หน้าแรก คอลัมนิสต์ สนามบินอุดร&#...

สนามบินอุดร…(ซ่อน)ความลึกลับ

9.11.20 | 13:00 น.

ขอเปิดเผยประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งในแผ่นดินไทย เป็นเหตุการณ์สำคัญ แต่ทางราชการไทยแทบไม่มีข้อมูลบอกเล่า …ผู้เขียนไปค้น แปล เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลต่างประเทศที่เปิดเผยแล้วมาบอกเล่าคนไทยครับ…

ช่วง พ.ศ.2502 กองทัพเวียดนามเหนือที่ทรงพลัง ยืนยันในการเสริมสร้างลัทธิคอมมิวนิสต์ มีลูกพี่ จีน โซเวียต เป็นสปอนเซอร์หลัก ส่งทหารแทรกซึม ทยอยเข้าสู่ดินแดน ลาว กัมพูชา…

พ.ศ.2504 เกิดสงครามในลาวแบบชัดเจน รัฐบาลไทยอนุญาตให้สหรัฐเข้ามาใช้ฐานทัพอากาศในไทย… “ฐานบินอุดร” เป็น 1 ใน 5 ฐาน

ฐานบินอุดร มีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์เหมาะสม ลงตัว ชั่วพริบตาเครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ของมะกันก็บินเข้าไปในลาวได้ เครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินโจมตี ยังบินตะลุยไปถึงเวียดนามเหนือ

Advertisement

ผู้นำของไทยแนบแน่นกับผู้ใหญ่ของสหรัฐ ใช้การตกลงแบบ “สัญญาสุภาพบุรุษ” ให้กองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) วอชิงตันร่ำรวย มีงบประมาณก้อนโตเข้ามาสร้าง ปรับปรุงสนามบิน ตามมาตรฐาน จัดการระวังป้องกัน มีเจ้าหน้าที่ของสหรัฐทำงาน 24 ชั่วโมง…

สนามบินอุดรที่เคยเงียบขรึม นานๆ พลิกโฉมเป็นสนามบินที่พลุกพล่าน สง่างาม มีอุปกรณ์ทันสมัย ถนนหนทาง ประปาไฟฟ้า โอ่อ่าสง่างามตามมาตรฐานกองทัพอากาศอเมริกัน…

เมืองอุดรฯคึกคัก มีสีสัน โรงแรม ไนต์คลับ ร้านอาหาร บาร์เบียร์ สามล้อ รถสองแถว มีรายได้แบบไม่นึกฝัน…เพลงสากล หลอดไฟสีเขียว สีแดง ระยิบระยับ เสียงเพลงร็อกของอเมริกันดังสนั่นยามค่ำคืน

เศรษฐกิจรุ่งเรือง เฟื่องฟู 1 ดอลลาร์ แลกได้ราว 22 บาท ทหารมะกันให้ทิปงาม ใจดี กินอยู่ หลับนอนสุดแฮปปี้…
สวิงกิ้งริงโก้….

ความร่ำรวยของกองทัพสหรัฐบ่งบอกได้จากจำนวนอากาศยานที่มาใช้สนามบินทั้งวันทั้งคืน รถบรรทุกกระสุน น้ำมัน อาหาร สรรพสิ่ง ของใช้สำหรับทหารสหรัฐถูกส่งมาจากอเมริกาแบบล้นเหลือ…

เกิดวงดนตรีเล่นเพลงฝรั่งเจ๋งสุดสุด โดยคนไทย หนุ่ม สาว ใส่กางเกงขาบาน ผมยาวประบ่า ใส่แว่นดำ เล่นเพลงฝรั่งเก่งแบบฝรั่งเองยังงง ….

