ผมได้รับเชิญให้ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการเฉพาะกิจ เรื่อง “ชีวิตวิถีใหม่ของงานด้านศิลปวัฒนธรรม” จัดเวทีเสวนาโดยคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา และคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะและวัฒนธรรม ที่ห้องประชุม หมายเลข 402-403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2563 เวลา 10.00-12.00 น.
วิทยากรที่รับเชิญมาพูดทุกคนเป็นผู้กล้าหาญ กล้าเผชิญกับความจริงที่เกิดขึ้นในสังคม สู้ชีวิตสร้างงาน รักในงานที่ทำ ทำในสิ่งที่รัก มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีความแข็งแกร่งภายในอย่างเต็มตัว ดำรงตนอย่างทระนงโดยไม่แยแสต่อคำวิจารณ์ เป็นศิลปินสร้างงานเข้าถึงมวลชน โดดเด่นทั้งในระดับชาติและนานาชาติ กำหนดชะตากรรมชีวิตตัวเอง มีเป้าหมายที่ชัดเจน อยู่อย่างพอตัวไม่พึ่งใคร เก่งรอบตัว เป็นศิลปินครบวงจร ทำงานได้ตั้งแต่เริ่มต้นกระทั่งสู่ความสำเร็จ ทำงานได้ทุกสถานการณ์ มีผู้ติดตามผลงานจำนวนมาก และเป็นต้นแบบให้แก่คนรุ่นหลัง
ศิลปินแนวหน้าเหล่านี้ถูกนำไปอ้างอิงในฐานะคนสร้างงาน กำหนดพื้นที่ของตัวเอง ควบคุมพื้นที่ทำงาน นำผลงานไปสู่ความสำเร็จ สร้างงานหาเงินเอง ควบคุมกลไกตลาด ดำเนินการตลาดเอง สร้างตนเป็นภูเขาโดยมีก้อนกรวด เม็ดทราย ต้นไม้มาประดับ มีผลงานอยู่ในหัวใจคน เข้าใจและรับรู้ความรู้สึกของสังคมเร็ว จับกระแสความรู้สึกได้ โดยสร้างงานสะท้อนความรู้สึกของสังคมและแปรความรู้สึกให้เป็นสินค้า
ศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะทุกสาขา ได้ใช้ฝีมือสร้างงานที่มีคุณภาพสูง เป็นสามัญชนเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศิลปวัฒนธรรมชาติ ศิลปินนั้นมีพื้นที่ในการสร้างสรรค์ คิดสร้างงานให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ ศิลปินเหล่านี้เป็นผู้แทนของปวงชน ที่น่าสนใจก็คือ “ท่านมีชีวิตอยู่อย่างไร ทำงานอย่างไร นำปวงชนไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างไร สุดท้ายจะแนะนำให้รัฐทำอย่างไร แล้ววันพรุ่งนี้เราจะเป็นอย่างไร”
คุณปาริฉัตร ศาลิคุปต (กิ่งฉัตร) นักเขียนอิสระ มีผลงานสำคัญ อาทิ ตามรักคืนใจ พรพรหมอลเวง ค่าของหัวใจ มนต์จันทรา ฟ้ากระจ่างดาว เสราดารัล มีเพียงรัก เป็นต้น
ปาริฉัตรเขียนเรื่องที่อยู่ใกล้ตัว นำเรื่องอดีตมารับใช้ปัจจุบัน ใช้บุคลิกของละครที่มีอยู่ในวรรณคดี นำบุคลิกของเพื่อนมาเป็นตัวละคร สามารถเขียนงานได้ทุกเรื่องที่อยากเขียน เป็นเรื่องที่มีอยู่ในนิสัยของสังคม สะท้อนมาเป็นอารมณ์ร่วมของสังคมและมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อ่าน เพื่อให้ความบันเทิง โดยสอดแทรกความรู้ ตอบสนองความรู้สึกส่วนลึกของจิตใจ ซึ่งอาจจะสร้างความประหลาดที่หักมุมอย่างคาดไม่ถึง มีความเชื่อถือในตัวเอง ไม่เชื่อใคร รัฐไม่ได้ให้การสนับสนุน
