ม็อบมุ้งมิ้ง-พญามัจจุราช

ในที่สุดสิ่งที่นักสังเกตการณ์ทางการเมืองคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ปรากฏเป็นจริงขึ้นจนได้

เมื่อแรกที่กลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free Youth) และสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) จัดกิจกรรมไม่ทนอีกต่อไป ชุมนุมรายรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 18 กรกฎาคม เรียกร้อง 3 ข้อ 1.ให้ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนและเปิดทางให้คนมีความรู้ความสามารถมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง 2.หยุดคุกคามประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรม 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ปฏิกริยาจากคนยุคเก่า ระดับรองโฆษกหญิงใช้สิทธิในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่งสะท้อนถึงการแสดงออกของพวกเขาว่า ม็อบมุ้งมิ้ง แนะนำน้องๆ เอาเวลาไปทำมาหากินดีกว่า

สถานการณ์ร้อนแรงขึ้น จนกระทั่งเกิดการชุมนุมใหญ่วันที่ 14 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงกลางดึก ก่อนฟ้าสางกำลังตำรวจเข้าสลายการชุมนุมจับแกนนำไปฝากขัง เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย ค่ำวันต่อมาที่ 16 ตุลาคม ตำรวจสลายการชุมนุมอีก ด้วยการฉีดน้ำผสมสารเคมี การจับกุม คุมขังแกนนำยังดำเนินต่อไป

นายกรัฐมนตรีพร้อมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล แถลงแข็งขันไม่ลาออกตามคำเรียกร้องของกลุ่ม
ผู้ชุมนุม ก่อนพูดทิ้งท้ายให้คิดเป็นปริศนา ทุกคนอย่าประมาท อย่าท้าทายพญามัจจุราช การจะตายเป็นวันนี้หรือวันไหน มีโอกาสตายทุกคน

พูดให้ทุกคนระมัดระวังอย่าใช้ชีวิตด้วยความประมาท แต่ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดหน้าสิ่วหน้าขวาน ท่าทีและคำพูดเช่นนี้ หนีไม่พ้นถูกมองว่าเป็นการข่มขู่ ท้าทายอีกฝ่ายหนึ่ง กลายเป็นโยนฟืนเข้ากองไฟ ให้ลุกโชนขึ้นอีก

ความรุนแรงจึงถูกตอบโต้ทันทีในวันรุ่งขึ้น ด้วยรูปแบบวิธีการต่อสู้ที่พัฒนาไปจากหลายสิบปีก่อน อย่างที่ว่าแค่พากันมาเป็นหมื่น เป็นแสน ไม่ต้องปักหลักค้างคืน แต่เลิกแล้วแยกย้ายกันกลับไปนอนบ้าน พรุ่งนี้มากันใหม่ ต่อเนื่องเป็นเดือน ฝ่ายกุมอำนาจจะทนอยู่ได้อย่างไร

การต่อสู้จึงมีแนวโน้มยืดเยื้อยาวนาน เกิดที่ไหนก็ได้ตลอดเวลา ผ่านสื่อสมัยใหม่ เป็นเครื่องมือนัดแนะ ให้สัญญาณ ส่งขาวสารต่างๆ จะทำอะไร เมื่อไหน ไม่ต้องใช้ทุนมากมาย โดยเฉพาะเสบียงอาหารการกิน ไม่เหนื่อยเมื่อยล้า จนเกินไปเหมือนแต่ก่อน

ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นจาก 3
เป็น 4 1.นายกรัฐมนตรีลาออก 2.แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย 3.ปล่อยตัวแกนนำ 4.ปฏิรูปสถาบัน

สังคมเกิดข้อถกเถียงถึงสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์บานปลายไม่หยุด ด้วยทรรศนะที่ต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างคนยุคใหม่กับคนยุคเก่า ซึ่งมองว่าเด็กและเยาวชนถูกล้างสมอง ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ตกเป็นเครื่องมือมหาอำนาจที่กำลังแย่งชิงผลประโยชน์และความยิ่งใหญ่ในโลก

มุมมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจเด็ก เยาวชนคนยุคใหม่ที่ว่า ไม่อาจทำลายความชอบธรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ขจัดเผด็จการ แก้รัฐธรรมนูญและปล่อยตัวแกนนำ ลงได้

สื่อกระแสหลัก กระแสรอง รายงานถึงข้อเรียกร้องประการสุดท้ายด้วยความระมัดระวัง เพราะเกรงถูกเหมาโหล โดนข้อหาร้ายแรงไปด้วย สื่อของรัฐที่อดีตเมื่อครั้งเหตุการณ์ 6 ตุลา มหาโหด 2519 ถูกใช้เป็นเครื่องมือจนนำไปสู่มิคสัญญีกลางเมือง ยังไม่ถูกสั่งการให้นำประเด็นเดียวกันนี้ขึ้นมาสร้างกระแสเหมือนเมื่อครั้งนั้น ซึ่งหากเกิดขึ้นโอกาสจะกลายเป็นสงครามกลางเมืองได้ในทันที

ขณะที่ฝ่ายประชาชนเสนอข้อเรียกร้องชัดเจน ให้นายกรัฐมนตรีเสียสละพิจารณาตัวเองลาออก ท่านผู้ทรงเกียรติในรัฐสภาพยายามหาทางออกด้วยการเสนอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ แม้รัฐบาลแสดงท่าทีตอบรับ แต่สถานการณ์คืบหน้าเลยไปกว่านั้นแล้ว

การประชุมคณะรัฐมนตรีล่าสุดแทนที่จะเป็นเรื่องของการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ วาระเร่งด่วนควรเป็นการตัดสินใจยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงหรือไม่ แต่ก็ไม่มีข่าวสารว่าใครกล้ายกขึ้นมาให้สัญญาณใดๆ

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วุฒิสมาชิกยังคงสงวนท่าทีต่อไป รอให้ครบเวลาการศึกษาญัตติ ฯ 30 วันก่อน กลับมีการโยนหินถามทางว่าอาจขอยืดเวลาต่อไปอีก ไม่หวั่นไหว ว่า การชุมนุมประท้วงจะดำเนินต่อไปอย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มสุดขั้วยังยืนยันจุดยืนเดิม ไม่แก้ ไม่แก้ จะแก้ต้องไปถามประชาชน 16.8 ล้าน ก่อน

ท่ามกลางสถานการณ์ที่แหลมคมยิ่งขึ้นทุกวัน ทางออกที่ควรเป็นคือยอมรับว่าการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจใช้มาตรการทางกฎหมาย ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาเป็นความผิดพลาดอย่างแรง การปล่อยผู้ถูกจับกุม เลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ถ้ายังเอาไม่อยู่ การเสียสละตามข้อเสนอของภาคประชาชนเป็นหนทางบรรเทาความร้อนแรงลงได้ทันท่วงที

หากในการประชุมสภาเกิดการโจมตีและโต้ตอบกันอย่างรุนแรง สุดท้ายอาจนำไปสู่การยุบสภาก็ตาม ต้นเหตุคือรัฐธรรมนูญ 2560 ยังใช้บังคับต่อไป นั่นเท่ากับระเบิดเวลายังคงอยู่ แต่ความเป็นไปได้ของการกลับมาอีกครั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ ปิดแล้วอย่างสิ้นเชิง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กลุ่มฟื้นฟูปชต. ประกาศนัดชุมนุม หน้ารร.นายร้อยสามพราน จี้ตร.ยืนข้างปชช.
บทความถัดไปวงสัมมนา‘ศก.ดิจิทัล’ ‘รัฐ-เอกชน’เร่งขับเคลื่อน ช่วยพลิกฟื้นประเทศ