ขอบอกกับท่านผู้อ่านนะครับ…ทหารมะกันส่วนมากผิว ขาว ดำ มาจากชนบท บ้านนอกของอเมริกาที่ไม่เคยเห็นแสงสี
แบบนี้มาก่อน

เสียงคำรามของอากาศยาน ขึ้น-ลง สนั่นเมืองอุดรฯยาวนานหลายปี จนชาวอุดรฯคุ้นชิน ไม่ใช่ของแปลก…

สถานีเรดาร์อันทันสมัย เครื่องมือสื่อสารสารพัดชนิด ยานพาหนะ ของใช้จากอเมริกา ถูกนำมาใช้งานเพื่อการทำสงครามในลาว

ย้อนไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2498 สหรัฐนำเครื่องบินลำเลียง C-46 จำนวน 3 ลำ มาบินส่งอาหาร งานธุรการ และภารกิจช่วยเหลือฉุกเฉิน ยังมิใช่ภารกิจรบ

เมื่อวอชิงตันไฟเขียวเต็มพิกัดให้รบกับคอมมิวนิสต์ในลาว สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ หรือ CIA เข้ามาเป็นเจ้าภาพ ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชน ชื่อ แอร์อเมริกา (Air America) มาบินส่งกำลังบำรุง สับเปลี่ยนกำลังทหาร

สนามบินอุดร อุ่นหนาฝาคั่ง บินเข้า-ออก ลาว-ไทย

เงินทองไหลมาเทมา กองทัพไทยได้ไฟเขียวจัดตั้งคณะกรรมการ คท. (คณะที่ปรึกษาทางทหารช่วยเหลือลาว มี 7 คน) เป็นภารกิจ “ลับมาก” เพื่อประสานงานกับมหามิตรสหรัฐ

หัวหน้าซีไอเอในไทย จบวิศวะจากเท็กซัส ผ่านการฝึกโชกโชน ชื่อ บิล แลร์ (Bill Lair) เข้ามาในไทยก่อนหน้านี้นานแล้ว มาเช่าโรงแรมแกรนด์ อยู่ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน เปิดบริษัทอำพรางชื่อ ซีซัพพลาย (SEA Supply) ทำงานลับแนบแน่นกับ พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ สนับสนุนการฝึกตำรวจไทยส่วนหนึ่งให้เป็น ตชด. นักรบ เพื่อไปทำสงครามกองโจรในลาว ถึงขนาดโดดร่มลงที่หมายได้

(ตชด. ไทยได้รับการฝึกโดดร่มจากซีไอเอก่อนทหารบก เรียกว่า หน่วย PARU : Police Aerial Reinforcement
Unit : ผู้เขียน)

พ.ศ.2504 นาวิกโยธินสหรัฐราว 300 นาย เข้ามาประจำการที่ฐานบินอุดรฯเพิ่มเติม ทำหน้าที่ซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ อากาศยานของแอร์อเมริกา ที่สนับสนุนการรบในลาว

18 พฤษภาคม 2505 สหรัฐส่งเครื่องบินรบ A-4 Skyhawk จำนวน 20 ลำมาประจำที่ฐานบินอุดร

สถานการณ์รบในลาว แย่ลง และแย่ลง เวียดนามเหนือบุกตะลุยไม่หยุด ไม่มีเกียร์ถอยหลัง…

ผู้นำไทย กองทัพไทย ประจักษ์ชัดว่า ถ้าลาวแตก ลาวตกเป็นคอมมิวนิสต์ ไทยเดือดร้อนแน่…

หนังสือ สงครามลับในลาว ของ พลเอกสายหยุด เกิดผล ท่านบันทึกว่า กองทัพไทยต้องจัดส่งหน่วยทหารจาก กรมผสมที่ 13 ประกอบด้วยทหารราบ 2 กองพันทหารปืนใหญ่ 2 กองพัน จากค่ายประจักษ์ศิลปาคมและลพบุรี ขึ้นเครื่องบินไปลาว เพื่อไปยันไว้ก่อน…

นี่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง…

อุดรธานี ยังเติบโตไม่หยุด ฝ่ายไทยไปจัดตั้ง บก.333 ในค่ายประจักษ์ศิลปาคม อุดรธานี เพื่อควบคุมการทำสงครามของนักรบไทยในลาว

