คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง : คำเตือนสุดท้าย
เจ้าน่าจะเคยได้ยินนิทานธรรมเรื่อง คำเตือนของพระยามัจจุราช แล้วกระมัง แต่ถ้ายัง ข้าจะเล่าให้ฟังแบบสั้นๆ ก็แล้วกัน
เมื่อชายคนหนึ่งหมดบุญ วิญญาณของเขาไปปรากฏหน้าพระยามัจจุราชที่ยมโลก เขาก็ร่ำไห้ตัดพ้อต่อพระยามัจจุราชว่า ไยจึงพรากเอาชีวิตของเขามาโดยไม่บอกไม่เตือนกันก่อน
พระยามัจจุราชส่ายเศียรแล้วจึงว่า เราส่งสัญญาณเตือนไปให้ท่านแล้วไม่รู้จะกี่ครั้งกี่รอบ สัญญาณแรกเมื่อวัยปลายสามสิบ เราส่งผมหงอกขาวไปเตือน เมื่อปลายสี่สิบ เราให้กำลังกายที่ลดลงเป็นสัญญาณ วัยห้าสิบนั้นคือผิวกายที่เหี่ยวย่น จากนั้นก็ฟันฟางที่หลุดร่วง ข้อกระดูกที่ปวดร้าว และหูที่เริ่มไม่ได้ยินเสียง สารพัดจะคำเตือนที่ท่านไม่ฟัง แล้วจะมาหาว่าเราด่วนพรากชีวิตท่านไปได้อย่างไร
นั่นแหละ คำตอบให้สำหรับคำตัดพ้อที่ว่า ทำไมข้าจึงไม่เตือนว่าเจ้าจะพาชะตากรรมมาอยู่ ณ จุดนี้
ก่อนการเริ่มต้นเมื่อเดือนตุลาคมในปีนั้น ข้าพยายามบอกเจ้าแล้วว่า ณ บัดนี้ เจตจำนงแห่งประชาชาติ ฉันทามติของสังคมนั้นได้เปลี่ยนแปลงแล้ว เจ้าสมควรหยุดและรับฟังเสียงเรียกร้องของพวกเขา เสียงของผู้คนบนท้องถนน
สัญญาณที่ข้าส่งไปเตือนนั้นคือผู้คนนับหมื่นร่วมแสนที่หลั่งไหลไปที่ถนนสายนั้นจนล้นหลาม แม้ว่าจะเป็นวันเรียนวันทำงานตามปกติของพวกเขา
ข้ายังจำได้ที่เจ้าเถียงว่า นั่นเป็นพวกมวลชนที่ถูกจัดตั้งมา เป็นพวกคนเสื้อแดงเก่า ผสมโรงกับพวกคนที่เกลียดชังไม่ชอบเจ้ามาตั้งแต่เดิม และพวกเด็กๆ ด้อยประสบการณ์ถูกนักการเมืองและพวกนักวิชาการหลอกใช้ให้มา
แต่ข้าก็ได้ชี้ให้เจ้าดูพวกลูกจ้างข้าราชการของรัฐ ที่เจ้าอุตส่าห์สั่งให้เกณฑ์มาเพื่อให้ดูเหมือนมีมวลชนฝ่ายเดียวกับเจ้าว่า เห็นหรือไม่ว่าบางคนเขาแอบชูสามนิ้วให้มวลชนคณะราษฎร บ้างก็แบ่งปันน้ำดื่มของเขาให้ด้วย เมื่อหมดภาระหน้าที่ หลายคนก็เปลี่ยนเสื้อมาเข้าร่วมกับกลุ่มประชาชน แต่ตอนนั้นเหมือนเจ้าจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
แต่ข้ารู้ดีว่าเจ้าเองก็ตกใจไม่น้อยกับภาพผู้คนล้นหลามเต็มท้องถนน และเคลื่อนตัวไปยังทำเนียบรัฐบาล ภายใต้การนำของเหล่าเด็กหนุ่มสาววัยไม่ถึงเบญจเพส
ในตอนที่เจ้าจะสั่งให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงนั้น ข้าก็ถามเจ้าแล้วว่า ไอ้การกระทำที่สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายและความไม่สงบเรียบร้อยของประชาชน มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล ฯลฯ อะไรตามอ้างนั้นน่ะ มันคืออะไรหรือ มีใครหรือทรัพย์สินใดได้รับอันตรายแล้วหรือยัง เจ้าก็ไม่ได้ตอบข้า และผลุนผลันออกประกาศนั้นไปตั้งแต่ก่อนย่ำรุ่ง พร้อมกับคำสั่งให้ไปจับกุมตัวเด็กสาวแกนนำคนนั้น
เมื่อเจ้าสั่งให้เขาไปจับกุมแกนนำทั้งหมดไปกุมขังไว้ กระซิบบอกไปว่าห้ามให้ประกันตัวปล่อยชั่วคราว ในวันนั้นข้าก็ส่งสัญญาณให้เจ้าเห็นว่า เรื่องนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด นี่ไม่ใช่เกมหมากรุกที่เด็ดม้า เรือ โคน แล้วจะหยุดอีกฝ่ายได้ ข้าจึงให้เจ้าได้เห็นผู้คนที่ค่อยๆ ทยอยกันไปรวมตัวกันที่สี่แยกแห่งนั้นอย่างล้นหลาม ในจำนวนเท่ากับหรือมากกว่าเมื่อวานก่อน แม้เจ้าจะเคลื่อนกองทัพตำรวจรัฐไปสกัดกั้น ปิดทางเชื่อมรถไฟฟ้า สำทับให้กระบอกเสียงชุดกากีออกมาข่มขู่ขึงขังว่าจะจับดำเนินคดีแก่ผู้ชุมนุมให้เรียบทุกคนทุกหน้าที่กล้องบันทึกได้ แต่เห็นหรือไม่ว่าผู้คนเขาก็ยังหลั่งไหลเติมจำนวนกันเข้ามาในพื้นที่อย่างเนืองแน่น
เจ้าควรจะรู้ว่าอำนาจของเจ้าเริ่มเสื่อมลงแล้ว ประกาศและคำสั่งของเจ้าไม่มีความหมาย เมื่อประชาชนดื้อแพ่งต่อคำสั่งอันไม่ชอบธรรมและไม่มีเหตุผล
ข้าจำได้ว่าวันรุ่งขึ้น ถึงกับมีการประกาศห้ามรถสุขารถเครื่องเสียง และรถอะไรสารพัดที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้คนเข้าพื้นที่นครหลวง ยกกองกำลังไปปิดย่านสี่แยกเดิม ถึงกับสั่งงดเดินรถไฟฟ้าในรัศมีโดยรอบ เพื่อจะตกลงไปในหม้อแกงหม้อใหญ่ว่า พวกเขาประกาศเปลี่ยนที่ เมื่อเข้าพื้นที่แยกเดิมไม่ได้ ก็ย้ายมาอีกแยก
ข้ารู้ว่าเจ้าเดือดดาลจนสั่งสลายการชุมนุมด้วยวิธีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะอ้างต่อชาวโลกได้ว่าใช้วิธีการอย่างอารยะ…
ทั้งที่ข้าพยายามให้เจ้าเห็นภาพของผู้ชุมนุมที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนนักศึกษา โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง นักเรียนมัธยมรวบผมด้วยโบขาวสวมชุดนักเรียนที่นั่งกันอยู่เต็มแยกนั้น หวังใจว่าเจ้าคงระลึกอะไรได้ เพราะเจ้าเองก็มีลูกสาวตั้งสองคน
แล้วเจ้าได้เห็นภาพคืนนั้นไหม ภาพที่สามเณรที่เหลือเพียงอังสะ เข้าไปกราบกรานขอให้กองกำลังของเจ้าโปรดมีเมตตาธรรมต่อผู้คนทั้งน้ำตา กับภาพที่เด็กนักเรียนหญิงถอดกระโปรงเหลือแต่กางเกงขาสั้น แล้วยื่นกระโปรงให้กองกำลังชุดดำของเจ้าเอาไปนุ่งอย่างเหยียดหยาม… เจ้าเห็นอยู่แล้วเพราะข้าก็เห็น
