หน้าแรก คอลัมนิสต์ ประชาธิปไตยแบ...

ประชาธิปไตยแบบไทย คือ ประชาธิปไตยแบบ ‘ราชประชาสมาสัย’ : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

21.08.20 | 13:54 น.
ประชาธิปไตยแบบไทย คือ ประชาธิปไตยแบบ ‘ราชประชาสมาสัย’ : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

ประชาชนไทยวันนี้ หมายถึง เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ทุกผู้ทุกนามที่มีสัญชาติไทย มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญกำหนด หรือไปอาศัยในประเทศอื่นทั่วโลก

คือผู้ที่มีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บังคับใช้โดยเท่าเทียมกันถ้วนทั่วทุกตัวคน ซึ่งหากจะมีการกำหนดสิทธิเสรีภาพเป็นอย่างอื่น ย่อมป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ

ดังการชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษาและกลุ่มอื่นใดก็ตาม คือการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ทุกประการ เว้นแต่ว่าการใช้สิทธิเสรีภาพนั้นจะไปละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น อาทิ หมิ่นประมาท และ/หรือกีดขวางเป็นเหตุให้ผู้อื่นเกิดความไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 44 กำหนดไว้ว่า

บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

Advertisement

การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

ทุกครั้ง เมื่อประเทศไทยอยู่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ย่อมมีการชุมนุมเรียกร้องเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหลายเรื่องมาตลอดเวลา เป็นลูกโซ่จนกลายเป็นธรรมเนียม

จากนั้น การชุมนุมจะปรับเปลี่ยนตัวเองโดยมีการเรียกร้องจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การหยุดข่มขู่คุกคามประชาชน และการยุบสภา ดังเช่นในครั้งนี้

นั้นเป็นเพราะประเทศไทยมีปัญหาพอกพูนเป็นดินพอกหางหมูตลอดเวลา ในปัญหาเรื่องการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย มาตั้งแต่ พ.ศ.2475 นับแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง

มีเหตุผลประการสำคัญที่สุดเหตุผลหนึ่ง คือ หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองไม่ยอมปล่อยมือให้ประชาชน “ปกครองกันเอง” อย่างแท้จริง ยังคงยึดกุมอำนาจนั้นไว้ในหมู่พวกของตัวเอง ทั้งยังผลัดกันยึดอำนาจของกันและกันมาเป็นของตัวเองตลอดเวลา

อำนาจอธิปไตยจึงไม่เคยอยู่ในมือประชาชน หากแต่ไปอยู่ในมือคณาธิปไตยซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลและบุคคล ดังเช่นอยู่ในมือของผู้ที่ประกาศตัวว่า “ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” และผู้สืบทอดอำนาจนานนับสิบปี กระทั่งนิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชน ร่วมกันเรียกร้องรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นั้นเป็นเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว แล้วผู้มีปืนในมือร่วมกันยึดอำนาจกลับไปเป็นของพวกตนอีกครั้ง ถึง วันนี้ วันที่ผู้มีปืนเป็นอำนาจในมือยังมีกลวิธีและใช้กลวิธีนั้นยอมให้เกิดการชุมนุมเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และหยุดการคุกคามประชาชน

แต่ในการชุมนุมนั้นกลับมีกลอุบายเพื่อให้เกิดความเห็นแย้งขึ้นในตัวตนนั้นเอง ซึ่งไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมจึงเกิดขึ้น

ทั้งที่ทุกคนรู้ดีว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการกระทำอันขัดแย้งกับหัวใจประชาชนคนไทยซึ่งฝ่ายรัฐไม่เคยคิดแก้ไขให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดังหลายประเทศที่ปกครองด้วยระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดำเนินการแล้ว

ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย คือการปกครองในรูปแบบ “ราชประชาสมาสัย” พระราชากับประชาชนต่างเกื้อกูลและอาศัยซึ่งกันและกัน ดังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงดำเนินการให้เกิดขึ้นมานานนับหลายสิบปีแล้ว และรัชกาลปัจจุบัน ทรงมีพระราชปณิธานสืบสานพระราชกรณียกิจของพระราชบิดาให้ก้าวหน้าดังพระราชดำริเนื่องในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก

ทำไมจึงไม่น้อมนำมาปฏิบัติให้ประเทศชาติและประชาชนได้ดำเนินการไปตามนั้นเล่า

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์