ผู้เขียนหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำว่า “ทหารไทย” ในทุกบท เนื่องจากในเวลานั้น ทหารไทย ผู้ที่สมัครใจจะไปทำการรบในลาวต้องเขียนใบลาออกจากทางราชการไว้ก่อน การทำงานในสนามรบถือว่ามิใช่ในนามของราชการกองทัพไทย จึงใช้คำว่า “นักรบไทย”

มิใช่เฉพาะทหาร ตำรวจ ที่ไปทำงานในลาว …ยังมีพลเรือนที่ต้องการความตื่นเต้น หาประสบการณ์ใส่ตัว โดยเฉพาะผู้ที่พูดภาษาอังกฤษได้ก็สมัครไปทำงานเป็น “ผู้นำอากาศยานหน้า” (FAG : Forward Air Guide) ในสนามรบ ซึ่งต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น

อธิบายแบบง่ายๆ …หน่วยทหารที่อยู่ในสนามรบ จะมีผู้ทำหน้าที่ FAG… จะต้องเสี่ยงตายไปแอบอยู่ในจุดที่พอมองเห็นสนามรบ รู้ว่าหน่วยของเราอยู่ตรงไหน ข้าศึกน่าจะอยู่บริเวณไหน… FAG จะทำหน้าที่พูดวิทยุ ติดต่อกับอากาศยานฝ่ายเราที่บินเข้ามายิงสนับสนุนฝ่ายเรา อากาศยานฝ่ายเราที่เข้ามาทิ้งระเบิดใส่ข้าศึก คอยบอกทิศทาง ระยะของตำบลกระสุนตก บอกนักบินให้ทิ้งระเบิดให้ลงเป้าหมาย

FAG คือ คนสำคัญ ต้องมีความรู้ กล้าหาญ บอกทิศทาง ระยะ รู้จักชนิดของระเบิด …ที่สำคัญ คือ ต้องพูดรู้เรื่อง
ถ้าหน่วยทหารละลาย… FAG ก็มักจะตายไปกับหน่วย มีพลเรือน หนุ่มไทยจำนวนไม่น้อยที่เป็น FAG ชั้นเยี่ยม และบางคนก็หายสาบสูญไป

การฝึกอบรม องค์ประกอบ สรรพสิ่งทั้งหลาย อุบัติขึ้นในสนามบินอุดร คนไทยจำนวนมากชาย-หญิง ได้มีโอกาสทำงานบริการทหารสหรัฐในฐานบิน เศรษฐกิจในอุดรฯเติบโตแบบก้าวกระโดด

กระแสไฟฟ้าในฐานบินที่ไม่พอเพียง ดับๆ ติดๆ เป็นเรื่องอันตรายสำหรับเรดาร์ ระบบการสื่อสาร …นี่เป็นเรื่องขี้ผง…อเมริกันปั่นไฟใช้เอง โดยเฉพาะเพื่อใช้กับเครื่องปรับอากาศที่แสนจะน่าตื่นเต้น

กลับมาที่ประเด็นหลัก…สนามบินอุดรครับ….

การรบในลาว… พาหนะชนิดเดียวที่ทำงานได้ คือ อากาศยาน บริษัทแอร์อเมริกา ที่ใช้นักบินมะกัน ต้องบินขึ้นจากอุดร ส่งอาหาร น้ำดื่ม กระสุน สิ่งอุปกรณ์ทั้งปวงที่ทหารในสนามรบต้องการ แอร์อเมริกาบินไปทิ้งร่มให้

ซีไอเอ ไปสร้างสนามบินที่เมืองล่องแจ้ง (Long Tieng) สำหรับอากาศยานเบา มีตำรวจ PARU ของไทยไปทำงาน สนามบินที่ล่องแจ้ง สร้างในหุบเขา ไม่ปลอดภัยจากการยิงระยะไกลของเวียดนามเหนือ

ณ สนามบินล่องแจ้ง เป็นที่ตั้งของ ฉก. วีพี (Task Force VP) ชื่อจัดตั้ง คือ บก. สิงหะ ที่นักรบไทยไปอำนวยการรบ

