ดาวยั่ว การเมือง ชุมนุมใหญ่ 14 ตุลาคม ภายใน ‘รัฐบาล’

9.10.20 | 10:19 น.
ดาวยั่ว การเมือง ชุมนุมใหญ่ 14 ตุลาคม ภายใน ‘รัฐบาล’

ดาวยั่ว การเมือง
ชุมนุมใหญ่ 14 ตุลาคม
ภายใน ‘รัฐบาล’

ปฏิบัติการของพรรคพลังประชารัฐกับ 250 ส.ว.ในการเสนอมาตรการเตะถ่วงผ่าน “คณะกรรมาธิการ” ในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน

ก็หนักหนาสาหัสอย่างยิ่งอยู่แล้ว

นี่เริ่มมีข่าวในลักษณะ “โยนหินถามทาง” ออกมาจาก “คณะกรรมาธิการ” อีกว่า อาจมีการทำ “ประชามติ” สอบถาม “สังคม” เสียก่อน

จึงจะเดินหน้าในเรื่อง “รัฐธรรมนูญ” ต่อไป

Advertisement

หากเมื่อใดรัฐบาลเห็นชอบให้มีการทำ “ประชามติ” ในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่าการเลือกตั้งระดับ “ท้องถิ่น” อาจต้องเลื่อนออกไป

นี่ย่อมเท่ากับ “ผีซ้ำด้ำพลอย”

ความไม่แจ่มชัดในเรื่องที่รัฐบาลต้องการ “ซื้อเวลา” ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็จะกลายเป็นความแจ่มชัดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

เผือกร้อนนี้ย่อมอยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แท้จริงแล้ว ในบรรดาคอการเมืองทั้งหลายได้เกิดความรู้สึก “ร่วม” ในทางความคิดตั้งแต่ปรากฏปฏิบัติการสนธิกำลังในคืนวันที่ 24 กันยายนมาแล้ว

เพราะรู้ว่าเจ้าของ 250 ส.ว.เป็นใคร

รหัสนัยนี้ถูกไขให้ประจักษ์โดยอัตโนมัติจากสภาพความเป็นจริงว่าใครคือผู้ลงนามแต่งตั้ง 250 ส.ว.ขึ้นมา คนคนนั้นย่อมครองอำนาจเหนือ 250 ส.ว.

นั่นก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ลงนาม

ขณะเดียวกัน ในเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่เพียงแต่เคยเป็นประธานยุทธศาสตร์ หากในปัจจุบันคือหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

การจับมือระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับ 250 ส.ว.ก็แจ่มชัด

แจ่มชัดว่าเป็นการประสานผลประโยชน์ทางการเมืองระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าพรรค ส.ว. กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

เพราะว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา”

เบื้องหน้าการเคลื่อนไหวเช่นนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผลที่ตามมาจะเป็นเช่นใด

ผลโดยตรงคือ สถานการณ์ในวันที่ 14 ตุลาคม

ที่เคยปลอบใจกันว่า เมื่อแยกพรรคเพื่อไทยออกจาก “เยาวชน” เมื่อแยกคนเสื้อแดงออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของ “คณะราษฎร 2563”

ปริมาณของ “ม็อบ” จะฝ่อและน้อยลง

การอาจมิได้เป็นไปอย่างบรรดาไอ้ห้อยคุณโหนได้สอพลอเอาไว้ ตรงกันข้าม ความไม่พอใจจะก่อตัวและเกิดอารมณ์ “ร่วม” อย่างคึกคัก กว้างขวาง

ที่คิดว่าเป็น “แสน” อาจเป็น “หลายแสน”

บรรยากาศและความเป็นไปบนถนนราชดำเนิน ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 14 ตุลาคม จึงปรากฏออกมาอย่างเบิ้ม-เบิ้ม

พร้อมกับเสียงตะโกน “ออกไป ออกไป” กระหึ่ม

คำถามที่ว่าอะไรคือเหตุปัจจัยทำให้การเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก” เติบใหญ่ ขยายตัว จึงแทบมิได้เป็นความลี้ลับอะไร

มิใช่ “ทักษิณ” มิใช่ “ธนาธร”

หากแต่เป็นบทบาทอันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากแต่เป็นบทบาทอันมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มากกว่า

นั่นแหละคือคนที่เรียกแขกให้ไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย