หน้าแรก คอลัมนิสต์ รื่นร่มรมเยศ ...

รื่นร่มรมเยศ : จงเลือกวิถีทางที่ดีที่สุด : โดย เสฐียรพงษ์​ วรรณปก

23.08.20 | 14:21 น.
รื่นร่มรมเยศ : จงเลือกวิถีทางที่ดีที่สุด : โดย เสฐียรพงษ์​ วรรณปก

รื่นร่มรมเยศ : จงเลือกวิถีทางที่ดีที่สุด : โดย เสฐียรพงษ์​ วรรณปก

เคยเห็นโฆษณาทางทีวี คนสองคนเคยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถม มัธยม คนหนึ่งรับราชการ อีกคนหนึ่งกลายเป็นอาเสี่ยมีเงินเป็นถุงเป็นถัง วันดีคืนดีเพื่อนอาเสี่ยก็มาหา โยนเงินให้ปึกใหญ่ ขอให้ทำอะไรสักอย่าง ในโฆษณาไม่บอก แต่รู้ได้ว่าคงขอให้เพื่อนอำนวยความสะดวกในเรื่องค้าๆ ขายๆ เพื่อนข้าราชการเห็นว่าเป็นวิถีทางที่ไม่ถูกต้อง จึงไม่ยินยอม

เพื่อนอาเสี่ยจึงเยาะเย้ยว่า คิดให้ดีนะ คุณรับราชการไปจนตายก็ไม่มีทางมีเงินเท่านี้ เพื่อนข้าราชการพูดในทำนองว่า ถึงไม่ร่ำรวยเงินทองก็ไม่เดือดร้อน เพราะตระหนักดีว่าเราเป็นคนบริสุทธิ์สะอาด ทำนองนั้น

โลกสมัย “โลกาวิวัตน์” นี้ สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมากค่านิยมเก่าๆ ที่โบราณยึดถือว่าเป็นสิ่งดีงาม เช่นเรื่อง “ความดีความชั่ว” คนรุ่นหลังกลับเห็นว่าล้าสมัย ไม่ได้เรื่องอีกด้วย

สิ่งที่ปู่ย่าตายายเราสอนกันว่าดี คนรุ่นนี้กลับเห็นว่าไม่ดี สิ่งที่โบราณท่านว่าไม่ดี กลับมองเห็นว่าดี ทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับตาลปัตรกันหมด จนมีคำพูดว่า “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป”

Advertisement

เดี๋ยวนี้คนเราถือ “วัตถุ” เป็นเครื่องวัดดีวัดชั่วกันเสียแล้ว เมื่อทำความดีก็หวังจักได้ วัตถุ เมื่อไม่ได้ก็ร้องว่าทำดีไม่เห็นได้ดี

ทำดีก็ด้วยหวังจะร่ำรวย มีบ้านมีช่องใหญ่โต มีรถหรูๆ มียศตำแหน่งสูงขึ้น เมื่อทำดีแล้วไม่ได้สิ่งเหล่านี้ก็ตีโพยตีพายว่าทำดีไม่เห็นได้ดี เห็นบางคนทำชั่วสารพัด เช่น ค้าของเถื่อน ทุจริตคอร์รัปชั่น แต่มันรวยเอาๆ มีคนนับหน้าถือตา ตำแหน่งก็เลื่อนสูงขึ้นๆ ก็ร้องด้วยความเจ็บใจว่า “ทีไอ้หมอนั่นทำชั่ว ทำไมมันได้ดี”

ผมคิดว่าความผิดพลาดอยู่ที่วิธีคิด คนสมัยนี้คิดเอา “วัตถุ” หรือ “ความร่ำรวย” มาเป็นผลของการทำดี ซึ่งความจริงมันไม่ใช่

เราจะเห็นได้ว่า ทำชั่วก็รวยได้ ทำดีก็รวยได้ ที่พระท่านว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” นั้นมิได้หมายความว่าทำดีแล้วรวย ทำชั่วแล้วจน

ท่านหมายถึงทำดีแล้วได้ความดี ทำความชั่วได้ความชั่ว หรือพูดให้ชัดขึ้นอีกก็คือ ทำดีดี ทำชั่วชั่ว ได้ทันทีทันใดที่ทำเสร็จ

เช่น ลักของเขา ก็ได้กลายเป็นขโมยทันทีที่ลัก ด่าเขาก็กลายเป็นคนเลว (ที่ปากจัด) นี่คือทำทันทีได้ทันที

ส่วนเมื่อทำดีแล้วได้เงินได้ทอง ได้ตำแหน่งสูงขึ้น เป็นต้น ก็ขอให้ถือว่านั่นเป็น “ผลพลอยได้” ได้มาก็รับเอาไปเถอะ มันเป็นสิทธิที่เราจะพึงได้ แต่ถ้าไม่ได้อย่าตีโพยตีพาย

เพราะผลของความดีจริงๆ เราได้แล้ว ทันทีที่เราทำเสร็จสิ้นลง

ได้พูดไว้ตอนต้นว่า ทำดีก็รวยได้ ทำชั่วก็รวยได้ ข้อสำคัญเราควรจะรวยโดยวิธีไหน รวยด้วยการทำชั่ว หรือรวยด้วยการทำดี เรื่องนี้อยากฝากไว้ให้คิดด้วยครับ

รวยด้วยความทุจริตคิดมิชอบอาจรวยเร็วและรวยมากด้วยก็จริงอยู่ แต่เงินทองที่ได้มาเป็น “ของร้อน” อยู่ไม่นานก็ฉิบหายบางทีเงินมันยังไม่หมด แต่ตัวเอง “หมด” เสียก่อน คือถูกจับบ้างถูกฆ่าบ้าง แต่รวยด้วยการทำความดี ถึงจะรวยช้าก็มั่นคง เงินทองที่ได้มาเป็นเงินไม่ร้อน เราเองก็ภูมิใจสุขใจทุกครั้งที่ได้จับจ่ายใช้สอยเงินทองนั้น เพราะมันเป็นเงินทองที่ “บริสุทธิ์” จริงๆ

อ่านข่าวทราบว่าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งรับจ้างทำแท้งมานานเป็นสิบปี ก็คงรวยกันทั่วหน้า แต่เชื่อเถอะครับ รวยไปไม่ตลอด บอกแล้วไงว่ามันเป็น “เงินร้อน”!

ทั้งแพทย์และพยาบาลก็คงไปนั่งตบยุงร้อนใจอยู่ในมุ้งสายบัว ยิ่งคิดถึงไฟนรกก็ยิ่งจะร้อนยิ่งขึ้น!