รธน.ห่วยžได้รบ.ห่วยž

1.10.20 | 14:03 น.

ผมฟังคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประเด็นการควานหา รมว.คลังคนใหม่Ž บิ๊กตู่Ž บอกว่า “สัปดาห์หน้าก็จะรู้ว่าเป็นใคร ทุกคนรู้จักกันทั้งหมดอยู่แล้ว ตนจำเป็นที่จะต้องคัดเลือกคนที่เหมาะสม รู้งานเศรษฐกิจ รู้งานการทำงานรัฐบาล และใจถึง เข้มแข็ง และเดี๋ยวก็คอยดูแล้วกัน อยากได้ใครล่ะŽ” พร้อมปฏิเสธชื่อของ ประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง อาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.คมนาคม และ ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ไม่เห็นมีใครสมัครใจกับผมเลย ผมก็ขอไปเยอะ เห็นใจรัฐบาลบ้าง ผมเองก็ต้องพูดคุยกับเขาว่าเขาพร้อมไหม ส่วนใหญ่ครอบครัวก็เป็นห่วงเป็นใยกัน บางคนพร้อมมาช่วยงานแต่ติดที่ครอบครัวของเขา แต่นี้เป็นปัญหาของประเทศ ซึ่งบางทีก็เลือกคนไม่ได้มากนัก แต่ก็ต้องเลือกคนให้ได้ดีที่สุด ถ้าเลือกไม่ได้ก็ต้องทำงานร่วมกันให้ได้ นั่นคือแนวทางของผมŽ

ไม่น่าเชื่อว่าการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ที่บอกว่าเป็นฉบับปฏิรูปประเทศ แต่ไม่มีคนเก่ง คนดี คนมีความสามารถ เสียสละตัวเองมาทำงานร่วมกับนายกฯที่ชอบอุปมาอุปไมยตัวเองว่า เป็นคนดี คนเสียสละ อาสามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ทั้งๆ ที่ประเทศชาติกำลังเผชิญ ภาวะที่ไม่ปกติž เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตทั้งเศรษฐกิจตกต่ำและสถานการณ์ระบาดของโควิด-19

ความจริงตำแหน่ง รมว.คลังเป็นตำแหน่งสำคัญของรัฐบาล ถ้าเปรียบเป็นบริษัทก็เหมือนกับ CFO (Chief Finance Officer) มีบทบาทสำคัญในการวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการเงิน ในระดับประเทศก็คือ ด้านการเงิน การคลัง ซึ่งจะต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒน์ รวมถึงสำนักงบประมาณ

แต่ในตอนนี้มีเพียงนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เราไม่มีขุนคลังที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความสามารถ ในภาวะที่เศรษฐกิจผิดปกติและตกต่ำขนาดนี้ ซึ่งอาจจะต้องการยุทธศาสตร์และนโยบายที่มีความแปลกใหม่ เป็นนวัตกรรมหรือแม้กระทั่งคิดนอกกรอบด้วยซ้ำไป ถึงจะสามารถที่จะฝ่าฟันปัญหาเศรษฐกิจได้

Advertisement

ผมแอบสงสัยไม่ได้ว่า หากถ้ารัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ดีจริงแล้ว หลังการเลือกตั้งมีนาคม 2562 จนสามารถปูทาง พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ทำไมเราถึงไม่ได้รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้

มีหลายคนแอบเปรียบเทียบและตั้งคำถาม ทำไมอิทธิพลจากตัวรัฐธรรมนูญ 2540 จึงสร้างให้รัฐบาลไทยรักไทยเข้มแข็ง ส่งผลให้นโยบายหลายอย่างประสบความสำเร็จ แต่ทำไมโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ 2560 ถึงไม่ได้เอื้อให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ

ผมนั่งอ่านคำให้สัมภาษณ์ของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตแกนนำในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่ประสบความสำเร็จจนถึงขีดสุด ผ่านออนไลน์เวย์ แม็กกาซีน

นพ.สุรพงษ์Ž มองว่า มาจาก 2 ปัจจัยเป็นอย่างน้อย ที่ทำให้การพัฒนาประเทศหลังจากที่ชนะการเลือกตั้งในวันที่ 6 มกราคม 2544 เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

ปัจจัยแรก ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ 2540 ที่นำมาสู่เรื่องเกี่ยวกับการทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง มีระบบการเลือกตั้งครั้งแรกที่มีบัตร 2 ใบ คือระบบเขตและระบบปาร์ตี้ลิสต์ ทำให้พรรคไทยรักไทยสามารถชนะเลือกตั้ง 248 เสียง หรือเกือบกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร แล้วทำให้นโยบายหลายๆ อย่างที่ประกาศกับประชาชน สามารถดำเนินการได้โดยที่เรียกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎร ยกตัวอย่างนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ถ้าหากเป็นรัฐบาลที่อ่อนแอ การผลักดันนโยบายนี้อาจจะทำได้ยาก

ปัจจัยที่สอง เกี่ยวกับความสามารถของผู้นำ แม้รัฐบาลไทยรักไทยจะได้อานิสงส์จากรัฐธรรมนูญ 2540 แต่อีกส่วนหนึ่งก็ขึ้นกับความสามารถของผู้นำที่คิดแล้วก็ทำ ผลักดันให้นโยบายต่างๆ เดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีนวัตกรรมที่สามารถสร้างระบบเศรษฐกิจที่เรียกว่า Dual Track (Dual Track Policy หรือนโยบายเศรษฐกิจแบบสองขา ที่ดำเนินในรัฐบาลไทยรักไทยโดยมุ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการดึงเงินทุนจากประเทศ พร้อมๆ กับกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า)

ถามว่าความสามารถของผู้นำในยุคหลังรัฐประหาร 2557 มีไหมในภาวะที่เราเป็นอยู่ขณะนี้ คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว

เพราะรัฐธรรมนูญที่ดีย่อมมีส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศได้พรรคการเมืองและรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ

โกนจา