เฮลิคอปเตอร์ ปอร์ตเตอร์ คาริบู อากาศยานเบาทุกชนิดใช้บริการของสนามบินอุดรธานี-ล่องแจ้ง

นักรบไทย เสือพราน ทั้งไทยและสหรัฐ ที่ต้องผลัดเปลี่ยนกำลัง ถึงวงรอบพักผ่อน ผู้ใหญ่มาตรวจเยี่ยม ต้องมาขึ้น-ลง ที่สนามบินอุดร…

เวียดนามเหนือ โหมระดมสรรพกำลังเข้ามาในลาวไม่หยุด ที่มั่นของฝ่ายทหารม้งราว 3 หมื่นคน ที่นายพลวังเปาเป็นแม่ทัพใหญ่ รับเงินจากซีไอเอ เริ่มแตกละลาย …เสียพื้นที่ให้ทหารเวียดนามเหนือต่อเนื่อง

สหรัฐเองก็ทิ้งระเบิดในลาวแทบจะทำให้โลกหยุดหมุน พ.ศ.2512 เพิ่มกำลังทหารม้งเป็น 40,000 คน ซีไอเอจ่ายเงินให้ทั้งหมด

1 ใน 3 ของทหารม้งมีอายุต่ำกว่า 14 ปี และที่เหลือส่วนใหญ่อายุ 15-18 ปี…ใครๆ ก็อยากได้จับเงินดอลลาร์

เมื่อเด็กหนุ่มม้งมาหาเงิน ถือปืนออกรบกันเกือบหมด ประชากรม้งนับแสนคนต้องอพยพย้ายถิ่นฐานบ้านช่องพเนจรไปเรื่อย …ไม่มีใครปลูกข้าว

แอร์อเมริกาต้องบินเอาข้าวสารไปทิ้งร่มให้ชาวม้งในป่าเขา ส่วนใหญ่ขึ้นบินจากสนามบินอุดร…

ส่งข้าว ส่งของทุกชนิด จนทำให้เด็กๆ ชาวม้ง เชื่อว่า…ข้าว…ไม่ต้องปลูก มันจะตกลงมาจากท้องฟ้าเสมอ…

ทหารชาวม้ง รวมทั้งนักรบเสือพรานไทยเสียชีวิตในสมรภูมิรบมหาศาล

ไอ้ที่รบก็รบกันไป ตายก็ตายไป ไอ้ที่ใส่สูท จิบไวน์ ฟังเพลง นอนโรงแรมหรูเจรจาก็ว่ากันไป

ราวกุมภาพันธ์ พ.ศ.2516 มีการลงนามในสนธิสัญญาหยุดยิงและสันติภาพทางการเมืองในปารีส….กำหนดให้สหรัฐ ไทย และมหาอำนาจ (จีน โซเวียต) ถอนทางทหารทั้งหมดออกจากลาว

บรรยากาศทางการเมืองที่พลิกขั้ว ย้ายข้างในอเมริกา ส่งผลให้ทุกฝ่ายต้องถอนทหารออกในปี 2516

ซีไอเอในลาว เริ่มผ่อนคันเร่ง แตะเบรก ตามนโยบายวอชิงตัน แปลว่า…มะกันจะเลิกสนับสนุนการทำสงคราม เสือพรานไทยที่เป็นหุ้นส่วนสงคราม พอทราบแนวทางก็เริ่มทยอยถอนกำลังกลับ…

อ้าวเฮ้ย ! …ทหารชาวม้งนับหมื่นคนที่เป็นลูกน้องมะกัน รบกับทหารลาวคอมมิวนิสต์ รบกับเวียดนามเหนือ เลยกลายเป็นกบฏโดยพลัน

ลาวฝ่ายนิยมคอมมิวนิสต์และทหารเวียดนามเหนือจะ “ขอเช็กบิล”

ราวมิถุนายน พ.ศ.2518 สถานการณ์ในเวียงจันทน์ทรุดหนัก ฝ่ายคอมมิวนิสต์ลาวจับกุม คุมขัง ข้าราชการระดับสูง จำนวนมาก “เข้าค่ายสัมมนา” ในเวียงจันทน์ ให้ข้าราชการทั้งหลาย “กล่าวโทษ” กันเอง

