การเจรจาใดๆ ของสองฝ่าย หากไร้ซึ่งกติกาหลัก คือความจริงใจต่อกัน การเจรจานั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ ดังการเจรจาหลายครั้งที่ผ่านมา ส่วนวิธีการเจรจาต้องไม่เป็นการเจรจาต่อหน้าสาธารณะ เช่น การถ่ายทอดออกโทรทัศน์ ดังเคยล้มเหลวมาก่อนเช่นกัน
ปัญหาสำคัญของการเจรจาปัญหาใดก็ตาม หากมีการตกลงกันจากนั้น ต้องมีคนกลางรับรู้ และทั้งสองฝ่ายรับว่าการเจรจานั้นเป็นอย่างนั้น จะมาตีความกันภายหลังมิได้ ภาษาของการเจรจาต้องไม่มีการตีความเป็นอื่น เรียกว่าคำไหนคำนั้น ไม่มีการใช้คำหรือภาษาเยิ่นเย้อ แปลความหมายได้สองสามอย่าง
ภาษาไทยมิใช่ภาษาอังกฤษที่อาจแปลความได้หลายอย่าง
การมีคณะกรรมการสมานฉันท์ ต้องเป็นบุคคลที่ทั้งสองฝ่ายเชื่อถือ รวมถึงประชาชนทั่วไปด้วย เพราะความเชื่อถือ เชื่อใจในบุคคลสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น หากบุคคลที่เป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ คนใดคนหนึ่งไม่เป็นที่น่าเชื่อถือเสียแล้ว การเจรจาใดๆ ย่อมไร้ความหมาย และย่อมล้มเหลวในที่สุด
ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เกิดจากความคิดของฝ่ายหนึ่งที่เห็นว่าประเทศไทยควรถึงเวลาที่จะปฏิรูปได้แล้ว หลังจากผ่านสถานการณ์มาหลายครั้งหลายหน ที่สุดคือผ่านการมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ผ่านการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นที่รองรับ และผ่านการจัดตั้งรัฐบาลที่รับรองโดยสมาชิกรัฐสภา มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองฝ่าย และสมาชิกวุฒิสภา รัฐบาลผ่านการถวายสัตย์ปฏิญาณเสร็จสิ้นเรียบร้อย ตามรัฐธรรมนูญกำหนด
แม้ทั้งหลายทั้งปวงจะเกิดขึ้นในรูปแบบที่ไม่สมบูรณ์นัก มีการทักท้วง มีการเรียกร้องให้ดำเนินการใหม่
เมื่อต่างคนต่างอ้างว่าทุกประการผ่านขั้นตอนและรูปแบบในระบอบประชาธิปไตย ย่อมถือว่าถูกต้องแล้ว สามารถดำเนินการต่อไปได้ตามวิถีประชาธิปไตยที่นานาประเทศในระบอบประชาธิปไตยยอมรับ
ครั้นเมื่อเกิดกลุ่มชุมนุมเรียกร้องให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีความเป็นประชาธิปไตยตามที่ควรจะเป็น ทั้งการชุมนุมเรียกร้องนั้นยังมีองค์ประกอบสำคัญไปถึงเรื่องสำคัญคือการปฏิรูปสถาบัน และเชื่อมโยงไปถึงการลาออกของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
คำตอบที่ชัดเจนแล้ว คือการแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ต้องการของทั้งสองฝ่าย และประชาชนไทยทั่วประเทศ ซึ่งที่สุดอาจมีการทำประชามติใหม่อีกครั้ง อาจจะนำมาใช้ได้ใหม่ภายในปีนี้ ปีหน้า
ประเด็นที่สอง คงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินกันบ้าง คือการลาออกของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการตัดสินใจของผู้เป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียว ด้วยเหตุผลแวดล้อมนับสิบนับร้อยประการ แม้ว่าการลาออกนั้น อาจจะกลับเข้ามาเป็นใหม่ตามกติกาเก่าอีกครั้งก็ได้
ส่วนข้อที่สาม การปฏิรูปสถาบัน (ว่ากันสั้นๆ ง่ายๆ) แทบว่าจะเป็นไปไม่ได้ เช่นในขณะนี้ เพราะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีการปกครองของประเทศไทยมายาวนานจากยุคสมัยนับร้อยๆ ปี จนเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของคนไทย
ดังนั้น หากจะถกประเด็นปัญหาเฉพาะสองเรื่องแรก โอกาสที่จะเป็นไปได้ย่อมมีมากกว่า มีข้อสามเข้ามามีส่วน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง หรือสองสามวิธี
สำหรับการเจรจากันในสองข้อแรก เรื่องของคำพูดและถ้อยคำถ้อยความไม่เป็นเรื่องที่น่าวิตกวิจารณ์ แต่หากมีการเจรจาในเรื่องประการที่สาม สมควรที่ประชุมต้องตกลงกันให้ถ่องแท้ว่าจะใช้ถ้อยความประมาณใดที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ ด้วยเพราะผู้ร่วมเจรจาอาจมีทั้งผู้ใหญ่ซึ่งอาจติดยึดระเบียบระบบของถ้อยภาษา แต่อีกฝ่ายหรืออีกบางคนไม่สันทัดใน “คำหลวง” จึงอาจต้องตกลงกันในเบื้องต้นให้ชัดเจนแน่นอนว่าควรเป็นเช่นนั้นควรเป็นเช่นนี้ โดยไม่มีการระคายเคืองต่อกัน
การเจรจาเพื่อสมานฉันท์ครั้งนี้ เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย การรับฟังกันและกัน อยู่ในกติกาของเวลาที่กำหนดคือประเด็นสำคัญที่สุด หากมีการก้ำเกินกันบ้าง ควรยืดหยุ่นพอเป็นพิธีสงฆ์นะครับ
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

