จาก’ประชามติ’ถึง’โน้ส อุดม’ โดย ปราปต์ บุนปาน

1.08.16 | 13:00 น.

เหลืออีกเพียงไม่ถึงสัปดาห์ ก็จะเข้าสู่วันลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

บรรยากาศช่วงนี้จึงสะท้อนให้เห็นสภาวะผสมปนเป ที่เคลื่อนไหวไหลเลื่อนอยู่ภายในกระบวนการเปลี่ยนผ่านกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ

ด้านหนึ่ง การออกมาแสดงจุดยืน “โหวตโน” ของพรรคการเมืองสำคัญ และกลุ่มพลังทางสังคมต่างๆ ก็ก่อให้เกิดประเด็นแห่งการถกเถียง-ตีความตามมามากมาย

กระแส “โหวตโน” ส่งผลให้มีการตีความต่อเสียง “ไม่รับรัฐธรรมนูญ” อย่างหลากหลาย

ตัวแทนของรัฐบาล เช่น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตีความ โดยพยายามเชื่อมโยงกับ “ความเป็นไปได้” หลายๆ ลักษณะ อันจะนำไปสู่ทางเลือก-ทางรอดของ คสช.

Advertisement

ผิดกับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่เห็นว่าอย่างไรเสีย การโหวตคว่ำรัฐธรรมนูญ ก็ย่อมส่งผลเสียต่อ คสช.มากกว่าผลบวก

เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกจำนวนหนึ่ง, หรือกลุ่มพลังทางสังคมอื่นๆ ที่สร้างคำอธิบายมาสนับสนุนการตัดสินใจจะ “โหวตโน” ของตนเอง ด้วยเหตุผลผิดแผกกันไป

(โดยยังไม่ต้องนับความเห็นต่างระหว่างหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับกลุ่ม กปปส. และสมาชิกพรรคอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งยืนยันที่จะ “โหวตเยส”)

ความแตกต่างหลากหลายเช่นนี้ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงเพดานในการแสดงจุดยืนความคิดทางการเมืองที่ขยับสูงขึ้น และอาจบ่งชี้ถึงสภาวะประชาธิปไตย ที่กำลังเขยิบเคลื่อนกลับมา

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าบรรยากาศดังกล่าวจะกระจายตัวครอบคลุมไปทั่วสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย

เพราะในขณะที่ตัวแทนพรรคการเมือง ตัวแทนเอ็นจีโอ หรือนักวิชาการบางกลุ่ม สามารถออกมาแสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ได้อย่างปราศจากการถูกต่อต้านขัดขวาง

ทว่า กิจกรรมลักษณะเดียวกันในบางพื้นที่กลับถูกจัดขึ้นอย่างลำบากยากเย็น

(โดยไม่ต้องนับเหตุการณ์ที่บุคคลในตระกูลดังทางการเมืองของเชียงใหม่ถูกควบคุมตัวอย่างเบ็ดเสร็จฉับพลัน และอาจถูกดำเนินคดีจากกรณีจดหมาย “บิดเบือน” ร่างรัฐธรรมนูญ หรือกรณีที่โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาให้ข่าวว่ามีกลุ่มการเมืองทางภาคใต้ปลุกระดมคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ)

การเดินทางไปสู่วันที่ 7 สิงหาคม และหลังจากนั้น จึงมีทั้งลักษณะ “เปิด” หรือ “ปล่อย” บางด้าน และ “ปิด” หรือ “กด” บางส่วนเอาไว้พร้อมๆ กัน

ความเคลื่อนไหวอีกหนึ่งกระแส ที่สามารถสร้างสีสันทางการเมืองได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะไม่ข้องเกี่ยวกับ “การเมือง” โดยตรง ก็คือ คลิปประชาสัมพันธ์การแสดงเดี่ยวไมโครโฟนครั้งที่ 9 ของ “โน้ส อุดม แต้พานิช”

ณ ตอนนี้ โน้ส อุดม เผยแพร่คลิปวิดีโอล้อเล่นกับ “พี่ตู่” มาสองคลิปแล้ว และได้เสียงตอบรับ เป็นยอดวิว ยอดไลค์ ยอดแชร์ ทางเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างล้นหลาม

คงเพราะเทคนิคการวางโครงเรื่อง, ตัดต่อเสียง และการจับเอาสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองมา “ปะทะ” หรือ “วางเทียบเคียง” กับสถานการณ์สมมุติเชิงตลกขบขัน ได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะเจาะ ลงตัว

ผลลัพธ์ทางการเมืองของคลิปโปรโมตการแสดง “เดี่ยว 9” จึงกลายเป็น “เสียงหัวเราะแห่งเสรีภาพ” โดยมีการหยิบยืม “เสียงพูดจาดุดันขึงขัง” ของหัวหน้า คสช. มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยสร้างสรรค์อารมณ์ขันอันทรงประสิทธิภาพ

น่าสนใจว่าคลิปของ โน้ส อุดม ถูกปล่อยออกมาตรงช่วง “ไคลแม็กซ์” ก่อนวันลงประชามติ 7 สิงหาคมพอดิบพอดี

จนน่าตั้งคำถามว่า “เสียงหัวเราะแห่งเสรีภาพ” ดังกล่าว จะสามารถเกิดขึ้นครอบคลุมทั่วทั้งสังคมการเมืองไทยในภาพรวมได้หรือไม่?

หรือสุดท้าย นี่จะเป็นเพียง “อารมณ์ขันเฉพาะ” ใน “พื้นที่เฉพาะ” และ “บริบทเฉพาะ” ที่ได้รับอนุญาตให้บังเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น