รัฐควรให้การช่วยเหลือเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ ต่างชาติเข้ามาขายลิขสิทธิ์หนังสือของไทยน้อย แต่มีหนังสือแปลของจีนญี่ปุ่นเยอะ ซึ่งหนังสือไทยแปลเป็นภาษาอื่นน้อย เป็นเรื่องที่แปลก งานหนังสือไทยต้องให้ฝรั่งยอมรับก่อน แล้วไทยจึงแห่ตามฝรั่ง “ตามเขาว่าเก่ง ทำเองว่าโง่”
ในกรณีที่ว่า สื่อหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ตายแล้ว ในฐานะคนเขียนหนังสือเล่ม มองว่าสื่อสิ่งพิมพ์ยังมีพลังอยู่ แต่จะปรับตัวเพื่ออยู่กับเทคโนโลยีใหม่ มีผู้อ่านมากขึ้น เข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น ในฐานะคนเขียนหนังสือ อยากให้องค์กรรัฐเข้าไปช่วยสนับสนุนการแปลหนังสือไทยให้เป็นภาษาต่างๆ เพราะว่าภาษาไทยไม่ได้เป็นภาษาหลัก ช่วยให้มีการแปลเป็นภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส ลำพังนักเขียนคงทำได้ยากเพราะเสียเวลามากและไม่มีเงินที่จะจ้างนักแปล ช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาด
โควิด-19 ก็ยังสามารถทำงานได้มากขึ้น เพราะการเก็บตัวอยู่ที่บ้านก็เขียนงานได้
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช 2554 เป็นศิลปินวาดรูปจิตรกรรมไทยวัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน เขียนภาพประกอบบทพระราชนิพนธ์พระมหาชนก เป็นผู้สร้างวัดร่องขุ่นโดยใช้ศิลปะไทยให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นที่รู้จักทั่วโลก เป็นศิลปินที่สามารถทำเรื่องกระจอกๆ ให้โลกรู้จัก
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มองว่าคนไทยประกอบด้วยความไม่รู้ การศึกษาไทยไม่แข็งแรง รัฐไม่ได้ให้การสนับสนุนจัดการศึกษาที่ดี เอาแต่ประโยชน์จากอุตสาหกรรม คนไทยจึงประกอบด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจงานศิลปะ ไม่มีรสนิยมทางสุนทรียะ เฉลิมชัยได้สร้างศิลปะร่วมสมัยที่มีพื้นฐานจากวัด พระพุทธรูป โบสถ์วิหารใหม่ เป็นการอนุรักษ์ศิลปะในมุมใหม่ การสร้างวัด การสร้างศิลปะ เพื่อให้คนไปดู
แม้ว่าไทยจะมีกระทรวงวัฒนธรรมเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็เป็นกระทรวงที่กระจอก มีงบประมาณกระจอก คนดูแลก็กระจอก ทั้งที่วัฒนธรรมเป็นมรดกสร้างรายได้ให้แก่ประเทศมหาศาล ที่มีอยู่นั้นดูแลและสร้างขึ้นโดยเอกชน ต้องการบอกให้รัฐเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมว่ายิ่งใหญ่ ต้องสร้างศิลปินร่วมสมัย ลงทุนครั้งเดียว หากทำไม่เป็นก็เอาเงินมาให้ศิลปินสร้างงาน ศิลปวัฒนธรรมจะนำรายได้จากนักท่องเที่ยวเข้ามา
คนเก่งที่ยากจน ศิลปินที่ยิ่งใหญ่หาเงินไม่เป็น ไม่ง้อใคร ไม่ต้องการที่จะอยู่ใต้ตีนใคร ได้กลายเป็นศิลปินไส้แห้งสร้างงานไม่ได้ ศิลปินที่ครบวงจรเท่านั้นที่อยู่ได้ รัฐจะต้องอัดงบประมาณไปให้ศิลปินร่วมสมัยสร้างศิลปะทุกจังหวัดให้ศิลปินได้สร้างงาน ให้เอกชนทำ คนของรัฐพวกข้าราชการทำงานเอาหน้าเท่านั้น
เมื่อเดินทางไปทั่วโลกพบว่า “ศิลปินไทยมีสภาพเหมือนหมา” ทำให้รู้สึกอยากกลับบ้านปักหลักสร้างงานเพื่อให้เศรษฐีมาดู สร้างวัดร่องขุ่นให้กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการศิลปะไทย แม้จะใช้เวลาไม่นานนัก ได้ใช้พลังมหาศาลในการสร้างงานศิลปะขึ้น สามารถปลุกจิตวิญญาณให้ผู้คนรู้สึกมีอารมณ์ร่วม เฉลิมชัยได้ฝากย้ำเตือนรัฐบาลว่า ศิลปวัฒนธรรมจะทำให้รัฐบาลฉลาดขึ้น
