‘อาวดี้’ชู‘บริการนำการขาย’ อะไหล่ถูก-สู้ศึกตลาดรถหรู

อาวดี้ รถหรูจากเยอรมนี เข้ามาทำตลาดรถหรูในบ้านเราอย่างจริงจัง เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้กลุ่มยนตรกิจเป็นตัวแทนนำเข้าและจำหน่ายในประเทศไทย และทิ้งช่วงไประยะหนึ่ง ก่อนที่ อาวดี้ ประเทศไทย โดย บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด โดยตระกูลล่ำซำถือหุ้นใหญ่ จะเข้ามารับช่วงปลุกปั้นแบรนด์สี่ห่วงสู้ศึกตลาดรถหรูเมืองไทย

กลยุทธ์ที่ทาง อาวดี้ ประเทศไทย งัดมาต่อกรกับค่ายรถหรูรายอื่นมาตลอด นั่นก็คือ บริการหลังการขาย หรือ อาฟเตอร์ เซล เซอร์วิส เพราะอาวดี้เชื่อว่าจะเป็นจุดช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ารถหรู เพราะลำพังเรื่องของตัวรถยนต์ อาวดี้มั่นใจว่าสามารถสู้กับคู่แข่งรถหรูอย่าง เบนซ์ บีเอ็ม วอลโว่ และยี่ห้ออื่นๆ ได้สบายมาก เพราะเป็นรถยนต์นำเข้าจากเยอรมนีคุณภาพสูง

กลยุทธ์บริการหลังการขาย อาวดี้ใช้เป็นไม้เด็ดในการกรุยทาง ตั้งแต่เริ่มบุกเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เมื่อ 3 ปีที่แล้ว จนกระทั่งล่าสุด แม้จะเกิดสถานการณ์โควิด อาวดี้ ประเทศไทย ก็ยังคงตอกย้ำกลยุทธ์ดังกล่าว โดยประกาศนโยบายชูบริการนำขาย เพื่อสร้างฐานให้แบรนด์แข็งแกร่ง เพิ่มความเชื่อมั่นให้ลูกค้าทั้งรายเดิมและรายใหม่

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวถึงภาพรวมแบรนด์อาวดี้ในประเทศไทยว่า ได้รับการยอมรับจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นชัดจากอัตราการเติบโตของยอดจำหน่ายของปีนี้ แม้จะมีสถานการณ์ไม่ปกติ แต่ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ส่งผลทำให้ยอดขายในช่วง 6 เดือนแรก เติบโตกว่า 11% ยอดขายจนถึงเดือนสิงหาคม ใกล้เคียงกับปี 2019 ยอดขายตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 400 คัน เพราะนอกจากความเป็นแบรนด์ระดับโลกที่แข็งแกร่ง เทคโนโลยีล้ำสมัย ราคาจับต้องได้แล้ว ที่สำคัญยังเป็นเพราะนโยบายอาฟเตอร์ เซล เซอร์วิส หรือบริการขายอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นและบอกต่อถึงคุณภาพบริการหลังการขายมาตรฐานสากล รวมถึงความโปร่งใสในการกำหนดราคาอะไหล่อย่างตรงไปตรงมากับลูกค้าช่วยทำให้ลูกค้าเริ่มมั่นใจอาวดี้ขึ้นเรื่อยๆ

“ตั้งแต่ตอนเริ่มทำ อาวดี้ ไทยแลนด์ ผมคุยกับคุณกฤษฎา ล่ำซำ (ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร อาวดี้ ไทยแลนด์) บอกว่าต้องให้ความสำคัญกับเรื่องบริการเป็นหลัก และเราก็คุยกับบริษัทแม่ อาวดี้ เอจี ตั้งแต่ต้นว่าเราจะขอรับประกันรถอาวดี้ในประเทศไทย 5 ปี 1.5 แสนกิโลเมตร เรียกได้ว่าเป็นการปรับประกันรถยนต์ที่สูงที่สุดในโลกของอาวดี้ ไม่มีประเทศไหนสูงกว่านี้แล้ว ที่สำคัญก็คือ เราจะคุยกับลูกค้าตรงไปตรงมาที่สุด เราจะเน้นความโปร่งใสในการคุยกับลูกค้า เพราะเราอยากสร้างฐานลูกค้าให้แข็งแรง บริการหลังการขายจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นอะไหล่ชิ้นส่วนทุกชิ้นรับประกันทั้งหมดตามที่ตกลงกัน ไม่มีมาเปลี่ยนแปลงภายหลัง เพื่อให้บริการหลังการขายเป็นตัวช่วยเสริมการขายรถ รายได้จากการขายรถทำรายได้ประมาณ 90% ของรายได้ทั้งหมด เราจึงไม่ได้หวังกำไรจากการขายอะไหล่”
นายกฤษณะกรกล่าว