ข้าราชการผู้ใหญ่ บิ๊กๆ ทั้งหลาย จะถูกส่งไปดูงานที่ค่าย “ซำเหนือ” ถูกทรมาน แล้วหายไปนับร้อยคน ฝ่ายคอมมิวนิสต์แต่งตั้งข้าราชการระดับล่างขึ้นมาแทนเพื่อให้รางวัล สร้างความแตกแยกแล้วปกครอง…

ชนชั้นกลาง ข้าราชการ หนีออกนอกประเทศ

ทหารม้ง โดยลำพังไม่มีศักยภาพ เริ่มหนีทัพ หนีหัวซุกหัวซุนเข้าป่าลึก

เมื่อหันหน้า-หันหลัง ไม่มีซีไอเอ…ม้งอยู่ไม่ได้แน่ ขอหนีเข้าไทย …

ชาวม้งมากกว่า 120,000 คนกลายเป็นผู้ลี้ภัยในบ้านเกิดของตนเอง ทหารม้งราว 18,000 คนถูกลอยแพทิ้งในสนามรบ

2 ธันวาคม 2518 คอมมิวนิสต์ลาว โดยเจ้าสุภานุวงศ์ เป็นฝ่ายชนะสงคราม ยึดอำนาจการปกครองลาวได้เบ็ดเสร็จ

คอมมิวนิสต์ลาวชนะสงคราม เปลี่ยนระบอบการปกครองประเทศ กวาดล้าง จับกุมม้งและครอบครัวที่เคยทำงานให้ CIA

นายพล วังเปา และทหารม้ง ลูกเด็กเล็กแดง ผู้หญิง ประมาณ 2,500 คน ไปรวมตัวกันที่สนามบินล่องแจ้ง…เครื่องบินทุกชนิดถูกนำมาใช้ ยัดม้งเข้าไป จากสนามบินล่องแจ้ง มาลงที่สนามบินอุดร

เวลานั้น… ซีไอเอ มีเครื่องบินเพียง 1 ลำ เพื่ออพยพ จึงวิทยุด่วนติดต่อนายทหารอเมริกันในกรุงเทพฯ เพื่อจัดเครื่องบินมาขนม้งหนี

เครื่องบิน C-46 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินลำเลียง C-130 อีก 1 ลำ ที่ถูกทาสีลบเครื่องหมายต้นสังกัดของสหรัฐ ทะยานขึ้นฟ้าบินไปยังสนามบินล่องแจ้ง

เครื่องบินอเมริกัน 3 ลำนี้ คือ “พระเอกตัวจริง” ที่ช่วยชีวิตชาวม้ง เครื่องบินแต่ละลำทำการบิน 4 เที่ยวต่อวัน จากล่องแจ้งมาลงที่อุดรฯ ทุกนาที คือ อยู่หรือตาย

ตามปกติเครื่องบินจะบรรทุกผู้โดยสาร 35 คนต่อเที่ยว แต่หน้าสิ่วหน้าขวาน ยัดใส่กันมาได้ถึง 65 คนในแต่ละเที่ยว

ชาวม้งที่เหลือนับหมื่น หาทิศทางมุ่งตะวันตกเดินในป่า ในเขา มุ่งหน้าข้ามโขงมาฝั่งไทย ชาวม้งส่วนหนึ่งที่เข้ามาในไทย ราว 15,000 คนถูกอพยพไปที่ถ้ำกระบอกสระบุรี

(ในปี 2547 สำนักสงฆ์ที่วัดถ้ำกระบอกซึ่งเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวแห่งสุดท้ายของชาวม้ง ถูกปิดลง)

องค์กรระหว่างประเทศนับไม่ถ้วน รีบเดินทางเข้ามาไทยแล้วไปอุดรฯ เพื่อจัดการดูแลชาวม้งนับแสนคน ย้ายชาวม้งเข้าไปอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยกระจายไปในหลายจังหวัด คณะกรรมการผู้ลี้ภัยระดับสูงแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการย้ายถิ่น (IOM) คณะกรรมการช่วยเหลือระหว่างประเทศผู้ลี้ภัยระหว่างประเทศ