เฉลิมชัยได้ยกตัวอย่างชีวิตชาวจีนที่ยากจน เมื่อจีนมีผู้นำที่ดีมีอำนาจ ใช้อำนาจเพื่อพัฒนาคนจีนให้มีการศึกษา สร้างให้คนจีนเป็นผู้มีรสนิยม มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตจีนทั้งประเทศได้อย่างเหลือเชื่อในระยะเวลาอันสั้น เฉลิมชัยได้ยกตัวอย่างฟิลิปปินส์ที่เคยมีฐานะที่ดี มีการศึกษาที่รุ่งเรือง เวลา 40 ปีผ่านไป ชาวฟิลิปปินส์นอกจากจะยากจนลงแล้ว ฐานะการศึกษาก็ร่อแร่ เพราะผู้นำคดโกง
วันนี้คนไทยและสังคมไทยกลับไปจนกว่าจีน คนไทยกลายเป็นยาจกนั่งอยู่บนถุงทอง โดยที่ไม่รู้ว่าทองในถุงนั้นอยู่ที่ไหน เฉลิมชัยได้แนะนำให้คณะรัฐมนตรีได้เรียนรู้และศึกษาเรื่องรสนิยม ลงทุนลงแรงที่จะพัฒนาประเทศด้านการศึกษาอย่างจริงจัง เพราะอีกไม่นานคนไทยและประเทศไทยก็จะกลายเป็นประเทศที่ล้าหลังทางการศึกษาและล้าหลังทางเศรษฐกิจ จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยทุ่มทุนและทุ่มเทให้ลงทุนด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ เพราะเป็นต้นทุนสำคัญที่จะให้ลูกหลานได้เก็บกินต่อไปในอนาคต
เฉลิมชัยยังได้เล่าถึงรัฐบาลจีนว่าได้ชักชวนให้ไปสร้างงานที่สิบสองปันนา โดยเสนอให้เงินส่วนตัวสูงถึง 2,000 ล้านบาท เพื่อให้สร้างวัดแบบเดียวกับศิลปะที่วัดร่องขุ่น แต่ให้ใหญ่กว่า ทำให้เต็มศักยภาพและจินตนาการ โดยที่รัฐจีนออกเงินสร้างทั้งหมด ออกค่ากินอยู่ ค่าเดินทางให้ คำตอบจากศิลปินใหญ่เฉลิมชัยก็คือ เมื่อสร้างให้ใหญ่ขึ้นและใหญ่กว่าอยู่ที่จีน ต่อไปใครจะมาที่เชียงราย “ผมขายจิตวิญญาณไม่ได้”
เฉลิมชัยได้บอกกับรัฐบาลว่า ต้องมีรัฐมนตรีที่ดีมีความรู้ มีความฉลาด เพื่อพัฒนาให้ประเทศเจริญ การเอาคนโง่มาบริหารประเทศทำให้สังคมล้าหลัง ทั้งการศึกษาและเศรษฐกิจ งบของกระทรวงวัฒนธรรมมีน้อย ไม่สามารถที่จะรักษาวัฒนธรรมและสร้างวัฒนธรรมเพื่ออนาคตได้ เมื่อทุกคนช่วยกันคดโกง ประเทศก็จะไม่เหลืออะไร ศิลปินตัวเล็กๆ แค่มนุษย์คนหนึ่งยังทำได้ถึงขนาดนี้ แล้วรัฐซึ่งมีเงิน มีคน มีอุปกรณ์ ทำได้ทุกอย่าง ทำไมจึงไม่คิดและไม่ทำ สุนทรียภาพ รสนิยม ความงาม สามัญสำนึก รวมกันคือความฉลาด
นนทรีย์ นิมิบุตร (อุ๋ย) ผู้กำกับภาพยนตร์ ผลงานเรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง นางนาก จัน ดารา อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต โอเคเบตง ปืนใหญ่จอมสลัด เดอะเลตเตอร์ จดหมายรัก คน-โลก-จิต เป็นต้น
ในการสร้างภาพยนตร์เป็นการนำเรื่องมาทำให้มีชีวิต มีภาพความจริงและจินตนาการ ต้องทำงานหนักมากและใช้พลังมาก ต้องปรับตัว ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ทันโลก ไม่อย่างนั้นก็จะตกยุค จากภาพยนตร์จอใหญ่ วันนี้จอภาพยนตร์ปรับตัวเล็กลง ภาพยนตร์อยู่ในมือถือก็ต้องปรับตัวให้ทันโลก
