
สะพานแห่งกาลเวลา : แอมโมเนียมไนเตรต’ : โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์
ที่มาของโศกนาฏกรรม 150 ศพ บาดเจ็บอีก 5,000 คน ที่ท่าเรือกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน เกิดจากการเก็บ แอมโมเนียมไนเตรต เอาไว้ในโกดังในลักษณะ “เก็บลืม” มากถึง 2,750 ตัน
โกดังของทางการที่ท่าเรือที่ว่านี้ เก็บสารประกอบประเภทเกลือเคมีที่เกิดจากส่วนผสมของ แอมโมเนียม กับ กรดไนตริค ไว้แบบทิ้งๆ ขว้างๆ ถึง 6 ปี
เหตุผลและที่มาของการเกิดละเลย ไม่เอาใจใส่ ประมาทเลินเล่อ ในครั้งนี้ กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน
สารประกอบชนิดนี้ ใช้กันเยอะมากในอุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี เพื่อเพิ่มไนโตรเจนให้กับสูตรปุ๋ยเคมีใดๆ
เหตุที่ใช้กันเยอะ เป็นเพราะแอมโมเมียมไนเตรต (สูตรทางเคมีคือ NH4-NO3) คือแหล่งที่มาของไนโตรเจนในปุ๋ยที่ต้นทุนถูกที่สุด เมื่อเทียบกับที่มาของไนโตรเจนอื่นๆ และส่วนใหญ่แล้วจะมีความเสถียรสูง คือไม่เปลี่ยนรูปในสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่
ซึ่งก่อให้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า แล้วทำไม แอมโมเนียมไนเตรตที่เลบานอนถึงระเบิดขึ้นมา?
คำตอบก็คือ แอมโมเนียมไนเตรต ไม่ใช่สารติดไฟในตัวมันเองก็จริง แต่มีจุดอ่อนสำคัญอยู่ที่ความร้อน
ความร้อนที่ระดับไม่ถึง 200 องศาเซลเซียส จะทำให้อะตอมของมันเกิดปฏิกิริยาทางเคมี เปลี่ยนอะตอม แอมโมเนียมไนเตรต เป็นก๊าซ 2 ชนิดคือ ไนตรัสออกไซด์ (N2O) กับ น้ำ (H2O) ในรูปของก๊าซ หรือไอน้ำนั่นเอง
ปัญหาก็คือ ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีนี้ไม่ได้ใช้ อิเล็กตรอน ออกซิเจน (O) ไปทั้งหมด เหลือออกซิเจนอยู่อีก 1 ตัว จะถูกถ่ายเทให้กับตัวรับอิเล็กตรอนที่สำคัญ ก็คือตัวการที่ทำให้เกิดความร้อน นั่นคือ “ไฟ”
การเกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้นกับแอมโมเนียมไนเตรตจึงต้องเริ่มต้นด้วยการมีไฟลุกไหม้ขึ้นก่อน ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นช่วยป้อนออกซิเจนให้กับไฟอย่างฉับพลันด้วยปริมาณสูงมาก ทำให้เกิดการระเบิดตูมตามขึ้นตามมา
ยิ่งปริมาณแอมโมเนียมไนเตรตมีมาก ปฏิกิริยายิ่งเกิดขึ้นเร็วมากและแรงมาก แรงระเบิดก็จะยิ่งมากตามไปด้วย
นักเคมีจึงถือกันว่า แอมโมเนียมไนเตรต คือสาร “ออกซิไดเซอร์” หรือตัวป้อนออกซิเจนด้วยเหตุนี้
และทำให้การที่มีรายงานข่าวบางกระแสระบุว่า มีการเก็บดอกไม้ไฟ ไว้ในโกดังสินค้าเดียวกัน ดอกไม้ไฟที่ว่านี้เกิดลุกไหม้ขึ้น ทำให้แอมโมเนียมไนเตรต เกิดระเบิดขึ้นตามมา
จึงถือเป็นการกระทำที่ประมาท เลินเล่อ และโง่ อย่างถึงที่สุดนั่นเองครับ!
การเป็นออกซิไดเซอร์นี้ยังทำให้แอมโมเนียมไนเตรต ที่ราคาถูก หาได้ทั่วไป กลายเป็นสารเสริมฤทธิ์การระเบิดของผู้ก่อการร้ายไปอีกด้วย
เมื่อปี 1995 ทิโมที แม็คเวห์ เคยใช้แอมโมเนียมไนเตรตเพียง 2 ตัน (2,000 กิโลกรัม) ผสมกับน้ำมัน ระเบิดอาคารแห่งหนึ่งในโอกลาโฮมา สหรัฐอเมริกา ฆ่าคนไปถึง 168 คน
วิธีที่กลุ่มก่อการร้าย ใช้วางระเบิดในไนต์คลับที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2002 ซึ่งทำให้ผู้คนเสียชีวิตมากกว่า 200 คน ก็เป็นการใช้แอมโมเนียมไนเตรตเช่นเดียวกัน
แต่ส่วนใหญ่ที่แอมโมเนียมไนเตรตระเบิดขึ้นนั้น มักเป็นอุบัติเหตุมากกว่าการตั้งใจก่อการร้าย
ตัวอย่างเช่น เหตุแอมโมเนียมไนเตรตระเบิดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเมื่อปี 1974 เกิดขึ้นกับบนเรือขนส่งสารเคมีชนิดนี้ที่สหรัฐอเมริกาที่ท่าเรือเท็กซัส บรรทุกแอมโมเนียมไนเตรตอยู่มากถึง 2,300 ตัน
เมื่อเรือลำแรกระเบิด เรือลำที่สองที่เทียบท่าอยู่ใกล้กัน ก็ระเบิดตามมา
ว่ากันว่า แรงระเบิดทำให้คนที่ยืนอยู่ห่างจากจุดระเบิดถึง 16 กิโลเมตรหงายหลังตึงลงกับพื้น
เหตุการณ์คราวนั้นมีคนตายมากถึง 581 คน
สาเหตุเกิดขึ้นจากมีคนเรือไม่รู้ความรายหนึ่ง ทิ้งก้นบุหรี่ไม่เป็นที่เป็นทาง ทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้นบนเรือลำแรก…เท่านั้นเอง
ที่หยิบเรื่องเหล่านี้มาเล่าสู่กันฟังนั้น เป็นเพราะ แอมโมเนียมไนเตรต ผลิตกันทั่วโลกปีละ 20 ล้านตัน ราวๆ 3 ใน 4 เป็นการผลิตเพื่อใช้ในเกษตรกรรมครับ
ข้อเท็จจริงก็คือ เกษตรกรแต่ละราย ใช้แอมโมเนียมไนเตรตกันปีหนึ่งๆ หลายตันทีเดียว หลายคนเก็บมันไว้กับบ้าน ร้านค้าหลายแห่งเก็บปุ๋ยสูตรนี้ไว้กับร้านด้วยซ้ำไป
ระวังฟืนไฟกันหน่อยก็แล้วกันครับ