ซีไอเอที่จบภารกิจ กลับไปอเมริกา มองว่าชาวม้ง คือ เพื่อนทหารผ่านศึกที่ต้องช่วยเหลือ

เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2518 ซีไอเอกลุ่มนี้หาทางร้องเรียนไปยัง ส.ส. และสภาคองเกรส เพื่ออกกฎหมายช่วยม้งให้มาอยู่ในอเมริกา

พ.ศ.2523 ม้งกลุ่มแรก ที่ถูกคัดเลือก…ได้ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในรัฐมินนิโซตา

ชาวม้งนับหมื่นจากประเทศไทย บินสู่อเมริกาหลังจากสภาคองเกรสผ่านกฎหมายผู้ลี้ภัยของสหรัฐอเมริกา

นี่คือ ประวัติศาสตร์ช่วงที่หายไป ที่คนไทยควรทราบ…

สนามบินอุดร คือ พื้นที่ในประวัติศาสตร์ที่ให้ความปลอดภัย เคยรองรับชีวิตของผู้ลี้ภัยชาวม้งลาว ชาวลาว ที่หนีตายจากสงครามนับหมื่นคน รวมทั้งทหารเสือพรานของไทย และสหรัฐในช่วงวิกฤต…หลังลาวแตก

วังเปา และชาวม้ง ในอเมริกาขวนขวาย สนับสนุนให้ม้งไปอเมริกา

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 ถึง พ.ศ.2540 มีชาวม้งประมาณ 138,000 คนหลบหนีเข้ามายังค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

ชาวม้งกว่า 100,000 คน ได้รับการคัดเลือกให้ย้ายถิ่นฐานไปอเมริกา บางส่วนไปฝรั่งเศส ออสเตรเลียและแคนาดา

พ.ศ.2540 ค่ายผู้ลี้ภัยชาวลาวปิดตัวลง ผู้ลี้ภัยที่เหลือบางส่วนเดินทางกลับไปลาว โดยได้รับการสนับสนุนจาก UNHCR เรื่องความปลอดภัย บางส่วนก็กลืนหายไปกับชาวม้งในภาคเหนือของไทย

เจอร์รี่ แดเนียลส์ (Jerry Daniels) คือ ซีไอเอที่เป็นนายทหารคนสนิท (ทส.) ของวังเปา เป็นชาวอเมริกันเพียงคนเดียวที่ไม่หนี ขอเสี่ยงตายจัดการอพยพชาวม้งจากสนามบินล่องแจ้งมาที่อุดรฯ ถือได้ว่าเป็นวีรบุรุษในการอพยพชาวม้ง

ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป… วังเปา และ เจอร์รี แดเนียลถูกอพยพอย่างลับๆ โดยเฮลิคอปเตอร์มายังสนามบินอุดร ประเทศไทย

วังเปา และครอบครัว ไปใช้ชีวิตในอเมริกา ทำทุกอย่างเพื่อให้ชาวม้งย้ายถิ่นฐานไปอเมริกา เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2554 อายุ 81 ปี ที่เมืองเฟรสโน แคลิฟอร์เนีย (Fresno, Calif.) มีลูก 25 คน มีหลาน 68 คน ชาวม้งในอเมริกาจัดงานศพต่อเนื่องนาน 6 วัน… ม้งนับหมื่นมาร่วมพิธีศพ

ปัจจุบัน (พ.ศ.2563) มีชาวม้ง-อเมริกันราว 3 แสนคน หลายคนเล่นการเมืองได้ดิบได้ดี เป็นใหญ่เป็นโตมีอิทธิพล โดยเฉพาะรัฐในมินนิโซตา

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย เกิดขึ้น ณ สนามบินอุดรฯ ที่ลูกหลานไทยควรทราบ..

เรียบเรียงโดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

ข้อมูลบางส่วนจาก Hmong Timeline | Minnesota Historical Society