เป็นไป ตามแผน
แผน เยาวชนปลดแอก
กรณี รัฐธรรมนูญ
ไม่ว่า 250 ส.ว.จะมีมติอย่างไรต่อร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ทั้ง 6 ฉบับ เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ
เรื่องของ “รัฐธรรมนูญ” ก็ได้กลายเป็น “ประเด็น”
เป็นประเด็นทั้งต่อรัฐบาล เป็นประเด็นทั้งต่อพรรคร่วมรัฐบาล เป็นประเด็นทั้งต่อพรรคร่วมฝ่ายค้าน และเป็นประเด็นทั้งต่อ 250 ส.ว.เอง
จะเข้าใจเรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจถึง “ราก” ที่มา
ปมเงื่อนมิได้อยู่ที่ว่า 1 รากที่มาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เท่านั้นที่กลายเป็นปัญหา หากแต่ที่สำคัญ 1 ซึ่งไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
นั่นก็คือ ปัจจัยอะไรทำให้ต้องมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม
เป็นเพราะมติของพรรคร่วมรัฐบาลกระนั้นหรือ เป็นเพราะมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านกระนั้น หากมองตามระบบรัฐสภาอาจเป็นเช่นนั้น
แต่ก็มิควรมองข้ามปัจจัย “เยาวชนปลดแอก”
คำถามก็คือ ก่อนเดือนกรกฎาคม ก่อนการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก” ในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม ณ บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
บรรยากาศอันเกี่ยวกับ “รัฐธรรมนูญ” เป็นอย่างไร
ต้องยอมรับว่ามีความหงุดหงิด มีความไม่พอใจ โดยเฉพาะจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน หรือแม้กระทั่งบางส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลก็มีความหงุดหงิด มีความไม่พอใจ
ทุกอย่างยุติอยู่ที่กรรมาธิการศึกษาวิธีการแก้ไขของสภาผู้แทนราษฎร
รัฐบาลยังคงยืนยันว่าไม่ควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างอิงอยู่กับ “ประชามติ” เสียงจาก ส.ว.มองไม่เห็นความจำเป็น
กรรมาธิการก็ทำงานแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
ต่อเมื่อมีการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก” เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ตามมาด้วย “แฟลชม็อบ” ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในขอบเขตเกือบทั่วประเทศนั้นหรอก
จึงเกิดการขยับ ขับเคลื่อน
ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก” จะถูกเรียกขานอย่างหมิ่นแคลนอย่างไร ว่าเป็นม็อบมุ้งมิ้ง ว่าเป็นม็อบฟันน้ำนม ว่าเป็นม็อบวูบวาบ
แต่ความเป็นจริง เป็นม็อบที่มี “พัฒนาการ”
มิได้พัฒนาการในเชิงปริมาณจากที่เห็น ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หากแต่กระจายออกไปอย่างกว้างขวางแทบจะเรียกได้ว่าเป็นม็อบรายวัน
และเมื่อวันที่ 19 กันยายน ก็มหึมา มหาศาล
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากคือพัฒนาการในเชิง “เนื้อหา” เริ่มจาก หยุดคุกคามประชาชน จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ยุบสภามอบโอนอำนาจให้ประชาชน
หากตามมาด้วย 2 จุดยืน 1 ความฝัน
แม้จะมีมาตรการเข้มสกัดขัดขวาง ด้วยการคุกคามถึงบ้าน ด้วยการตั้งข้อหาจากเบาไปหาหนัก จากผิด พ.ร.บ.ความสะอาด กระทั่งกฎหมายความมั่นคง
แต่การเคลื่อนไหวก็ยังเกิดขึ้น และทวีความคึกคัก เข้มข้น
ในเมื่อ “เยาวชนปลดแอก” เป็นผู้จุดประกายในเรื่อง “รัฐธรรมนูญ” พลันที่มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา
นั่นหมายความว่าได้เป็น “ประเด็น” แล้ว
ความหมายก็คือ กรณีของ “รัฐธรรมนูญ” ได้กลายเป็นหัวรถจักร และหัวรถจักรนี้ได้อยู่บนรางทางการเมืองเสร็จสรรพสมบูรณ์แล้ว
เป็นไปตาม “ยุทธศาสตร์” ของ “เยาวชนปลดแอก”

