พลันที่โครงสร้างของ “คณะกรรมการสมานฉันท์” เริ่มแพลมออกมาจากทั้ง สถานบันพระปกเกล้า ทั้ง นายชวน หลีกภัย ภาพของการเมืองในอนาคตก็ฉายเงาขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อมีการอ้างถึง “อดีต” คนสำคัญ
ไม่ว่าคนสำคัญที่เคยดำรงตำแหน่งเป็น “นายกรัฐมนตรี” ไม่ว่าคนสำคัญที่เคยดำรงตำแหน่งเป็น “ประธานสภา”
บางคนมองเห็นภาพ นายทักษิณ ชินวัตร
แม้จะรู้อยู่เป็นอย่างดีว่า โครงสร้างและการเอ่ยถึง “อดีต” นายกรัฐมนตรีไม่น่าจะครอบคลุมไปยัง นายทักษิณ
ชินวัตร หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
แต่ก็เป็นความเคยชิน 1 ในทางการเมือง
เนื่องจากปัญหาซึ่งกำลังจะขยายและกลายเป็น “วิกฤต” อันเลวร้ายในทุกวันนี้น่าจะมีจุดเริ่มมาตั้งแต่ก่อนรัฐประหารอย่างน้อยก็ 2 ครั้งต่อเนื่องกัน
รัฐประหาร 2549 รัฐประหาร 2557
แม้ว่าภายในความนึกคำนึงในทางสังคมจะมีภาพของ นายทักษิณ ชินวัตร ภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ขึ้นมาอย่างมิอาจปัดปฏิเสธได้
แต่คำถามก็คือ ใครคือคู่ของ “ความขัดแย้ง”
เมื่อนึกถึงรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 คนก็นึกถึงเป้าหมายว่าเป็นรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร เป็นพรรคไทยรักไทย
คำถามก็คือ ใครกันเล่าที่ต้องการ “โค่น”
เช่นเดียวกับเมื่อนึกถึงรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 คนก็นึกถึงเป้าหมายว่าเป็นรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นพรรคเพื่อไทย
คำถามก็คือ ใครกันเล่าที่ต้องการ “โค่น”
บางคนอาจจะนึกถึงบทบาทของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บางคนอาจจะนึกถึงบทบาทของมวลมหาประชาชน กปปส.
กระนั้น ก็รู้ว่าที่เด่นชัดมากกว่าเป็นใคร
เพียงเท่านี้ก็มองเห็นได้แล้วว่า บรรยากาศในการถกแถลง อภิปรายใน “คณะกรรมการสมานฉันท์” จะดำเนินไปอย่างไร
ใครเป็นโจทก์ ใครเป็นจำเลย
ยิ่งหากรวบยอดปัญหาอันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ใน 2 ห้วงสำคัญทางการเมือง 1 หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 และ 1 หลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562
ภาพของโจทก์ ภาพของจำเลยก็เด่นชัด
เป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระนั้นหรือ เป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กระนั้นหรือ เป็น นายปิยบุตร แสงกนกกุล กระนั้นหรือ
อาจใช่ แต่ก็มีมากกว่านั้น
และที่ว่ามากกว่านั้น หากติดตามการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก” ที่เติบใหญ่ยกระดับขึ้นมาเป็น “คณะราษฎร 2563” ก็จะได้คำตอบ
เป็นคำตอบซึ่ง นายอานันท์ ปันยารชุน สรุปได้อย่างยอดเยี่ยม
อุบัติแห่ง “คณะกรรมการสมานฉันท์” อาจเป็นความพยายาม หนึ่งที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์
และสานต่อโดย นายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานรัฐสภา
โดยที่รู้อยู่เป็นอย่างดีว่าจะจบอย่างไร
ประเด็นมิได้อยู่ที่ความพยายามนี้ต้องการแสดงสถานะอะไรในทางการเมือง หากแต่อยู่ที่ว่าต้องการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างถึงรากฐานและต้นตอหรือไม่
หรือเพียงเพื่อ “ซื้อเวลา” ออกไปเท่านั้น

