ทุกวันนี้ โลกเปลี่ยนไปมากจริงๆ เมื่อดูจากพัฒนาการของ “โทรศัพท์มือถือ” ก็รู้แล้ว เพราะมีแทบทุกอย่างในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป ไลน์ ความสามารถการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย
เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป วิธีคิดวิธีทำธุรกิจ และวิธีบริหารจัดการก็ควรจะต้องเปลี่ยนไปด้วย คือ เราจะทำอะไรๆ เหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว เราจะต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง ให้ทันกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป และปรับเปลี่ยนอีกหลายๆ อย่างที่มีอยู่และที่เคยทำอยู่ เพื่อให้ทันกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้อยู่รอดให้ได้ก่อน แล้วค่อยๆ เติบโตต่อไป
แต่ที่น่าเป็นห่วงในวันนี้ก็คือ เรื่องที่เรายังไม่ยอมปรับเปลี่ยนกัน โดยเฉพาะ SMEs จำนวนไม่น้อย ที่ยังคงปรับตัวช้า ทั้งๆ ที่รู้ว่า ถ้าเรายังทำอะไรๆ เหมือนเดิม หรือทำธุรกิจแบบเดิมๆ เราก็จะไปไม่รอด และอาจจะเจ๊งในที่สุด
ปัจจุบันนี้ เราจะเห็นธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายที่กล้าเข้ามาแข่งขัน และแย่งชิงตลาดเดิมที่มีอยู่ ดังดูได้จาก ในตลาดมีสบู่ล้างหน้าเป็นร้อยยี่ห้อ แต่ก็ยังมีผู้ผลิตสบู่รายใหม่กล้าเข้ามาแข่งขายในตลาดอีก เช่นเดียวกับขนมนมเนยต่างๆ ที่มีมากมายจนเลือกไม่ถูก
รายเก่าจะยึดหลัก “Differentiate or Die” (ต้องแตกต่างจึงจะอยู่รอด) เพื่อปกป้องตลาดของตนเองและกันคู่แข่งเกิดใหม่ ส่วนรายใหม่ก็ยึดหลัก “Differentiate” เหมือนกัน แต่เพื่อเกิดใหม่ แสดงว่าทั้งรายเก่ารายใหม่ต่างต้องคิดใหม่ทำใหม่ทั้งคู่ ซึ่งเป็นวิถีแห่งการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น ในวันนี้จึงมีเพียง 2 ทางเดินเท่านั้น สำหรับ SMEs และธุรกิจที่มีอยู่ คือ ปรับเปลี่ยนแล้วเดินไปสู่ความสำเร็จร่ำรวย หรือทำเหมือนเดิมโดยไม่ปรับเปลี่ยนแล้วเดินไปสู่การเลิกกิจการ
ว่าไปแล้ว การทำแบบเดิมๆ ในวันนี้ แต่ต้องการผลลัพธ์เท่าเดิม เราก็จะต้องเหนื่อยมากขึ้น และลำบากมากขึ้น
ในวันนี้ จึงมีแต่ต้องยึดหลักการที่ว่า “เหนื่อยน้อยได้มาก” เท่านั้นเอง เพื่อความอยู่รอด เติบโตและมีเวลาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น
และที่สำคัญมากก็คือ การทำธุรกิจในวันนี้ต้องไม่ฉาบฉวย ต้องไม่มั่วด้วยวิธีจับแพะชนแกะ แต่ต้องรู้จริงและมีความมุ่งมั่นยืนหยัด ผู้ประกอบการและผู้บริหารในวันนี้จึงต้องครบเครื่องทั้งภาควิชาการ (จากผู้รู้ หรือตำรา) และภาคปฏิบัติ (ด้วยการลงมือทำ หรือเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์) เพื่อสร้าง “ตรายี่ห้อ” (Brand) ที่เข้มแข็งให้ได้
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ไม่ใช่ว่า “การเปลี่ยนแปลง” (Change) จะเกิดขึ้นง่ายๆ ทั้งในองค์กรเอกชน (ทุกขนาด) ในภาพรวมระดับสูงหรือระดับหน่วยงานย่อย และในองค์กรภาครัฐ เพราะผู้คนจำนวนมากยังมองที่ไม่เห็น “ความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง”
วันนี้ จึงไม่ใช่อยู่ที่การ “จุดประกาย” ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การทำให้เห็นถึง “ความเร่งด่วนในการเปลี่ยนแปลง” ด้วย ครับผม!

