หน้าแรก คอลัมนิสต์ หนุมานไม่ชาญส...

หนุมานไม่ชาญสมร โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

31.07.16 | 12:00 น.

สัปดาห์สุกดิบ ก่อนการลงประชามติมาถึงแล้ว

แม้นี่จะเป็นเพียงคำพูดของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร คนเดียว แต่ก็น่าสนใจ

“วันนี้มีแพะสองตัว คือ กกต.แจกรัฐธรรมนูญไม่ครบ และ กรธ.พูดไม่รู้เรื่อง หนีการดีเบต”

น่าสนใจ เพราะสะท้อนอะไรบางอย่าง

ดังที่ทราบ นอกจากหนุมานเป็นแมสคอตของประชามติครั้งนี้แล้ว

Advertisement

กกต. และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยังเป็นประหนึ่ง “หนุมาน” อาสา มาทำงานด้วย

กกต.ต้องผลักดันให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 85% ตามเป้าหมาย

ขณะที่ กรธ.ต้องสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นกับประชาชนในการผ่านรัฐธรรมนูญ

แต่ในช่วง “สุกดิบ”

หนุมานได้กลายเป็น “แพะ” ตามที่นายสมชัยบอกไปเสียแล้ว

นั่นย่อมสะท้อนสถานะกลายๆ ของเครื่องยนต์สำคัญในฟากรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกอาการ “ติดๆ ขัดๆ” เสียแล้ว

ทำให้ความมั่นใจในฟากหนุนรัฐธรรมนูญลดลง

จะตี “กระแสกลับ” ได้ ต้องพึ่งหนุมานสีเขียว-สีกากี คือทหาร ตำรวจ ข้าราชการ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย มากขึ้น

ซึ่งตอนนี้ หนุมานสีเขียวและสีกากี กำลังพุ่งไปยังการกวาดล้างขบวนการ “มาร” ที่ทำลายประชามติ-รัฐธรรมนูญ

ตั้งแต่ทำฉบับปลอม ส่งจดหมายบิดเบือนเนื้อหา และทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงประชามติ

โดยตระกูลบูรณุปกรณ์ แห่งเชียงใหม่ ที่แนบแน่นกับพรรคเพื่อไทย เป็นเป้าหมายที่ถูกเปิดโปง และดำเนินคดี

จริงหรือไม่อยู่ที่พยานหลักฐาน

แต่หนุมานสีเขียวและสีกากีหมายมั่นว่า ด้วยตัวอย่างนี้จะทำให้ประชาชนเห็นว่าการลงประชามติครั้งนี้มีวิชามารเข้ามาทำลาย

และจะใช้เงื่อนไขนี้ดึงประชาชนที่ถูกปูพื้นให้เกลียดชัง “นักการเมือง” มาโดยตลอด หันมาร้องเพลงเสียงเดียวกันกับรัฐบาลและ คสช.

แต่กระนั้น ในภาวะสุกดิบ ที่ข่าวสารแตกกระสานซ่านเซ็น

แม้ปฏิบัติการเชือดคนตระกูลบูรณุปกรณ์จะเป็นข่าวใหญ่ แต่ก็ไม่ใหญ่เพียงพอที่จะดึงกระแสทั้งหมดมาไว้ในมือ

ตรงกันข้าม กลับถูกดึง หรือแชร์ไปในประเด็นร้อนอื่นด้วย

หนึ่งในนั้นคือการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงจุดยืน “ไม่รับรัฐธรรมนูญ” อย่างชัดเจน

ชัดเจนด้วยเหตุผลที่ย้อนเข้าไปแทงหัวใจ กรธ.อย่างเจ็บช้ำ

ทั้งการร่างรัฐธรรมนูญที่ลิดรอนสิทธิประชาชนลง นอกจากคำว่ารัฐธรรมนูญปราบโกง ก็ไม่จริง แถมยังไปผ่อนคลายให้ผู้ถูกดำเนินคดีข้อหาทุจริตอีก

และที่สำคัญ ไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขข้อขัดแย้ง ตรงกันข้าม ยังเป็นระเบิดเวลาในอนาคตอีก

ท่าทีไม่เอาด้วยกับรัฐธรรมนูญของคนกันเองระดับนายอภิสิทธิ์นี้ ย่อมส่งผลสะเทือนอย่างสูง

และดูดเอากระแสทุกกระแส ไปโฟกัสในเรื่องนี้อย่างที่ว่า

ทำให้ประเด็นอื่นๆ กลายเป็นเรื่องรองลงไป

จนหนุมานใหญ่อย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องอาสาออกมาช่วยประคองกระแส ด้วยการโจมตีว่านักการเมืองจิตใจคับแคบ

พร้อมกับประกาศรับรัฐธรรมนูญ อย่างที่เคยประกาศ ไม่เปลี่ยนแปลง

แม้จะมีเสียงขานรับจาก กปปส.และคนประชาธิปัตย์จำนวนไม่น้อย

แต่กระนั้น ท่าทีของนายชวน หลีกภัย ที่ออกมายืนเคียงข้างนายอภิสิทธิ์อย่างเปิดเผย

ทำให้สถานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ไม่โดดเดี่ยว และเสียงดังขึ้นมาทันที

ดังพอที่จะคัดง้างความเชื่อมั่นว่า นายสุเทพคือผู้มีบารมีเหนือพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะสามารถ “สั่งการ” อะไรก็ได้

การรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นไปอย่างเข้มข้น

และแน่นอน ย่อมส่งอิทธิพลไปยังกระแสนอกพรรคที่กระแสต่างจากรัฐบาลและ คสช.พุ่งสูงขึ้นด้วย

พลอยทำให้ความเชื่อที่ว่า รัฐธรรมนูญจะผ่านเพราะมี “หนุมาน” ช่วย

เป็นเรื่องไม่แน่นอนเสียแล้ว