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า กว่า 3 ปี ของการสร้างแบรนด์ อาวดี้ ในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนของ บริษัทแม่ อาวดี้ เอจี ในทุกด้าน ทำให้วันนี้เรามีฐานการบริการหลังการขายครบวงจร พร้อมรองรับการเติบโต และปริมาณของลูกค้าเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ปัจจุบันมีปริมาณรถอาวดี้ทั้งหมดประมาณ 4 พันคัน ดังนั้นจึงต้องเร่งเพิ่มศูนย์บริการ อีกไม่เกิน 6 เดือน โชว์รูมและศูนย์บริการที่ราชพฤกษ์ รวมถึงจังหวัดอุดรธานี จะเริ่มเปิดดำเนินการแล้ว ส่วนลูกค้าจังหวัดอื่นๆ หากเกิดปัญหาการใช้รถ เราจะส่งทีมไปให้บริการถึงที่ จนถึงวันนี้ อาวดี้ ประเทศไทย ลงทุนสร้างฐานการบริการหลังการขายทันสมัย ครบวงจรมากกว่า 150 ล้านบาท ทุกโชว์รูมมีเครื่องมือควบคุมด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ล่าสุด อาวดี้ ประเทศไทย สามารถคว้ารางวัลความเป็นเลิศหลายรางวัล เช่น ด้านลูกค้าสัมพันธ์ ด้านการฝึกอบรม ในระดับเอเชีย ด้านทักษะช่างเทคนิค ก็คว้ารางวัลที่ 1 ในการแข่งขันทักษะความสามารถของการบริการ และรางวัลที่ 3 ด้านความสามารถด้านเทคนิค และข่าวดีล่าสุดของประเทศไทย คือ บริษัทแม่เลือกอาวดี้ ประเทศไทย เป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ เพื่อการพัฒนายกระดับการบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง จากก่อนหน้านี้รางวัลส่วนใหญ่มักเป็นของ อาวดี้ สิงคโปร์ เพราะเป็นตลาดใหญ่ มียอดขายปีละประมาณ 3 พันคัน

นายวัลลภกล่าวว่า องค์ประกอบสำคัญที่เห็นชัดของงานบริการหลังการขายของ อาวดี้ ประเทศไทย คือการพัฒนาบุคลากร โดยเพิ่มทีมช่างเทคนิค จาก 10 คนในปีแรก เป็น 73 คนในปีนี้ ความสามารถการรองรับงานซ่อมจาก 1,300 ใบงานในปีแรก เพิ่มเป็น 7,000 กว่าในปี 2562 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 24% ในปีนี้ ทำให้ยอดจำหน่ายอะไหล่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จาก 15 ล้านบาทในปีแรก คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 130 ล้านบาทในปีนี้ อาวดี้ ประเทศไทย กำหนดนโยบายอะไหล่ โดยประสานงานและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างศูนย์กระจายอะไหล่ในประเทศและคลังอะไหล่ของอาวดี้ที่มาเลเซียและเยอรมนี เพื่อพร้อมบริการและสต๊อกอะไหล่ที่เพียงพอ ปัจจุบันสต๊อกอะไหล่ อาวดี้ ประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท ในส่วนของอัตราค่าบริการและอะไหล่ของอาวดี้
ประเทศไทย ยังคงนโยบายการตั้งราคาอะไหล่จับต้องได้ ค่าบริการในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้นอยู่ในระดับคุ้มค่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ในตลาดเดียวกัน ส่วนอะไหล่สิ้นเปลืองและอะไหล่ทดแทน กำหนดราคาให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ดีที่สุด จนทำให้อู่ซ่อมรถยนต์อิสระยังตัดสินใจเลือกสั่งอะไหล่จากอาวดี้ ประเทศไทย อีกด้วย

นายวัลลภกล่าวว่า อาวดี้ ประเทศไทย เน้นย้ำด้านความโปร่งใสกับลูกค้า กรณีลูกค้าเป็นผู้ชำระค่าอะไหล่ ลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบการขนส่งและค่าใช้จ่ายในการจัดส่งอะไหล่ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมดา แบบด่วน (ส่งทางอากาศ) และด่วนพิเศษ (Courier) กรณีเลือกสั่งอะไหล่แบบด่วนพิเศษ กำหนดระยะเวลาไว้ 2-3 วันสำหรับอะไหล่มาจากมาเลเซีย กำหนดไว้ 5-7 วันทำการหากสั่งจากประเทศเยอรมนี กรณีงานเคลมประกันคุณภาพ และอะไหล่ยังไม่มีในไทย บริษัทจะเลือกใช้ขนส่งอะไหล่แบบด่วนพิเศษโดยลูกค้าไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด

“จุดเด่นของ อาวดี้ ประเทศไทย ที่มัดใจลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องคือ กระบวนการรับประกันคุณภาพรถใหม่ที่มีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ทำให้ลูกค้าสบายใจ รถใหม่ทุกคันจะได้รับการประกันตรงจากโรงงาน อาวดี้ เอจี รับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และรับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูงของรถยนต์ไฟฟ้า อาวดี้ อี-ตรอน นโยบายการให้บริการของอาวดี้ ยังเน้นลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า อะไหล่หลากหลายกลุ่มสามารถเลือกเปลี่ยนอะไหล่เป็นโมดูลย่อยได้ อาทิ แบตเตอรี่แรงดันสูงในรถยนต์ อาวดี้ อี-ตรอน สามารถเลือกเปลี่ยนเฉพาะโมดูลที่มีปัญหา หรือปัญหาเรื่องสายไฟของรถยนต์ อาวดี้ได้นำเสนอชุดซ่อมสายไฟเฉพาะส่วน โดยลูกค้าไม่ต้องชำระค่าสายไฟทั้งเส้นได้” นายวัลลภกล่าวทิ้งท้าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชมแบบจำลอง นาที โนอึล เข้าสู่ประเทศไทย(คลิป)
บทความถัดไปเฟซบุ๊ก แหล่งบ่มเพาะเฮทสปีชในพม่า