หน้าแรก คอลัมนิสต์ 7 สิงหาคม โด...

7 สิงหาคม โดย พีรพล ศรีสิงห์

4.08.16 | 15:00 น.
แฟ้มภาพ

วันที่ 7 สิงหาคม อาจมีความผูกพันกับประเทศหรือสังคมหรือบุคคลไทยตามเหตุปัจจัยแตกต่างกันออกไป และอาจมีผลต่อความรู้สึก ต่อความรับรู้ ต่อความศรัทธา จนก่อให้เกิดเป็นความสำคัญของวันที่แตกต่างกันออกไปตามเหตุปัจจัยนั้นๆ ของผู้คนในอดีตจนต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

ในระยะร่วมสมัยของไทยเรา วันที่ 7 สิงหาคม มีความสำคัญและผูกพันต่อจิตใจของผู้คนที่เด่นๆ จำนวน 3 กรณี ซึ่งทั้งสามกรณีนี้ล้วนมีความเกี่ยวพันกับการเมือง กฎหมายและความยุติธรรม รวมทั้งความเป็นธรรมในสังคมทั้งสิ้น

7 สิงหาคม ในฐานะของวันรพี

พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 14 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์ต่อวงการกฎหมายและศาลยุติธรรมของไทยเป็นอย่างมาก ทรงตั้งโรงเรียนกฎหมายเพื่อเปิดการสอนกฎหมาย รวบรวมและแต่งตำราเรียนกฎหมายลักษณะต่างๆ มากมาย ยกเลิกศาลกงสุลต่างชาติเพื่อให้คนไทยที่มีข้อพิพาทมาชำระความโดยศาลไทย ฯลฯ จนได้รับพระราชสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2463 นักกฎหมายไทยได้ถือเอาวันสิ้นพระชนม์นี้เป็นวันรำลึกคุณความดีของพระองค์

7 สิงหาคม ในฐานะของวันเสียงปืนแตก

Advertisement

ภายหลังจากที่รัฐบาลสมัยพระยามโนปกรณ์นิติธาดาต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ใช้นโยบายและบังคับใช้กฎหมายป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ จนก่อให้เกิดการจับกุมคุมขังและเข่นฆ่าบรรดาบุคคลที่มีความเห็นต่างทางการเมือง รวมทั้งที่มีความศรัทธาต่ออุดมการณ์ลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างก้าวร้าวรุนแรง อันมีผลทำให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยต้องใช้แนวทางปฏิวัติแบบชนบทล้อมเมือง ผู้ปฏิบัติงานของพรรคระดับต่างๆ เดินทางเข้าสู่ชนบทเป็นจำนวนไม่น้อย และในที่สุดก็ได้เกิดการปะทะกับกองกำลังของรัฐบาลเป็นครั้งแรก ที่บ้านนาบัว ตำบลเรณูนคร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2508 เหตุการณ์ปะทะในวันดังกล่าวจึงเป็นการประกาศการต่อสู้กับรัฐด้วยกำลังอาวุธเป็นครั้งแรก ซึ่งนิยมเรียกกันว่า “วันเสียงปืนแตก”

วันที่ 7 สิงหาคม 2508 จึงมีความสำคัญกับพลพรรคและผู้ศรัทธาต่อพรรคและอุดมการณ์ลัทธิคอมมิวนิสต์ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาเกือบ 30 ปี หลังจากนั้นก็เริ่มมีการกล่าวขานถึงน้อยลง ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์ของการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์ฯ ยุติลง วันเสียงปืนแตกหรือวันที่ 7 สิงหาคม จึงมีบทบาทและมีความสำคัญกับการเมืองของไทยและผูกพันกับแนวความคิดในเรื่องของการแสวงหาความเป็นธรรมอย่างแนบแน่นของผู้คนจำนวนหนึ่ง

7 สิงหาคม วันลงประชามติ

ความหมายของ 7 สิงหาคม ได้รับการกำหนดขึ้นในภาวการณ์ปัจจุบันอีกประการหนึ่งคือ เป็นวันที่กำหนดให้มีการลงประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงท้าย

การลงประชามตินี้อาจไม่มีความเหมือนของเหตุการณ์ในทำนองเดียวกับการรำลึกถึงคุณความดีของบุคคลดังเช่นกรณีของวันรพี และไม่มีความเกี่ยวพันเชิงการต่อสู้ระหว่างรัฐกับขบวนการคอมมิวนิสต์ แต่จะเป็นวันที่พลเมืองไทยที่มีสิทธิออกเสียงทางการเมืองกว่า 50 ล้านคน จากทั้งหมด 65 ล้านคน จะได้แสดงความเห็นความต้องการในทางการเมือง ความเห็นต่อความยุติธรรมและความเป็นธรรมประการต่างๆ ทั้งในเรื่องสิทธิเสรีภาพพลเมือง หน้าที่ของรัฐและเรื่องของทรัพยากรรวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่จะปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญ

การลงประชามติในครั้งนี้จึงเกี่ยวพันกับอุดมการณ์ของพลเมืองว่าจะต้องการให้ประเทศมีหลักการอย่างไรและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็นการต่อสู้ทางการเมืองและแสวงหาความเป็นธรรมอย่างหนึ่งในสถานการณ์ที่แนวทางการเปลี่ยนแปลงประเทศยังยึดโยงกับกลวิธีของระบอบประชาธิปไตย และไม่ต้องการให้มี “วันเสียงปืนแตก” รวมทั้งไม่ปรารถนาให้มีอำนาจของศาลจากต่างประเทศเกิดขึ้นดังเช่นในอดีต

วันลงประชามติจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ในวันรุ่งขึ้น ไม่ว่าการลงประชามติครั้งนี้จะทำให้พลเมืองจดจำความหมายของวันที่ 7 สิงหาคมเสียใหม่ จนอาจมีผลต่อความทรงจำในความหมายของวันที่ 7 สิงหาคมดั้งเดิมหรือจะเป็นเพียงแค่วันอีกวันหนึ่งที่ผ่านพ้นไปโดยไม่มีความสำคัญให้จดจำ ดังเช่นวันที่มีการลงคะแนนเพื่อผลทางการเมืองที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่ขึ้นต่อเหตุปัจจัยที่พลเมืองจะกำหนดให้เกิดผลลัพธ์และผู้ถือครองอำนาจรัฐจะให้ความสำคัญ

การร้อยเรียงความหมายของวันในแต่ละห้วงเวลาภายใต้มุมมองในเรื่อง “อุดมการณ์กฎหมาย ความยุติธรรมและความเป็นธรรม” ซึ่งแม้ว่าแท้จริงแล้วแต่ละเหตุการณ์มิได้กำเนิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือเชื่อมโยงกันก็ตาม แต่ผลลัพธ์ของการลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 อาจชี้ออกมาได้ว่า วันที่ 7 สิงหาคม ในฐานะของวันลงประชามติจะมีพัฒนาการที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าหรือย่ำอยู่กับที่หรือถอยไปเข้าใกล้กับอดีต ซึ่งอยู่ในวันเวลาของการด้อยความยุติธรรมและความเป็นธรรมในสังคม