เนื่องจากโรคระบาดโควิด-19 ทำให้หอแสดงดนตรีทุกแห่งต้องปิดตัวลง ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นมา ดนตรีคลาสสิกที่มีอยู่ในเมืองไทยก็หยุดการแสดงลงอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน นักดนตรีที่อาศัยอยู่ภายในประเทศก็ไม่สามารถแสดงได้ นักดนตรีที่เดินทางมาจากต่างประเทศก็เข้ามาไม่ได้ ในที่สุดการแสดงดนตรีคลาสสิกในเมืองไทยก็สิ้นเสียงสงบลง ต้องรอคอยไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้
เมื่อรัฐประกาศคลายการควบคุมและผ่อนปรนให้เปิดโรงเรียนสอนดนตรีได้ โดยค่อยๆ เริ่มจากการสอนดนตรีออนไลน์ผ่านสื่อก่อน ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา เมื่อทุกฝ่ายมีความมั่นใจขึ้น จึงได้ขยับเปิดสอน “ตัวต่อตัว” โดยโรงเรียนดนตรีต้องขยายห้องสอนเดี่ยว เพื่อให้ได้พื้นที่ 5 ตารางเมตรทุกห้อง ส่วนการแสดงดนตรีนั้นยังอยู่ในระบบปิดอยู่ คือต้องแสดงดนตรีออนไลน์ไปก่อน
ในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2563 เป็นครั้งแรกหลังจากการระบาดโรคโควิด-19 ที่สถาบันวัฒนธรรมเยอรมันเกอเธ่ (Goethe Institut) กรุงเทพฯ ได้เปิดให้มีการแสดงดนตรีสดแล้วมีคนเข้าไปดูได้ โดยโรงเรียนสอนดนตรีเอื้อมอารีย์ แต่ต้องมีการวางแผนปฏิบัติอย่างรัดกุม ทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด อาทิ เปิดประตูตรงเวลา 6 โมงเย็น ใช้เวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง หากใช้เวลาเกินก็จะถูกปรับชั่วโมงละ 2,000 บาท มีการตรวจอุณหภูมิ การใช้แอลกอฮอล์ล้างมือก่อนเข้าหอแสดง ต้องมีหน้ากากอนามัยคลุมหน้า ต้องนั่งห่างกันแบบเก้าอี้ตัวเว้นตัว ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเสมอภาคถ้วนหน้าไม่ละเว้น

สำหรับผู้ชมที่เข้าไปดูการแสดงดนตรีต้องไม่เกิน 50 คน เมื่อมีนักดนตรีแสดงมาก 30 คน มีพ่อแม่ผู้ปกครองรวมแล้วเกินที่วิธีการกำหนดมากกว่า 50 คน ก็ต้องแบ่งนักแสดงออกเป็นรอบๆ โดยให้มีนักแสดงรอบละ 10 คน เมื่อถึงรอบแรกก็เข้าไปแสดงก่อน แล้วเปิดให้พ่อแม่ชุดที่เด็กได้แสดงเข้าไปชมการแสดงก่อน เมื่อนักดนตรีรอบแรกแสดงเสร็จ ผู้ชมก็ต้องออกพร้อมนักแสดงและพ่อแม่ก็กลับบ้านได้เลย เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักแสดงชุดต่อไป คืนนั้นต้องเปิดเข้าออก 3 รอบ นักแสดงทั้งหมดจึงแสดงได้ครบ พ่อแม่ผู้ปกครองก็ได้ชมเฉพาะรอบการแสดงของลูกตัวเองเท่านั้น
