ตร.ดังกล่าว ยังมีผลให้ พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบก.สงขลา ที่โดนดาบ ม.44 ได้พ้นข้อหาและลงเก้าอี้หลักที่ลดชั้นลงกว่าเดิม โดยสลับกับผู้การสระบุรี
รวมทั้ง พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผบก.สมุทรสาคร ที่โดน ม.44 ในปัญหาค้ามนุษย์ ก็ได้หลุดพ้นกรุ มาลงเก้าอี้หลักที่เล็กลง สลับกับ ผบก.นครนายก
แต่ทุกราย พร้อมจะเข้าสนามแข่งขันในการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีนี้โดยไม่มีชนักติดหลัง
เบื้องหลังข่าวน่ายินดีของศานิตย์ซารางเฮโย จึงมีอีก 3 นายพลที่ได้เฮไปด้วย
ทั้งต้องจับตามองการย้ายใหญ่นายพลสีกากีประจำปีในอีกเดือนสองเดือนนี้
ใครจะเฮใครจะโฮ และจะได้ซารางเฮโยต่อหรือไม่

