คอลัมน์ แท็งค์ความคิด : อ่านกันหรือยัง โดย นฤตย์ เสกธีระ

4.10.20 | 17:15 น.

เมื่อโรคระบาดในประเทศอยู่ในความควบคุม กิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่างๆ ก็ทยอยหวนคืนสู่ปกติ

รวมทั้งงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 25 ด้วย

กำหนดจัดงานวันที่ 30 กันยายน-11 ตุลาคม 2563 ที่ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี

งานครั้งนี้สำนักพิมพ์มติชน สำนักพิมพ์ศิลปวัฒนธรรม มีผลงานดีๆ ออกมาโชว์

หนังสือชื่อ Soft Power โดย “นิ้วกลม” ที่สัมภาษณ์และถ่ายทอดเรื่องราวของ “เฌอปราง อารีย์กุล” กัปตันวง BNK48 มีความน่าสนใจหลากหลายมิติ

Advertisement

ทั้งมิติของผู้ถ่ายทอด คือ “นิ้วกลม” และมิติของผู้ที่ถูกถ่ายทอด คือ “เฌอปราง”

รวมทั้งมิติของพลังการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า “Soft Power”

ถัดมาเป็นหนังสือเล่มใหญ่ ชื่อ “ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่” ของ “คริส เบเคอร์” และ “ผาสุก พงษ์ไพจิตร”

มองชื่อผู้เป็นเจ้าของผลงานก็รู้สึกน่าอ่านแล้ว

ยิ่งพลิกเข้าไปอ่านคำนำยิ่งมีความน่าสนใจ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทราบประวัติศาสตร์อยุธยาตั้งแต่ที่เมืองอยุธยาปรากฏตัวขึ้นจนถึงการเสียกรุงครั้งที่สอง

หนังสือเล่มนี้ตั้งใจจะเสนอประวัติศาสตร์สังคม ไม่ได้เขียนแค่เรื่องราวของผู้ปกครอง ดังนั้น เรื่อง “สงคราม” จึงมีความสำคัญน้อยกว่า “การค้าขาย”

นอกจากนี้ ยังมีหนังสือที่เกี่ยวกับอยุธยาตามมาอีกหลายเล่ม

เล่มหนึ่ง ชื่อ “ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาพระนารายณ์”

เขียนโดย “รศ.(พิเศษ) นพ.เอกชัย โควาวิสารัช” คำนิยมโดยราชบัณฑิต “ศ.ดร.นิยะดา เหล่าสุนทร”

ใครที่เป็นแฟนๆ การชันสูตรประวัติศาสตร์ของคุณหมอเอกชัยคงชื่นชอบ

ใครที่เคยได้อ่าน “ชันสูตรประวัติศาสตร์เมื่อคราวสวรรคต” และ “ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาพระเจ้าตาก” ควรจะมีหนังสือ “ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาพระนารายณ์” อีกสักเล่ม

โดยเฉพาะบทที่ 10 ในชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาพระนารายณ์นี้ คุณหมอเอกชัยบอกว่าใช้เวลาเขียนนานมาก

เป็นบทที่ชันสูตรเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อคำถามที่ว่า “ฝรั่งเศสร่วมมือกับฟอลคอนทรยศต่อสยามจริงหรือ”

บทดังกล่าวคุณหมอเอกชัย มิได้ปิดกั้นความเชื่อของใคร แต่พยายามนำเสนอความเชื่อของตัวเองจากหลักฐานที่ค้นพบ

ดังนั้น ในบทดังกล่าวจึงมีเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงมากมายเป็น “สมมุติฐาน” แล้วตามด้วย “บทชันสูตร” ที่น่าติดตาม

อีกเล่มคือหนังสือชื่อ “มนุษย์อยุธยา ประวัติศาสตร์สังคมจากข้าวปลา หยูกยา ตำรา Sex”

เขียนโดย “กำพล จำปาพันธ์”

เล่มนี้มีส่วนเกี่ยวพันกับสมเด็จพระนารายณ์ด้วยเช่นกัน แต่ภาพรวมคือพยายามบอกเล่าให้เห็นวิถีชีวิตของชาวอยุธยา

ความสนุกคือการนำเสนอข้อมูลพร้อมกับภาพวาด หรือภาพพิมพ์ที่ฝรั่งนำเสนอ

อาทิ ภาพที่ราชทูตจากฝรั่งเศสเข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งมีเรื่องราวเล่าขานเหมือนกับตอนที่ได้ดูละครยอดฮิต “บุพเพสันนิวาส”

ยังมีภาพวาดที่เกิดขึ้นภายหลังสมัยอยุธยา ซึ่งเกิดจากจินตนาการ รวมทั้งมีความเห็นประกอบเพื่อสะท้อนภาพของ “มนุษย์อยุธยา” ในหลายมิติ

ทั้งรูปร่าง ทั้งการแต่งกาย การกินอยู่ โรคภัยไข้เจ็บ การรักษาพยาบาล ตำรับยา และเรื่องเพศ

รวมทั้งเรื่องราวของ “ตำราพระโอสถพระนารายณ์” ที่น่าสนใจ

ส่วนใครสนใจเรื่องของสิทธิสตรีไทยในอดีต น่าจะมีโอกาสได้อ่าน “รักนวลสงวนสิทธิ์” เขียนโดย “ภาวิณี บุนนาค”

เนื้อหาของหนังสือบอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงในกระบวนการยุติธรรมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึง พ.ศ.2478

เนื้อหาทั้งหมด มาจากการศึกษาคดีความและฎีกาในช่วงเวลานั้น

เนื้อหาเหล่านี้เคยเป็นวิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2554

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ดีมาก

ผู้เขียนมองว่า “รักนวลสงวนสิทธิ์” นอกจากจะมีคุณค่าในทางวิชาการแล้ว ยังมีคุณค่าต่อผู้เขียน

และน่าจะให้คุณค่าแก่อีกหลายชีวิตในปัจจุบัน

เฉกเช่นเดียวกับหนังสืออีกหลายเล่มภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งนี้ สำนักพิมพ์มติชนได้นำเสนอหนังสือใหม่ๆ มากกว่าที่กล่าวถึงข้างต้น

หนังสือใหม่ๆ เหล่านั้น แม้จะมีความหลากหลายในเนื้อหา และมีวิธีการนำเสนอที่แตกต่าง

บางเล่มนำเสนอเป็นข้อมูลวิชาการ บางเล่มนำเสนอเป็นการ์ตูน บางเล่มนำเสนอเป็นนิยาย

แต่ทุกเล่มที่นำเสนอ ล้วนมีคุณค่าต่อผู้อ่าน

วันที่ 30 กันยายน ถึง 11 ตุลาคม ที่ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี จึงเป็นโอกาสของทุกคนที่ต้องการแสวงหาความรู้และความบันเทิง

เพิ่มพูนข้อมูลที่อาจจะเหมือนกับที่เคยอ่าน หรือแตกต่างจากที่เคยเห็น

ไปหยิบฉวยคุณค่าจากหนังสือที่ปรากฏอยู่ในงาน

เพื่อนำเอาคุณค่าจากหนังสือมาเสริมสร้างเพิ่มพูนคุณค่าให้ตัวเองต่อไป