เนื่องจากการเรียนดนตรีสากลที่มีอยู่ในระบบของประเทศไทย เริ่มต้นโดยวิธีเรียนดนตรีคลาสสิกทั้งหมดทุกเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นระดับเด็กเล็กกระทั่งระดับมหาวิทยาลัย โดยการเรียนดนตรีปฏิบัติกับครู แบบตัวต่อตัว เมื่อเรียนไปได้ระดับหนึ่งก็ต้องให้เด็กได้แสดง เพื่อสร้างความมั่นใจในการแสดงออก เพื่อให้เด็กมีความเชื่อมั่นที่ดีในการเล่นดนตรี พัฒนาให้เด็กมีความศรัทธาในดนตรี และดนตรียังเปิดโอกาสให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องในครอบครัวได้เห็นศักยภาพในการเรียนดนตรีและการเล่นดนตรีของเด็ก

ความจริงแล้วการศึกษาของเด็กที่ดีในทุกๆ วิชานั้น ใช้ต้นแบบของการเรียนดนตรีได้เลย คือ เด็กได้เลือกเครื่องดนตรีที่อยากเรียนเอง เด็กเลือกครูดนตรีเอง เมื่อไม่ชอบก็เปลี่ยนครูได้ เลือกเพลงที่จะเรียนเอง การเรียนดนตรีจัดเรียนแบบตัวต่อตัว พ่อแม่ลงทุนในการเรียนและดูแลอย่างใกล้ชิด เหมือนกับผู้ป่วย การไปหาหมอรักษาโรค ผู้ป่วยได้พบกับหมอเฉพาะโรคแบบตัวต่อตัว หมอรักษาโรคตามอาการของแต่ละคน ทำให้การรักษาดูแลผู้ป่วยประสบความสำเร็จ เด็กที่เรียนดนตรีได้เรียนกับครูครั้งละ 1 ชั่วโมง แต่โอกาสที่ผู้ป่วยจะได้พบหมอแต่ละครั้ง 1-10 นาที ซึ่งก็ทำให้ประสิทธิผลที่ออกมามีประสิทธิภาพสูง
เด็กที่เรียนดนตรี เมื่อได้เรียนและฝึกซ้อมได้ 1 เพลงดีแล้ว ก็มีโอกาสขึ้นแสดงบนเวทีได้ ซึ่งจะทำให้พฤติกรรมของเด็กเปลี่ยนไป การแสดงอยู่บนเวทีนั้น ไม่มีใครที่จะช่วยเด็กได้ เด็กจะต้องช่วยตัวเอง วิธีที่ดีที่สุดก็คือ เด็กจะต้องฝึกซ้อมดนตรีอย่างจริงจัง เล่นดนตรีจนสามารถจำเพลงได้ เล่นเองจนสามารถขึ้นแสดงบนเวทีได้ เด็กจะต้องฝึกซ้อมเพลงเดียวเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ซ้อมจนเด็กรู้สึกว่าเครื่องดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ซ้อมจนรู้สึกเกิดความเชื่อมั่น ซ้อมจนท่องจำเพลงได้ขึ้นใจ ซ้อมจนไม่รู้สึกประหม่า ไม่กลัวที่จะแสดง เด็กจะต้องซ้อมให้เหมือนที่จะเล่นจริง แล้วเมื่อเล่นจริงก็ทำให้เหมือนการฝึกซ้อม ซึ่งทั้งหมดเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพของเด็กโดยอาศัยการเรียนดนตรี เพราะเด็กที่เรียนดนตรีและเล่นดนตรีได้เก่ง ไม่จำเป็นจะต้องเป็นนักดนตรีอาชีพ แต่ดนตรีได้พัฒนาบุคลิกภาพให้เด็กเป็นทั้งคนดีและคนเก่งในคนเดียวกัน
เมื่อเด็กฝึกซ้อมอย่างดีแล้ว ครูและเด็กตกลงกันว่าจะให้เด็กได้แสดงบนเวที พ่อแม่ก็พร้อมให้การสนับสนุน ในฐานะที่ต้องแสดงบนเวที เด็กต้องแต่งตัวสวยงาม พ่อแม่ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบ ปู่ย่าตายายและญาติก็ต้องไปให้กำลังใจ เมื่อมีเด็กที่เรียนดนตรีจำนวนมาก ในการจัดแสดงจึงเป็นโอกาสของคนที่มีความพร้อมสูงสุด ได้ฝึกซ้อมมาอย่างดีเท่านั้นที่มีโอกาสขึ้นเวที