อุตสาหกรรมภาพยนตร์เคยเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ เมื่อตัดเรื่องการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีออกไป ภาพยนตร์ไทยก็ยังอยู่ยาก มีผู้ผลิตใหญ่แค่ 4-5 ราย ในขณะที่เกาหลีมีอยู่ 1,000 กว่าราย ภาพยนตร์ไทยจึงตกอยู่ในมือคนไม่กี่คนที่จะกำหนดว่าจะสร้างเรื่องอะไร สร้างให้ใครดู ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มวัยรุ่นมากกว่ากลุ่มใด รัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วยเหลือการลงทุนในจุดนี้ เพื่อที่จะสร้างพื้นที่ใหม่ เพิ่มพื้นที่ให้แก่คนสร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่ เพื่อจะมีพื้นที่ มีกำลังในการสร้างผลงานออกมา
ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) พุทธศักราช 2556 มีผลงานเพลง อาทิ ทะเลใจ คนล่าฝัน วณิพก ลุงขี้เมา ขวานไทยใจหนึ่งเดียว เมดอินไทยแลนด์ คนจนผู้ยิ่งใหญ่ ใครฆ่าประชาชน พรไอ้ไข่ เป็นต้น
แอ๊ด คาราบาว ผู้นำเพลงพื้นบ้าน เพลงฉ่อย ลิเก ลำตัด แห่นาค เพลงรำวง มาใส่ไว้ในผลงานเพลง ซึ่งเป็นการสืบทอดจิตวิญญาณมรดกวัฒนธรรม การวิพากษ์สังคมและการสะท้อนชีวิตในสังคมผ่านเพลง เป็นหัวใจและเป็นจิตวิญญาณของแอ๊ด คาราบาว เนื้อหาเพลงเกี่ยวข้องกับสังคม อาทิ โง่จนเจ็บ ดิบถ่อยเถื่อน โกงกินกามเกียรติ แอ๊ดสามารถรับรู้และสัมผัสความรู้สึกของสังคมได้เร็ว แล้วสะท้อนความรู้สึกออกมาเป็นบทเพลงได้ทันที เพลงเป็นการบันทึกความรู้สึกของสังคม แอ๊ดเป็นศิลปินที่ครองใจคนได้ยาวนาน ให้ความเห็นว่าการแก้ปัญหาศิลปวัฒนธรรมให้แก้ที่การเมืองเพราะเป็นปมใหญ่ ศิลปินสร้างสรรค์งานใหญ่ไม่ได้ ขอให้รัฐได้ลงมือทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างจริงจัง
ตัวอย่างราชการมาขอ (ป.ป.ช.) จ้างให้แต่งเพลงต้านทานคอร์รัปชั่น แต่งให้ไปแล้วก็ยังมีการคอร์รัปชั่นเหมือนเดิม รัฐทำเหมือนกับเล่นปาหี่ ไม่เคยลงสู่ภาคปฏิบัติ คอร์รัปชั่นเกิดขึ้นในระบบราชการเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับประชาชน ต่อมามีราชการ (นายกฯตู่) ขอให้แต่งเพลงเพื่อแนะนำการท่องเที่ยวทุกจังหวัด เมื่อแต่งไปแล้วก็ไม่มีใครใช้ เปลี่ยนหัวหน้าใหม่ก็มาขอให้แต่งเพลงอีกเหมือนเดิม วนเวียนอยู่อย่างนี้ แต่งเพลงจนจำไม่ได้ อุปสรรคในการสร้างงานก็คือรัฐ ศิลปินผู้สร้างงานถูกทอดทิ้งมาตลอด ที่อยู่ได้ในปัจจุบันคือตัวใครตัวมัน
เมื่อก่อนคนไทยส่งลูกไปเรียนฟิลิปปินส์ (50 ปีที่แล้ว) เงิน 1 เปโซ เท่ากับ 3 บาท วันนี้ 1 เปโซ เหลือแค่ 50 สตางค์ หายไป 6 เท่า เพราะผู้นำคดโกงกันทำให้ประเทศย่ำแย่ ซึ่งไทยเราก็กำลังจะเป็นอย่างนั้น ประเทศที่อำนาจอยู่ในมือคนคนเดียวทำให้ประเทศอยู่ในอันตราย บ้านเรานำประชาธิปไตยมาใช้ แต่ไม่ให้การศึกษาแก่ประชาชน มีเด็กมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งที่เรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยออกมาต่อสู้ในเรื่องนี้ แต่เด็กคนอื่นๆ ไม่รับรู้ และไม่สนใจ