เจ้าคิดว่าผู้คนควรจะหวาดกลัวกับสารเคมีในน้ำสีฟ้า หวังว่าพวกเขาจะหวั่นเกรงเพราะในคืนนั้นมีเยาวชนคนธรรมดาหลายคนที่ไม่ได้เป็นแกนนำก็ถูกจับกุมตัวไป แต่เมื่อเช้าวันต่อมา ศาลสั่งไม่อนุมัติฝากขังกับให้ปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำที่เป็นเยาวชน ก็น่าจะเป็นสัญญาณจากข้าแล้วว่า เรื่องมันกำลังจะไปสู่จุดที่เจ้าจะไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้อีก
วันรุ่งขึ้นนั้นอย่างไรเล่า ที่ข้าให้เจ้าได้เห็นภาพนั้นอย่างเต็มตา ว่านี่คือการต่อสู้ที่ไม่มีหัวมีหาง เพราะนี่คือการรวมตัวกันของประชาชน ราษฎรผู้อดรนทนไม่ไหว กระจายตัวกันออกมายังพื้นที่อันสะดวกที่สุดของพวกเขา นั่นเพราะเจ้าถึงกับสั่งหยุดเดินรถไฟฟ้าและรถใต้ดินทุกสาย แต่การกระจายตัวออกของผู้คนนั้นไม่ใช่การหารแบ่งจำนวนผู้ชุมนุม แต่เป็นการคูณจำนวนผู้คนออกไปตามแต่ละพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ และลามไปทั่วประเทศในที่สุด
เจ้าไม่รู้จะรับมืออย่างไร จึงบัญชาให้เคลื่อนกำลังพลไปที่จุดรวมตัวที่ใหญ่ที่สุด หากคำสั่งนั้นทำให้เกิดภาพที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยเห็น
ภาพของคนไทย คนที่เจ้าเคยเชื่อว่าพวกเขาเหลวไหลไร้ระเบียบ ทำงานร่วมกันเป็นทีมไม่ได้ แต่ในวันนั้น คนหลายหมื่นที่มีจิตใจเดียวกัน สื่อสารกันด้วยวิธีพื้นฐานและเทคโนโลยีที่เขาคิดได้ ลำเลียงบรรดาเครื่องป้องกันทั้งหลายส่งไปยังผู้คนขอบริมที่เสี่ยงว่าจะเกิดการปะทะ พวกเขาปรับบทเรียนจากการถูกสลายล้อมปราบได้ภายในเวลาไม่ถึงคืน และในวันนั้น พวกเขาสลายตัวแยกย้ายไปพร้อมกับชัยชนะ และเป็นเช่นนี้ในอีกหนึ่งวันต่อมา แตกต่างกันเพียงขนาดจำนวน และการต่อต้านที่กระจายไปทั่วประเทศแล้วอย่างแท้จริง
ข้าคิดว่าถ้าเจ้าละความดื้อดึงก็น่าจะรู้ตั้งแต่ค่ำวันอาทิตย์นั้นแล้วว่า อำนาจของเจ้าเสื่อมลงไปพร้อมกับความกลัว เสียงสบถนามของเจ้าดังอึงอลไปทั่วประเทศ
ฉันทามติของปวงชนประชาราษฎรเปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง เจ้าน่าจะสำเนียกได้จากเรื่องเล็กเรื่องน้อย เรื่องผู้คนที่อยู่ตามบ้านร้านเรือนต่างก็ปรบมือโห่ร้องให้ตลอดเส้นทางที่พวกเขาเดินผ่าน ชูสามนิ้วเป็นสัญลักษณ์ว่าเราคือเพื่อนคือพวกกัน บางคนเอาน้ำดื่มมาแจกจ่าย บางบ้านบางร้านค้าที่สะดวกถึงกับเปิดให้คนแปลกหน้าเข้าไปใช้ห้องน้ำได้