เริ่มต้นการแสดงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจยิ่ง เด็กชายภรันยู เหล่าผดุงรัชกร (บอส) ซึ่งเป็นกรณีศึกษาเด็กพิเศษ พ่อแม่มีความพยายามที่จะใช้ดนตรีในการพัฒนาลูก บอสเป็นเด็กที่มีสายตาสั้น สมาธิสั้น เรียนรู้ พัฒนาการช้า พ่อแม่รู้ตัวว่าลูกมีสภาพที่ผิดไปจากเด็กทั่วไป จึงแสวงหาครูดนตรีมาช่วยพัฒนา ตั้งแต่บอสอายุ 5 ขวบ วันนี้บอสอายุ 10 ขวบแล้ว โอกาสของบอสได้ทดลองเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลายชนิด เมื่อบอสได้เรียนดนตรีมา 5 ปีแล้ว กระทั่งบอสหันมาสนใจเล่นกีตาร์อย่างจริงจัง สามารถขึ้นแสดงบนเวทีได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งการเรียนดนตรีเป็นทางเลือกและเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาชีวิตของบอส
พ่อแม่ผู้ปกครองต้องช่วยลูกและต้องช่วยตัวเองอย่างมาก เพราะไม่มีใครช่วยลูกได้ ระบบโรงเรียนสามัญไม่สามารถช่วยเด็กพิเศษได้ เด็กพิเศษไม่สามารถเรียนรวมกันได้ เด็กพิเศษจึงต้องจัดการศึกษาเป็นพิเศษเพราะการพัฒนาของเด็กพิเศษช้า เมื่อเด็กพิเศษได้เห็นเด็กทั่วไปดำเนินชีวิตเป็นต้นแบบ เด็กพิเศษได้เรียนอยู่ท่ามกลางเด็กธรรมดาทั่วไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เด็กพิเศษพัฒนาเร็วขึ้น ทั้งหมดพ่อแม่ต้องลงทุนเลี้ยงลูกเป็นพิเศษด้วยตัวเอง พ่อแม่เด็กพิเศษจึงเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญในการพัฒนาเด็กพิเศษไทย
คืนนั้นมีนักดนตรีที่แสดงเป็นนักกีตาร์ 3 คน นักเปียโน 5 คน นักร้อง 2 คน นักไวโอลิน 11 คน นักขิม 2 คน และนักเชลโล 7 คน เป็นเด็ก 28 คน ผู้ใหญ่ที่เรียนดนตรีเพื่อความสุขส่วนตัวอีก 2 คน เล่นกันคนละเพลง ประมาณ 1-4 นาทีต่อคน
ฝีมือการแสดงดนตรีของเด็กทุกคน สามารถมองเห็นอนาคตของไทยได้เลยว่า เด็กๆ จะเป็นคนเก่งของประชาคมโลกได้ เด็กสามารถไปอยู่ที่ไหนในโลกก็ได้ เด็กทุกคนต่างเล่นดนตรีด้วยความสุข ผู้ชมซึ่งเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองต่างมีความอบอุ่นและมีความสุขที่ได้เห็นศักยภาพความเป็นเลิศของลูก เพราะลูกนั้นเป็นประติมากรรมที่ทำด้วยใจของพ่อแม่ที่สวยงามที่สุด จำเป็นต้องเลี้ยงดู ให้การศึกษาที่ดี และทะนุถนอม
ผู้ดูแลรับผิดชอบการศึกษาของไทย ที่ต้องไปดูงานและยกตัวอย่างการศึกษาของฟินแลนด์ ความจริงก็มีตัวอย่างดีๆ ให้ดูมากมายที่มีอยู่ในประเทศ โดยเฉพาะการเรียนที่ประสบความสำเร็จ ตัวอย่างการเรียนของวิชาแพทย์ (โรคเฉพาะทาง) ตัวอย่างการเรียนวิชาดนตรี (ตัวต่อตัว) เพราะผลผลิตที่สามารถสร้างเด็กให้เก่งได้นั้น ครูจะต้องเก่งและสามารถที่จะสอนเด็กให้เก่งได้
