ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มีคำชี้แจงเรื่องการชุมนุมที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีใจความว่า นักศึกษาผู้จัดการชุมนุมได้ทำหนังสือลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ขออนุญาตใช้สถานที่โดยแจ้งว่า “เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนทุกรูปแบบ” ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยินดีที่จะอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย โดยได้ขอให้การแสดงออกเป็นไปในขอบเขตของกฎหมายและหลีกเลี่ยงประเด็นที่ละเอียดอ่อน ซึ่งก็ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การชุมนุมจะอยู่ในขอบเขตของประเด็นทั้ง 3 ประเด็นที่ขอจัด โดยหากว่ามีคนที่ปราศรัยในประเด็นที่หมิ่นเหม่หรือผิดกฎหมาย คนพูดก็ต้องรับผิดชอบ การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. หลังจากนั้น ปรากฏว่ามีผู้ปราศรัยบางคนขึ้นกล่าวในเรื่องละเอียดอ่อนที่อาจนำมาซึ่งความแตกแยกของผู้คนในสังคม แม้ว่าเนื้อหาหลักของการชุมนุมจะเป็นไปตามขอบเขตดังกล่าว แต่เมื่อปรากฎเนื้อหาบางส่วนที่อาจจะเลยขอบเขตไป นายปริญญาจึงขออภัย และขอน้อมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น
สมชาย แสวงการ โพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊กว่า “ขอทวงถามความรับผิดชอบของผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทางกฎหมายและทางจริยธรรม” ส่วนเหรียญทอง แน่นหนาเขียนไล่ส่งนายปริญญาโดยใช้คำที่ไม่สุภาพซึ่
จะไม่ขอยกมาอ้างในที่นี้ เช้าวันนี้ มีศิษย์เก่าของผมคนหนึ่งโทรมาบอกว่าในความเห็นของเขา ถ้อยคำที่อ่านในตอนท้ายของการชุมนุมนั้นมีลักษณะการจาบจ้วง
ผมเองได้อ่าน “ประกาศกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฉบับที่ 1” และพบว่าเป็นข้อความที่อยู่นอกขอบเขตของข้อเรียกร้อง 3 ข้อของนักศึกษา แม้ “ประกาศกลุ่มแนวร่วมฯ” จะลงท้ายด้วยข้อความว่า “เป็นข้อเสนอโดยความปรารถนาดีเพื่อให้สถาบันกษัตริย์ได้อยู่เป็นมิ่งขวัญให้แก่ประชาราษฎร์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยต่อไป” แต่ก็ได้สร้างความโกรธเคืองแก่ผู้นิยมราชาธิบดี ดังตัวอย่างการแสดงออกที่กล่าวถึงข้างต้น
“กลุ่มแนวร่วมฯ” คงคิดว่า ความคิดเห็นที่แสดงในประกาศนั้นตรงตาม “ความจริง” ที่ตนสังเกตได้ แต่แม้จะเชื่อว่าเป็น “สมมติสัจจะ” แต่ก็ยังไม่ครบองค์ประกอบของการเป็น “สัมมาวาจา” อยู่ดี เพราะยังขาดการถูกกาลเทศะ คือไม่เป็นประโยชน์ในเวลา (กาล) และในสถานที่ (เทศะ) นี้ การแทรกคำประกาศเข้ามาย่อมมีผลกระทบต่อผู้อนุญาตให้ใช้สถานที่ (ในกรณีนี้คือนายปริญญา) และมีผลกระทบต่อขบวนการของนักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการบรรลุเป้าหมาย 3 ข้อของการชุมนุม หากขบวนการของนักเรียนนักศึกษาถูกกระทำให้เบี่ยงเบนหรืออ่อนแรงไป คนจำนวนมากรวมทั้งผมก็จะเสียใจ เสียใจแทนนักเรียนนักศึกษาที่เป็นพลังบริสุทธิ์ เสียใจที่การรวบรวมพลังเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจมีอุปสรรคเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
วินัยในตนเองของผู้เข้าร่วมชุมนุมย่อมมีผลดีเพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิผล แต่คงต้องมีฝ่ายรักษาวินัยด้วย ผมทราบว่าในการชุมนุมแต่ละครั้ง จะมีการดูแลความปลอดภัยและการรักษากติกาการชุมนุมอย่างน้อยสองชั้น คือ ฝ่ายการ์ดที่ผู้จัดการชุมนุมจัดหามาทำหน้าที่ และฝ่ายตำรวจ ที่สำคัญคือ มีผู้คุมเวทีที่ทำหน้าที่จัดคิวของผู้ที่จะขึ้นไปพูดบนเวที และมีการเตรียมประเด็นการพูดกันล่วงหน้าก่อน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 10 สิงหาคม 2563 จึงเห็นความจำเป็นที่ผู้จัดการชุมนุมจะวางกติกาและทำความเข้าใจกับผู้ที่จะขึ้นพูดบนเวทีว่า ต้องไม่ออกนอกประเด็นคือต้องอยู่ในข้อเรียกร้อง 3 ข้อของการชุมนุม ถ้าผู้พูดคนใดไม่ทำตามกติกา ผู้คุมเวทีอาจขอร้องให้ผู้พูดรักษาข้อตกลงหรือไม่ก็เชิญให้ผู้พูดลงจากเวที
ในบรรดาข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ผมอยากเสนอให้มีการพูดบนเวทีถึงเหตุผลที่จะขอแก้รัฐธรรมนูญให้มากขึ้น ว่าอยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใดบ้าง หรือจะแก้ประเด็นใดก่อนกัน
วิษณุ เครืองามให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมว่า ไม่ต้องถึงกับร่างกฎหมาย แต่ต้องให้รู้ว่าจะเอาอย่างไร หากส่งมารัฐบาลก็พร้อมจะพิจารณา … ได้คุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว แต่ละพรรคยังสงวนท่าที เพราะอาจยังเห็นไม่ตรงกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้ทั้งเสียงของ ส.ส. และ ส.ว. และบางประเด็นต้องอาศัยเสียงของประชาชนโดยการลงประชามติด้วย
สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์ในวันเดียวกันว่า ฝ่ายค้านเห็นตรงกัน และได้ลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของ ส.ว. ความเห็นยังหลากหลาย แต่ดูเหมือนว่า ส.ว. จำนวนหนึ่งที่แสดงออกผ่านสื่อไม่ขัดข้องที่จะแก้ไข แต่ขอให้คุยกันก่อน แม้แต่ พลเดช ปิ่นประทีป ซึ่งสื่อเน้นบทสัมภาษณ์ที่มีน้ำเสียงปรามหรือปรามาสนักศึกษา ก็ไม่ปฏิเสธการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วน วันชัย สอนสิริ มีข้อเสนอ 4 ข้อคือ 1) ตัดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี 2) ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง 3) ผบ. เหล่าทัพไม่เป็น ส.ว. โดยตำแหน่ง 4) ยกเลิก ส.ว. ที่มาจากกลุ่มอาชีพที่เลือกกันเองจำนวน 50 คน
นักเรียนนักศึกษาที่ชุมนุมกันในหลายจังหวัดได้วิจารณ์รัฐธรรมนูญในหลากหลายประเด็น ส่วนใหญ่เสนอให้มี สสร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ในส่วนภาคประชาสังคม คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) เครือข่ายนิสิต นักศึกษา ประชาชน และคณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ. ประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต่อประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม อีกองค์กรหนึ่งคือโครงการอินเตอร์เนตเพื่อกฎหมายประชาชน ซึ่งมีชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า iLaw ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่… พ.ศ….. เสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังล่าลายเซ็น 50,000 ชื่อเพื่อเสนอต่อรัฐสภา iLaw เสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 10 ประเด็นซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. ปิดทาง ‘นายกฯ คนนอก’โดยยกเลิกมาตรา 272
2. บอกลา ‘ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี’ โดยยกเลิกมาตรา 65 และ 275
3. ไม่ต้องมี ‘แผนปฏิรูปประเทศ’ โดยยกเลิก หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ
4. ผู้บริหารท้องถิ่นแบบพิเศษต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยยกเลิกมาตรา 252
5. พังเกราะคุ้มครอง คสช. โดยยกเลิกมาตรา 279 ที่ยังเป็นหลักประกันให้ คสช. ลอยตัว ไม่ต้องรับผิด
6. นายกฯ ต้องเป็น ส.ส.
7. ส.ว. ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน และยกเลิก ส.ว. 250 คนที่มาจากการคัดเลือกของ คสช.
8. แก้กระบวนการสรรหาคนในองค์กรอิสระ
9. ปลดล็อคกลไกแก้รัฐธรรมนูญ โดยแก้มาตรา 256 เพื่อให้รัฐสภาสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเสียงข้างมากเหมือนรัฐธรรมนูญ 2540
10. เปิดทางร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดย สสร. 200 คนที่มาจากการเลือกตั้งเป็นรายบุคคลหรือเป็นตัวแทนกลุ่มก็ได้ โดยประชาชน 1 คนเลือก สสร. ได้เพียง 1 คนหรือ 1 กลุ่ม และใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง
ถ้าถามผม ผมอยากให้แก้ไขในประเด็นต่าง ๆ หลายประเด็น แต่ขอเน้นในเรื่องขั้นตอนดังนี้
1) แก้ไขมาตรา 256 ในหมวดการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พร้อมไปกับการเพิ่มหมวดใหม่ ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง
2) แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยอาศัย มาตรา 256 ใหม่ ในบางเรื่อง/บางมาตรา เช่น ระบบการเลือกตั้ง อำนาจหน้าที่ของ ส.ว. การสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฯลฯ ซึ่งอาจดำเนินการได้ตลอดเวลาที่ยังไม่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
3) จัดให้มีการเลือกตั้ง สสร.
4) สสร. ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเปิดให้มีการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจใช้เวลาหนึ่งปีหรือกว่านั้น
5) เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ตามขั้นตอนที่สองแล้ว ขอให้มีการยุบสภา เลือกตั้งทั่วไป และแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือ
6) (ทางเลือก) จัดให้มีการออกเสียงประชามติ รับหรือไม่รับ รัฐธรรมนูญที่ สสร.ร่างขึ้น โดยไม่เร่งให้มีการยุบสภาก่อนหน้านั้น (การแก้ไข รัฐธรรมนูญ 2560 บางมาตราให้เสร็จก่อนในขั้นตอนที่ 2) นั้น เป็นการเผื่อไว้ว่า ถ้ามีเหตุต้องยุบสภาก่อนมีรัฐธรรมนูญใหม่ ก็จะได้ไม่ต้องใช้ระบบเลือกตั้งแบบปัจจุบัน และไม่ควรให้ ส.ว. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี)
7) ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. … (กรณีที่ผ่านการลงประชามติ) ซึ่งมีผลทำให้รัฐธรรมนูญ 2560 สิ้นสุดลง
8) เลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. และแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. …
วิษณุ เครืองามให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลมีธงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในใจแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีเป็นคน “รับธงเอง” ก่อนหน้านี้ นายกฯเคยเสนอนโยบายการออกจากวิกฤตโควิด -19 โดย “ผนึกทุกภาคส่วน ร่วมวางอนาคตประเทศไทย” จึงหวังว่านายกฯจะมองในภาพกว้างและภาพไกล และสามารถทำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างรัฐธรรมนูญที่ผนึกใจคนในชาติได้อย่างแท้จริง