การพัฒนาประเทศจึงเป็นอุปสรรค ประเทศควรมีหนังสือคู่มือความเป็นคนไทย ว่าการเป็นคนไทยคุณต้องรู้อะไรบ้าง ไม่ใช่ความรู้ที่เกี่ยวกับวังและวัด เป็นประวัติศาสตร์ที่เขียนโดยประชาชน คนไทยอยู่ที่นี่ผสมปนเปกันมา รัฐบาลควรพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่น มีประวัติของท้องถิ่นเอง ซึ่งจับต้องได้ง่ายที่สุด ประเทศชาติจะดีได้ รัฐบาลต้องดีก่อน ประชาชนจะดีได้ ข้าราชการประจำต้องดีก่อน นักการเมืองจะต้องดีก่อน หากยังคอร์รัปชั่นกันฉิบหายวายป่วง ประเทศก็ไปไม่ได้ วันนี้มีโควิดมา ก็ต้องทำเพลงเอง ขายเพลงเอง สำรวจตลาดเอง ศิลปินเป็นบุคคลที่อยู่ลำดับหลังๆ ทำอะไรไม่ได้ ถ้าหากว่ารัฐไม่ช่วยในการขับเคลื่อน
วันพรุ่งนี้ (อนาคต) จะเกิดอะไรขึ้น (ไม่ใช่ 19 กันยายน) แอ๊ดได้แต่งเพลงเรือรั่ว เพื่อเตือนการโกงกินของรัฐโดยการอุดเรือรั่ว ร้องเพลงน้ำตาอรชุน (นักยิงธนูในมหากาพย์ภารตะ) เป็นสงครามกลางเมืองที่พี่น้องต้องรบกัน เพื่อเตือนสติถึงสงครามที่จะเข่นฆ่ากัน ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย เพลงสุดท้ายเป็นเพลงน้ำ ปรัชญาเต๋าโดยให้ดูน้ำเป็นตัวอย่าง สงบเย็นสามารถที่จะเชื่อมทุกอย่างได้ ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการโอลิมปิกสากล ประธานกรรมการวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ประธานคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ผู้ก่อตั้งสมาคมขับร้องประสานเสียงแห่งประเทศไทย นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อยู่ท่ามกลางอำนาจ ท่ามกลางผู้ที่มีเงิน คุณหญิงเสนอให้ศิลปินที่สร้างงานที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ เสื้อผ้าตัวละคร เพลงส่งเสริมการท่องเที่ยว ภาพยนตร์สื่อถึงท้องถิ่นไทย สร้างศิลปะแทรกซึมเรื่องวินัย ความกตัญญู การให้อภัย การรู้จักให้ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งจะนำไปสู่ความสงบ เพราะการกระทำเสียงดังกว่าคำพูด
วิถีชีวิตพ่อแม่ครูควรเป็นแบบอย่างที่ดี ของที่ระลึกให้แก่กันที่เป็นดอกไม้นำเข้าเปลี่ยนเป็นมาลัยดอกไม้ไทย ของที่ระลึกให้แขกบ้านแขกเมืองโดยมีเรื่องราวเล่าที่มาของที่ระลึกให้กับแขก เสื้อกีฬาลงสนามทุกระดับ มีชุดกีฬาโดยผ้าไทยคุณภาพ อยู่บนสนามแข่งขันเสนอการไหว้ โดยไม่ต้องสัมผัสร่างกาย
คุณหญิงเสนอให้รัฐจัดประกวดศิลปวัฒนธรรมระดับเยาวชนในทุกสาขา โดยให้รางวัลที่มีมูลค่าสูง จัดขึ้นบ่อยๆ ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด เพื่อเปิดเวทีให้แก่เยาวชน รัฐบาลควรสนับสนุนให้งบประมาณในการจัด เพื่อจูงใจให้ทำงานต่อเนื่องทุกปี เพราะเป็นการเพิ่มศักยภาพความเป็นเลิศของเยาวชน
เวทีเสวนาเรื่องชีวิตวิถีใหม่ของงานด้านศิลปวัฒนธรรม โดยศิลปินครบวงจร หากรัฐได้นำไปทำ รัฐเอาไปเป็นนโยบายด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างจริงจัง ลงทุนสร้างงาน สร้างคน และสร้างพื้นที่ โดยมีงบประมาณถึง ในเวลาอันสั้นชุมชนจะเข้มแข็ง ท้องถิ่นจะฟื้นตัว เพราะศิลปวัฒนธรรมคือวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคน เมื่อศิลปินแนวหน้าที่อยู่รอด พูดถึงแนวทางการอยู่รอดของสังคม ผู้นำที่ไม่รู้ควรนำความรู้ไปปฏิบัติ
สุกรี เจริญสุข