สถาบันวัฒนธรรมเยอรมันเกอเธ่ (Goethe Institut) กรุงเทพฯ นอกจากจะเป็นสถาบันที่ได้เผยแพร่วัฒนธรรมของเยอรมันและวัฒนธรรมของโลกแล้ว ยังเป็นตัวอย่างการจัดการวัฒนธรรมโดยบริหารให้เป็นธุรกิจวัฒนธรรมได้อย่างดี ตั้งแต่คุณภาพของหอแสดงดนตรี ระบบการจัดการหอแสดง มีเครื่องดนตรีที่ดี (เปียโน) มีระบบเสียงอคูสติกสำหรับดนตรีคลาสสิกที่ดี มีคนจัดการที่มีความสามารถ มีความรับผิดชอบสูง คนทำงานทุกคนมีวินัยในการทำงาน ซึ่งล้วนเป็นคนไทยแต่ได้รับการฝึกให้ทำงานแบบเยอรมัน
ทำให้ต้องคิดพิเรนทร์เล่นๆ ว่า ระหว่างไทยกับเยอรมนีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันมานาน น่าจะได้แลกเปลี่ยนผู้นำกันบ้างก็น่าจะดี ให้นายกรัฐมนตรีไทยไปบริหารเยอรมนีสักปีหนึ่ง แล้วแลกให้นายกรัฐมนตรีเยอรมนีมาบริหารเมืองไทยสักปีหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไรก็คงเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง ประชาชนทั้ง 2 ประเทศคงต้องร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม ชาวไทยที่ร้องไห้นั้นก็เพราะเห็นว่า แค่หนึ่งปีทำไมประเทศพัฒนาได้ถึงเพียงนี้ ส่วนชาวเยอรมันที่ร้องไห้ก็คงจะอุทานว่า แค่หนึ่งปี ทำไม (อิบหาย) เป็นไปได้ถึงเพียงนี้ เพราะคุณภาพการศึกษาทำให้คนมีวินัยและพัฒนาศักยภาพได้
ดนตรีคลาสสิกไม่ได้เป็นดนตรีเพื่อความบันเทิงของร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพของเด็ก เรียนดนตรีเพื่อพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดี ส่วนผู้ที่เริ่มเรียนดนตรีเพื่อความสุขส่วนตัวหรือผู้ใหญ่นั้น เพื่อพัฒนาจิตให้มีสมาธิ ดนตรีจึงสามารถเข้าถึงได้ทุกคน
ดนตรีหรือเพลงที่บริสุทธิ์ ประณีต งดงาม และไพเราะทุกชนิดเป็นเพลงคลาสสิก เพลงที่แม่กล่อมให้ลูกนอนเป็นเพลงคลาสสิกของลูก บทเพลงสวดมนต์ทุกศาสนาเป็นเพลงคลาสสิกของจิตใจทุกคน เมื่อได้ฟังเพลงสวดแล้ว ทำให้จิตใจผ่องใสเหมือนจิตใจที่ได้รับการปลดปล่อย ดังนั้น ดนตรีคลาสสิกจึงเป็นศิลปะที่มีพลังกระตุ้นจิตใจสำหรับทุกคนให้เบิกบาน
เมื่อมีดนตรีอยู่ในหัวใจ มีดนตรีอยู่ในชีวิต จะมีโรคระบาดโควิด แต่ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป การได้ฟังดนตรีที่ดี ยิ่งได้เห็นคนเล่นดนตรีมีความสามารถสูง เป็นแค่เด็กตัวน้อย นอกจากจะมีความเพลิดเพลินใจแล้ว ก็ยังรู้สึกได้ว่าคุณภาพของประชากรไทยในอนาคต เป็นความหวัง เป็นความรู้สึกที่รู้ว่า “ดีจังเลย”