เมื่อเจ้าปิดกั้นการเดินทางสาธารณะ มอเตอร์ไซค์และแท็กซี่หลายคันก็อาสารับพาผู้คนไปส่งยังที่หมายจุดรวมตัวโดยไม่คิดเงิน เพราะนั่นคือการร่วมต่อสู้ของเขาด้วย
แม้ในห้วงยามที่เศรษฐกิจเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ผู้คนก็ยังเข้าร่วมระดมกันจนได้กองทุนเป็นเงินล้าน เพื่อร่วมสนับสนุนซื้อสิ่งจำเป็นในการป้องกันมวลชน ทั้งหมวกกันน็อก แว่นตากันสารเคมี ตลอดจนเป็นเงินทุนอุดหนุนการดำเนินการช่วยเหลือทางกฎหมายให้ผู้ที่ได้รับความอยุติธรรม ผู้บริจาคนิรนามที่หลายคนมีตำแหน่งหน้าที่ซึ่งใกล้ชิดกับพวกเจ้ามากกว่าที่คิด แต่ก็อดรนทนไม่ได้ที่จะไม่ทำอะไรเสียเลย
เด็กมัธยมต้นที่ลุกขึ้นมาพูดปลุกใจให้ผู้คนมีความกล้าที่จะลุกขึ้นมาส่งเสียงพูดบ้าง เพื่ออนาคตอันดีกว่าของพวกเขา
ไม่มีแกนนำ เพราะทุกคนเป็นแกนนำ ไม่มีการ์ด เพราะทุกคนระวังภัยให้แก่กัน ไม่มีเวที ไม่มีเครื่องเสียง เพราะพวกเขาพูดจาด้วยภาษาเดียวกัน
ฉันทามติของประชาชนแสดงออกมาชัดเจนขนาดนี้ เจ้ายังเดินไปจนเลยจุดที่ไม่สามารถกลับตัวได้ เจ้าควรจะโทษตัวเอง โทษความดื้อดึงของพวกเจ้า ที่ได้รับสัญญาณเตือนทั้งหลายจากข้าแล้ว แต่กลับเพิกเฉยและแปลความเป็นอื่น
ยังจำได้หรือไม่ว่าทำไมถึงเลือกมาเป็นทหาร จากจิตใจส่วนที่เคยดีงามของเจ้า เจ้าเลือกที่จะเป็นผู้ที่พิทักษ์ปกป้องบูรณภาพและความมั่นคงของชาติ อย่างน้อยเจ้าก็เคยสาบานเช่นนั้น
แต่เจ้าหลงลืมไปเองว่าชาตินั้นมิใช่อะไรเลย นอกจากสำนึกร่วมกันของปวงชนทั้งหลายที่รวมกันบนดินแดนหนึ่ง แต่ชาติไม่ใช่ของใครคนใดเพียงคนเดียวคนไม่ต้องมีชาติมีประเทศก็ได้ แต่ไม่สามารถมีชาติประเทศที่ไม่มีผู้คนได้ เช่นเดียวกับคนไม่มีศาสนาได้ แต่ศาสนาไม่มีศาสนิกนั้นไม่ได้
เจตนารมณ์ร่วมกัน และฉันทามติแห่งมหาชน ที่เรียกร้องประเทศที่ดีกว่าเพื่อลูกหลาน ประเทศที่พวกเขาจะร่วมกันตัดสินใจกำหนดชะตา อนาคตที่เขาลงมติกันแล้วว่าเจ้านั้นคืออุปสรรคขัดขวาง
“ท่านจะเป็นศัตรูกับลูกหลาน อัปยศอัประมาณถึงโลกหน้า
โกศกระดูกถูกทิ้งกลิ้งลงมา แม้ขี้เถ้าก็อัปราน่าละอาย…”
ไปเถิด เวลานั้นมาถึงแล้ว เจ้าควรทำใจได้แล้วว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ เจ้าทำตัวเองโดยแท้ แม้จะรู้ทั้งรู้ แม้จะได้รับสัญญาณเตือนที่ชัดเจนแค่ไหนจากข้า
ต่อหน้าองค์คณะศาลคดีอาญาระหว่างประเทศที่กำลังจะอ่านคำพิพากษา ข้าเองก็จะอยู่ตรงนั้น

