
“คนเล่นตีกลองยาวในไทย มักมีผ้าโพกหัวเหมือนพม่า เพราะกลองยาวของไทยได้จากพม่า” เป็นความเชื่อของคนบางกลุ่ม แต่ไม่ทั่วไปทุกกลุ่ม
ผ้าโพกหัวเป็นวัฒนธรรมร่วมของคนเมืองร้อนอยู่เขตเส้นศูนย์สูตร ไม่ต้องพม่าก็มีผ้าโพกหัวได้เมื่อทำงานกลางแดด ไม่ต้องตีกลองยาวก็โพกหัวด้วยผ้าขะม้าเมื่อไถนา หรือเลี้ยงควายกลางทุ่งนา
ดังนั้นผ้าโพกหัวคนเล่นกลองยาวในไทยไม่ใช่หลักฐานว่ากลองยาวมาจากพม่า
กลองยาวเป็นของพม่า เป็นความเชื่อได้จากเพลงสิบสองภาษา สำเนียงพม่า มีบทร้องว่า
ทุงเล ทุเล
ทีนี้จะเห่ พม่าใหม่
ตกมาอยู่ เมืองไทย
เป็นครูใหญ่ ตีกลองยาว
ตีว่องตีไว ตีได้จังหวะ
ทีนี้จะกะ เป็นเพลงกราว
เลื่องชื่อ ลือฉาว
ตีกลองยาว สลัดได (ซ้ำ)
พม่าครูกลองยาวคนนี้ ก็เหมือนพม่าหมอดู, พม่าตีกบ, พม่ารำขวาน ฯลฯ เป็นอาชีพสุจริตทำมาหากินเลี้ยงชีพตามปกติ เหมือนคนกลุ่มอื่นๆ เช่น เขมรตีเหล็ก, เจ๊กขายขวด, ลาวขายลาบส้มตำ ฯลฯ ดังนั้นพม่าเป็นครูตีกลองยาว ไม่ได้หมายความว่ากลองยาวเป็นสมบัติของพม่า
“ตำรากรมศิลปากร บอกว่ากลองยาวเป็นของพม่า พวกไทยได้กลองยาวจากพม่า จริงไหม” มีผู้ตั้งคำถามบ่อยๆ ในที่ประชุมสัมมนาวิชาการว่าด้วยความหลากหลายของดนตรี ไทย
ตำรากรมศิลปากรที่มีผู้ยกมาน่าจะหมายถึงหนังสือเครื่องดนตรีไทย ของ ธนิต อยู่โพธิ์ (ที่กรมศิลปากรพิมพ์จำหน่ายเผยแพร่ครั้งแรก พ.ศ. 2500 แล้วใช้เป็นมาตรฐานสืบมาจนบัดนี้) มีข้อความตอนหนึ่งสรุปว่า ไทยได้แบบอย่างกลองยาวจากพม่า แต่พม่าบอกว่าได้จากไทยใหญ่อีกต่อหนึ่ง
แสดงว่าพม่าเองก็ไม่รู้ว่ากลองยาวมาจากไหน? เลยโยนไปที่ไทยใหญ่
ถ้าถามไทยใหญ่ ก็น่าจะได้คำตอบโยนต่อไปยังคนกลุ่มอื่นๆ อีก เพราะต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน?
กลองยาว คือกลองมีเอว ขึ้นหนังหน้าเดียว ถ้าขนาดใหญ่และยาวมากในภาคเหนือเรียกกลองแอว (คำว่า แอว ในภาคเหนือ คือ เอว ในภาคกลาง)
กลองมีเอว จัดอยู่ในตระกูลกลองทอง (มโหระทึก) มีพัฒนาการอยู่ในภูมิภาคอาเซียนราว 2,500 ปีมาแล้ว รูปร่างคอคอดเล็กน้อยตรงกลาง จนถึงคอคอดมากก็มี และมีหลายขนาด
ถือเป็นสมบัติวัฒนธรรมร่วมของอุษาคเนย์ในอาเซียน ไม่มีใครเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แต่ผู้เดียว ไม่ว่าพม่าหรือไทยใหญ่ หรือใครต่อใครในภูมิภาคนี้

