พระเอก-พระรอง

เศรษฐกิจของไทยต้องพึ่งพระเอก “ส่งออก” กับพระรอง “ท่องเที่ยว” ที่มีจีดีพีรวมกันกว่า 65-75% เป็นของพระเอก 50-60% ส่วนพระรองประมาณ 15% ซึ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 10%

รายได้หลักจากการส่งออกและการท่องเที่ยว ขึ้นอยู่กับต่างประเทศ แต่เมื่อมาเจอพิษโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วไปโลก ประเทศต่างๆ ล็อกดาวน์ ปิดประเทศ เศรษฐกิจไทยจึงทรุดหนัก

อย่างไรก็ตาม ไทยเราควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้อย่างดี เป็นที่ยอมรับทั่วโลก จึงเป็นต้นทุนสำคัญที่ช่วยประคองเศรษฐกิจไทยไม่ให้ดิ่งเหวลึกลงไปมากนัก

เมื่อประเทศต่างๆ เชื่อมั่นด้านสาธารณสุขของไทยจึงส่งผลดีต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว

ตัวเลขส่งออกของไทยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีมูลค่า 20,212 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 7.94% รวม 8 เดือนแรกปี 2563 มีมูลค่า 153,375 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 7.75%

เป็นการติดลบน้อยกว่าที่คาด ขณะที่สินค้าหลายตัว ส่งออกได้ดี เช่น กลุ่มสินค้าอาหาร อาทิ ข้าวพรีเมียม ข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์มขยายตัว 599.6% หรือทูน่ากระป๋อง สุกรสดแช่เย็นแช่แข็งขยายตัว 962.1%

หรือกลุ่มสินค้าเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น ถุงมือยาง ขยายตัวถึง 125.9% ขยายตัวต่อเนื่องเดือนที่ 9

ขณะที่ตลาดส่งออก แม้หลายประเทศยังติดลบ แต่ก็มีแนวโน้มดีขึ้น ยกเว้นตลาดสหรัฐที่ยังขยายตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 15.1%

หากช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้มีมูลค่าส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป จากเดิมที่ประมาณการว่าทั้งปี 2563 การส่งออกติดลบ 8% ก็จะติดลบแค่ 5-6%

ถือว่าพระเอกเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้บ้างแล้ว ท่ามกลางวิกฤตทั่วโลก

หันไปดูพระรอง “ท่องเที่ยว” ที่โดนหมัดโควิด-19 น็อกหลับคาเวที จนป่านนี้ยังไม่ฟื้น เพราะต่างชาติหายจ้อย ไม่อาจเดินทางเข้ามาได้

รายได้จากการท่องเที่ยวไทยเมื่อปี 2562 ประมาณ 3.06 ล้านล้านบาท มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา 39.77 ล้านคน สร้างรายได้ 1.96 ล้านล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทาง 167 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1.10 ล้านล้านบาท

ปี 2563 เดิมคาดว่าจะมีรายได้ 3.18 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40.8 ล้านคน ทำรายได้ 2.02 ล้านล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย 172 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1.16 ล้านล้านบาท

แต่เมื่อพิษโควิด-19 ระบาด รายได้จากการท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 2 ล้านล้านบาท หายวับไปกับตา

แม้รัฐบาลพยายามกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวกันเอง ก็ยังไม่ทำให้การท่องเที่ยวฟื้นขึ้นมาได้มากนักด้วยเพราะรายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แต่ขณะนี้ไทยควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้ดี จึงควรนำมาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว บนเงื่อนไขที่มีมาตรการเข้มงวดระดับหนึ่งในการดูแลป้องกัน ไม่ให้ต่างชาตินำเชื้อโควิด-19 มาแพร่ระบาด

ทั้งเปิดให้เฉพาะนักท่องเที่ยวจากเมืองที่ปลอดเชื้อมานานระยะหนึ่งแล้ว หากจะมาก็ต้องตรวจเชื้อก่อน เมื่อถึงไทยแล้วต้องตรวจซ้ำ และต้องกักตัวรอดูอาการอีกระยะหนึ่ง

รวมทั้งมีการจำกัดบริเวณในการเดินทางท่องเที่ยวและระบบติดตามตัว ซึ่งน่าจะเพียงพอให้คนในพื้นที่และคนไทยทั่วไปมั่นใจได้

หากจะรอวัคซีนเพื่อหวังให้ปลอดภัย 100% แล้วค่อยเปิดประเทศ ก็คงอีกนาน อาการพระรองของเราคงจะทรุดหนักจนอาจไม่ลุกขึ้นมาได้อีก

แต่หากไทยนำร่องเปิดประเทศอย่างมีเงื่อนไขได้ก่อน ก็จะทำให้พระรองฟื้นตัวได้เร็วขึ้น แม้จะไม่ปกติเหมือนก่อน แต่พอจะช่วยให้ดีขึ้น และเป็นการเตรียมพร้อมเมื่อฟ้าเปิดเต็มที่ เพื่อที่พระรองของเราจะมีกำลังฟิตพอในการดึงดูดรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น

เมื่อนั้น “พระเอก-พระรอง” ของเราจะกลับมาเข้มแข็ง เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศกลับมาโดยเร็ว

หากจะรอวิกฤตพ้นผ่าน โอกาสนั้นก็จะหายตามไปด้วย แต่ทั้งนี้ต้องมีกำกับดูแลป้องกันอย่างดี

ที่สำคัญความวุ่นวายทางการเมืองต้องไม่เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต

สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กกต.เล็งลงมติดำเนินคดีอดีต กก.บห.อนาคตใหม่ ปมเงินกู้ สัปดาห์หน้า
บทความถัดไปแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ นัดชุมนุมรถไฟฟ้าทุกสถานี 17.50 น. พร้อมบิ๊กเซอร์ไพรส์