หน้าแรก คอลัมนิสต์ ต่างมุม&#8221...

ต่างมุม”หุ่นยนต์แทนคน” โดย สุชาติ ศรีสุวรรณ

7.08.16 | 12:00 น.

เป็นที่ยอมรับกันทั่วแล้วว่า “โลกเราเข้าสู่ยุค 4.0” อันหมายถึงจังหวะการพัฒนาใหญ่ของอุตสาหกรรม เป็นการแบ่งจากเครื่องมือการผลิตที่นำมาใช้แทนคน จากสัตว์ จากพลังธรรมชาติ เช่น พลังจากน้ำเป็นเครื่องจักรไอน้ำใน “ยุค 1.0” มาสู่ “ยุค 2.0” ที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ ไฟฟ้า เหล็กกล้า แล้วเข้าสู่ยุคที่ 3 คือใช้เทคโนโลยีไอทีเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญ

ในยุค 4.0 ที่มนุษย์ทั้งโลกกำลังตื่นตัวกัน สรุปว่าจะมีการใช้พลังงานไซเบอร์ ทางกายภาพ ทั้งเครื่องจักรและสินค้าสามารถสื่อสารกันเองและควบคุมซึ่งกันและกันได้โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ และไอทีเป็นหัวใจหลักในการควบคุมกระบวนการผลิต

ว่ากันเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ คือ เป็น “ยุคหุ่นยนต์” เข้ามามีบทบาทการทำงานแทนคนมากขึ้น

ประเทศไทยเราเองแม้จะยังดิ้นอยู่กับความเป็นประเทศกำลังพัฒนา และน่าห่วงว่าจะถอยหลังไปสู่ยุคก่อนหน้านี้ ทว่ายังประกาศเกาะติดกระแสโลกด้วยการประกาศยุทธศาสตร์ 4.0 ออกมาเรียบร้อย

ซึ่งก็เป็นเรื่องดี เพราะอย่างน้อยก็เป็นการบังคับว่า จะถอยหลังไปจนสร้างสังคมใช้พลังงานจากทาสเป็นตัวขับเคลื่อนการผลิตไม่ได้ เหมือนยุคแรกๆ ไม่ได้ เพราะมียุทธศาสตร์เป็นตัวกำหนดแล้วว่าจะต้องไปข้างหน้า หากอธิบายภาพง่ายๆ คือ “สร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาทำงานแทนคน”

Advertisement

และจะว่าไปประเด็นนี้มีความต่างที่น่าสนใจระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้ว กับประเทศที่ด้อยพัฒนา

หากติดตามอย่างใกล้ชิดจะพบว่า ในประเทศด้อยพัฒนาส่วนใหญ่จินตนาการของผู้คนจะไปในทางที่ว่า “หุ่นยนต์จะมาแย่งงานคน” ทำให้ “มนุษย์ต้องตกงาน”

เพื่อ “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” การถูกหุ่นยนต์แย่งงานจะทำให้ชีวิตของมนุษย์เข้าสู่ยุคของความทุกข์ ไม่มีงานทำก็จะไม่มีเงินใช้ ชีวิตจะยากลำบากขึ้น

ชีวิตที่อยู่ในประเทศด้อยพัฒนาที่ชีวิตยังเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ การกระจายรายได้อย่างเป็นธรรมยังทำไม่ได้ ผู้คนไม่สามารถจินตนาการถึงชีวิตที่อยู่ได้โดยสะดวกสบายเพราะมีหุ่นยนต์มาทำงานแทนไม่ได้

ทั้งที่โดยธรรมชาติของการพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือนั้น เป็นปกติที่จะทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตอย่างสบายขึ้น ทุกการผลิตเป็นไปเพื่อทำให้มนุษย์มีความสะดวกสบายขึ้น เพราะมีเครื่องไม้เครื่องมือมาทำแทน

แต่เพราะการกระจายรายได้มีความไม่เป็นธรรม ทำให้คนส่วนใหญ่เกรงกลัวว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่พัฒนาการดีขึ้นมาแย่งงานทำ ทำให้ชีวิตลำบากขึ้น เพราะ “ไม่มีงานทำจะไม่มีเงินใช้”

ความต่างอยู่ที่ผู้คนของประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้คิดอย่างนั้น การมีสิทธิมีเสียงที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมในทุกเรื่องจากผู้อยู่ร่วมสังคมได้เต็มที่ ทำให้มีความเชื่อว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมาจะกระจายความสะดวกสบายของการใช้ชีวิตมาให้ทุกคน

ทุกคนมีสิทธิที่จะเรียกร้อง และรับความสะดวกสบายนั้น โดยรัฐบาลมีหน้าที่จะต้องเฉลี่ยความสบายจากการที่เครื่องไม้เครื่องมือได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกัน

ในบางประเทศเริ่มคิดถึงเรื่อง “รัฐบาลต้องจ่ายเงินเดือนให้ประชาชนทุกคนโดยไม่เกี่ยวกับการทำงานมากขึ้น” เพราะประโยชน์ของการพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือจะต้องไปถูกผูกขาดผลประโยชน์ไว้ที่บางคนบางกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอำนาจหรือเจ้าของธุรกิจ มหาเศรษฐีที่รำรวยเท่านั้น ประชาชนทุกคนจะต้องมีชีวิตที่สะดวกสบายจากการพัฒนานั้นด้วย

นี่คือความแตกต่าง

ประเทศไทยเราประกาศตัวสู่การพัฒนายุค 4.0 ไปแล้ว

เหลือแต่เพียงว่า สิทธิของประชาชนที่จะเข้าถึงความเท่าเทียม อันเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ที่จะมีสิทธิได้รับความสะดวกสบายจากการพัฒนาจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

แทนที่จะมากลัวว่าการพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือ ที่ก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 จะทำให้ “หุ่นยนต์” มาแย่งงานทำ น่าจะเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิที่เท่าเทียมในความสะดวกสบายของชีวิตที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนานั้น

อย่าปล่อยให้ประเทศก้าวสู่ยุค 4.0 โดยชีวิตของคนส่วนใหญ่ต้องถอยหลังไปสู่ยุคก่อน 1.0