รายงาน : ถอดรหัส อ่านเกม ปรากฏการณ์ ‘นักเรียน’ ประกาย ทั่วแผ่นดิน

21.10.20 | 13:00 น.

หากมองสถานการณ์นับแต่วันที่ 24 กันยายน ในที่ประชุมรัฐสภา ประสานเข้ากับสถานการณ์ในคืนวันที่ 16 ตุลาคม ณ แยกปทุมวัน ย่านสยามสแควร์

ก็จะประจักษ์ในสภาวะแปรเปลี่ยนและพลิกผัน

ที่คิดว่าการตั้ง “กรรมาธิการ” เป็นการรุก เป็นชัยชนะ ที่คิดว่าการสลายการชุมนุมด้วยหน่วยคอมมานโดปราบจลาจล เข้มแข็ง เป็นการรุก เป็นชัยชนะ

แต่เมื่อ “ผล” ออกมากลับ “ไม่ใช่”

เหมือนกับข้อเสนอตั้ง “กรรมาธิการ” จะยืนยันชัยชนะจากการประสานและร่วมมือระหว่าง 1 พรรคพลังประชารัฐกับ 1 โดย 250 ส.ว.

Advertisement

แต่ความรู้สึกของ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เล่า

เหมือนกับการเดินหน้าออกคำสั่งให้หน่วยคอมมานโดเคลื่อนกำลังพร้อมกับยุทโธปกรณ์ครบครันจะสยบบรรดา เด็ก เด็ก หนูเล็กทั้งหลายลงได้

แต่ผลอันตามมาในวันที่ 17 ตุลาคมเป็นอย่างไร

เมื่อผลจากการดำเนินกลยุทธ์ไม่ว่าที่เกิดขึ้นในรัฐสภา เมื่อวันที่ 24 กันยายน ไม่ว่าที่เกิดขึ้น ณ แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ล้มเหลว ไม่ได้ผล

เห็นได้จาก “ดอกไม้” เบ่งบาน “ทั่วประเทศ”

ไม่ว่าจะเป็นแยกลาดพร้าว ไม่ว่าจะเป็นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไม่ว่าจะเป็นแยกเกษตร บางเขน ไม่ว่าจะเป็นย่านบางนาจ่อปากน้ำ ไม่ว่าจะเป็นย่านแคราย นนทบุรี

รวมถึงเชียงใหม่ รวมถึงหาดใหญ่ รวมถึงบุรีรัมย์

ไม่เพียงเท่านั้นตามโรงเรียนหลายแห่งซึ่งเคยชู 3 นิ้วหร็อมแหร็มจำนวนน้อย กลับกลายเป็นการชูหมดทั้งโรงเรียน พร้อมเพรียงเป็นพลัง

จึงนำไปสู่ความคิดเปิด “รัฐสภา” สมัยวิสามัญ

ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคชาติไทยพัฒนา
ล้วนประสานเสียงเห็นชอบด้วย

แม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ OK

จากนี้จึงเห็นได้ชัดว่า กระบวนท่าของรัฐบาล กระบวนท่าของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลับได้อิทธิพลอย่างเด่นชัดจากพรรคประชาธิปัตย์

เป็นอิทธิพลในแบบ “ชวน เชื่องช้า”

หากย้อนกลับไปดูตั้งแต่เมื่อ “เยาวชนปลดแอก” แสดงปรากฏการณ์ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในเดือน กรกฎาคมเป็นต้นมาก็จะประจักษ์

ในท่วงท่า อาการ “ตั้งรับ” พร้อมกับ “เตะถ่วง”

แม้จะมีการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่เมื่อถึงวันที่ 24 กันยายน การตัดสินใจในที่ประชุมรัฐสภาก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง

เช่นเดียวกับการชุมนุมในแบบ “ไฟลามทุ่ง” ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา

ท่วงท่า อาการของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันแสดงผ่านพรรคพลังประชารัฐ อันแสดงผ่าน 250 ส.ว.ดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพ

นั่นก็คือ โนสน โนแคร์

เป็นสภาวะโนสน โนแคร์จากความมั่นใจใน “อำนาจ” ที่มีอยู่ในมือ เป็นสภาวะโนสน โนแคร์ จากความ
ไม่เข้าใจในสภาพความเป็นจริงของ “ม็อบ”

คิดว่ามี “เบื้องหลัง” คิดว่ามี “ท่อน้ำเลี้ยง”

แม้กระบวนการเคลื่อนไหวจะซึมลึกจากนิสิตนักศึกษาไปยัง “นักเรียน” ระดับมัธยม กระนั้น ก็ยังไม่ยอมรับในความเป็นจริง ไม่ยอมรับว่าตนและพวกตนคือปัญหา

ผลร้ายจากโรค “กลัดกระดุม” ผิดจึงเริ่มปรากฏ