ปิดสวิตช์ ส.ว. …ฝันเป็นจริง? : สมหมาย ปาริจฉัตต์

ปิดสวิตช์ ส.ว. …ฝันเป็นจริง? : สมหมาย ปาริจฉัตต์

ก่อนการประชุมรัฐสภาพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 วันที่ 23-24 กันยายนนี้
และก่อนการนัดชุมนุมใหญ่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน วันเสาร์ที่ 19 กันยายนนี้อีกเช่นกัน มีความเคลื่อนไหวของผู้มีอำนาจ น่าสนใจติดตามยิ่งว่าผลสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร

นั่นคือ วุฒิสมาชิกค่อยๆ ทยอยเปิดตัวประกาศจุดยืนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้นตามลำดับ ล่าสุดรวมตัวกันในนามกลุ่ม ส.ว.อิสระ 60 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ที่เหลืออีก 190 คน ยังไม่ยอมแสดงท่าทีต่อสาธารณะว่าจะตัดสินใจอย่างไร

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการรวมตัวกดดันของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ที่จัดการชุมนุมติดต่อกัน ประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อใหญ่ หยุดคุกคามผู้มีความเห็นต่าง ร่างรัฐธรรมนูญใหม่และยุบสภา แต่หากมองลึกลงไป ต้นเหตุที่แท้จริงสืบเนื่องมาจากตัวบทรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยวกับการตีความแบบพิสดารพันลึก ทำให้เกิดความได้เปรียบ เสียเปรียบ เหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจนไม่เคยปรากฏมาก่อน

ตัวอย่างจากการนับรวมคะแนนภายใต้แนวคิดทุกคะแนนมีความหมายต้องไม่ตกน้ำหายไป ทำให้การรวมคะแนนพรรคเล็กต่่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำซึ่งความจริงแล้วต้องหมดสิทธิได้ที่นั่งในสภาไปแล้ว เพราะได้สิทธิเท่าเทียมกับทุกพรรคไม่ว่าใหญ่หรือเล็กในการนับครั้งแรก แต่คะแนนกลับถูกนำมานับรวมใหม่อีก ทำให้ได้ ส.ส.คนละเล็กคนละน้อย มีพรรคในสภาผู้แทนราษฎรมากถึง 19 พรรค ส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลใช้เวลานานหลายเดือน

ยังไม่นับรวมถึงกรณีที่เกิดเสียงเรียกร้องให้ยกเลิก คือ ที่มาและอำนาจของวุฒิสมาชิก ในการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายใต้ข้ออ้างสถานการณ์พิเศษ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีสืบต่ออำนาจจาก คสช. ในที่สุดเกิดกระแสเรียกร้องให้แก้ไข กลับสู่หลักการความเป็นประชาธิปไตยแบบปกติ ดังที่กำลังเกิดคลื่นมหาชนอยู่ขณะนี้

แม้วุฒิสมาชิกที่มีอำนาจโดยตรงก็ยอมรับต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและประกาศจุดยืนใหม่อย่างตรงไปตรงมา ขณะที่วุฒิสมาชิกอีกจำนวนมากไม่ยอมไสช้างออกมา ยังคงซุ่มอยู่ภายใต้ร่มไม้ รอเวลาและสถานการณ์เอื้ออำนวย ปลอดภัยก่อนถึงจะแสดงตัวต่อสาธารณะ ซึ่งหนีไม่พ้น วันนั้นจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน ในการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรก วันที่ 23-24 กันยายนนี้

การที่ ส.ว.ส่วนใหญ่ยังใช้สิทธิอมพะนำ รอจังหวะเหมาะ เพราะเป็นมารยาททางการเมืองหรือเหตุประการใดก็ตาม สะท้อนให้คิดถึงหลักการความเป็นอิสระและความเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ว่ายังห่างไกลความเป็นจริงนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ว.ที่เป็นคนในเครื่องแบบหรือเคยสวมเครื่องแบบ ทหาร ตำรวจ ฯลฯ แทบจะไม่ปรากฏชื่อในกลุ่ม ส.ว.อิสระที่ประกาศตัวล่าสุด ความกล้าหาญทางการเมืองในฐานะวุฒิสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จึงหาได้ยาก หากบรรยากาศอำนาจนิยมยังแฝงฝังอยู่

ไม่ว่าประเด็น เห็นด้วยกับการแก้ไข ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาทำหน้าที่ หรือควรแก้ไขเป็นรายมาตรา เพื่อความรวดเร็วและประหยัด ก็แล้วแต่ ท่าทีของวุฒิสมาชิกส่วนใหญ่ยังคงเป็นเสียงเงียบ ทั้งๆ ที่ท่าทีดังกล่าวส่งผลต่อสถานการณ์ที่กำลังดำเนินไปเป็นอย่างมีนัยสำคัญ

ข ณะที่ท่าทีของวุฒิสมาชิกที่ประกาศจุดยืนใหม่มาบ้างแล้ว ที่ผ่านมาจะเป็นไปในทำนองตั้งคำถามต่อฝ่ายผู้เสนอแก้ไขว่า จะแก้ไขเรื่องอะไร มาตราไหน ขอให้บอกมา จะได้กำหนดท่าทีตัวเองได้ถูกต้อง ปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุด ต่อใครก็สุดแท้แต่ละท่านจะคิดพิจารณากันเองล่ะครับ

ดีแต่ถามท่าที จุดยืน ข้อเสนอของฝ่ายเรียกร้องเป็นหลัก ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ข้าคือผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย ว่างั้นเถอะ

ทั้งๆ ที่ มีอีกท่าที ที่ควรทำได้ และจะทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีกว่า นั่นคือ บอกความคิดและมุมมองของตัวเองออกมาให้สาธารณะได้รับรู้อย่างเปิดเผย โปร่งใส ตรงไปตรงมา ว่าเห็นควรแก้ไขจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญในเรื่องใด มาตราอะไร โดยเฉพาะบทที่เป็นปัญหาคือ บทเฉพาะกาล ควรยกเลิกหรือไม่ สิ่งที่ควร น่าจะเป็นอย่างไร

ท่าทีประการหลังนี้ต่างหาก เป็นสิ่งที่วุฒิสมาชิก ทั้งๆ ที่ประกาศตัวออกมาแล้วหรือยังไม่ไสช้างออกมาควรแสดงให้ปรากฏ จะเป็นการหนุนเสริมการเรียกร้องที่ชอบธรรมในการแก้ไขและยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้เป็นไปด้วยความก้าวหน้า ราบรื่น คลี่คลายสถานการณ์อึมครึมลงได้อย่างแน่นอน

อีกทั้งจะช่วยให้ได้จำนวนวุฒิสมาชิกขั้นต่ำ ทำให้ญัตติแก้ไขรัฐรรมนูญเป็นจริง ซึ่งขณะนี้มีแล้ว 60 คนเพิ่มขึ้นเป็น 84 คน สำหรับการลงมติเห็นชอบในวาระที่ 1 และวาระที่ 3

ขณะที่ช่องทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้มาได้ 4 ช่องทาง คือ 1.คณะรัฐมนตรี 2.ส.ส. 3.ส.ส.ร่วมกับ ส.ว. 4.ภาคประชาชนล่าชื่อรวมกัน ซึ่งไม่ได้ปิดกั้น ส.ว.จะเป็นผู้ริเริ่ม

คำถาม คือ เหตุไฉน ทำไม ส.ว.ไม่ทำตัวเป็นผู้นำในการแก้ไขวิกฤตรัฐธรรมนูญที่เริ่มเกิดขึ้นและกำลังดำเนินไปอย่างน่าวิตกเล่า แทนที่จะถูกครหานินทาว่าเป็นผู้ที่เตะถ่วง หวงอำนาจ ตลอดกาล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดีเอสไอรับผลสอบ ‘คดีบอส อยู่วิทยา’ ชุดอ.วิชา เร่งสอบ 2 ประเด็น ส่งบอร์ดกคพ.เคาะ
บทความถัดไป‘รู้ไว้ใช่ว่า’ : โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร