รายงาน : วาระ การเมือง จาก คณะราษฎร 2563 วาระ แห่งชาติ

9.11.20 | 13:00 น.

การเคลื่อนไหวในการจะรับหรือไม่รับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสะท้อนอะไร การเคลื่อนไหวในการเดินหน้าจัดตั้ง “คณะกรรมการสมานฉันท์” สะท้อนอะไร

สะท้อนความตื่นตัวของ “รัฐบาล”

สะท้อนความต้องการที่จะขจัดปัญหาและความขัดแย้งอันดำรงอยู่ในสังคมนับแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

อาจเป็นเช่นนั้น

แต่คำถามก็คือ รัฐบาลแสดงความกระตือรือร้นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มากน้อยเพียงใดนับแต่หลังเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นมา

Advertisement

ยังข้อเสนอ “คณะกรรมการสมานฉันท์” อีกเล่า

เหตุปัจจัยอะไรทำให้พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องเสนอขึ้นมา เหตุปัจจัยอะไรทำให้ นายชวน หลีกภัย จำเป็นต้องออกตัวแรงในระนาบนี้

คำตอบก็คือ เพราะ “เยาวชนปลดแอก”

ถามว่าก่อนการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก” ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในเดือนกรกฎาคม 2563
มีการขยับขับเคลื่อนในเรื่อง “รัฐธรรมนูญ” หรือไม่

มี แต่เชื่องช้าเป็นอย่างยิ่ง

แม้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แนวทาง หลักการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมี
นายพีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน

แต่มีเป้าหมายจะสรุปในเดือนกันยายน

ต่อเมื่อข้อเสนอ 1 ของ “เยาวชนปลดแอก” อันได้รับการขานรับจากเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาอย่างคึกคักนั้นหรอก

จึงได้มีการเร่งรัดอย่างรีบด่วน

ต้องยอมรับว่า เพราะการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก” ในเดือนกรกฎาคม กระทั่งพัฒนาเป็น
“คณะราษฎร 2563” ในเดือนตุลาคมนั้นหรอก

“รัฐธรรมนูญ” จึงกลายเป็น “วาระ” สำคัญ

ไม่เพียงแต่ประเด็นในเรื่องของ “รัฐธรรมนูญ” มีความหมายในทางสังคมขึ้นมาเท่านั้น หากแม้กระทั่ง
ข้อเสนอว่าด้วย “การปฏิรูปสถาบัน” ก็ทวีความร้อนแรงมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

แรกที่มีการเสนอขึ้นมาในวันที่ 3 สิงหาคม

และได้รับการอธิบาย ขยายความอย่างเป็นระบบ กระทั่งนำไปสู่ข้อเสนอ 10 ข้อจากการชุมนุม ณ ลาน พญานาค ธรรมศาสตร์รังสิต ในวันที่ 10 สิงหาคม

ประเด็นนี้ถูกมองว่า “เลยธง”

มีความคาดหมายจากบรรดา “เกจิ” ทางการเมืองว่า การเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก” จะถูกต่อต้าน คัดค้านและมีผู้เข้าร่วมน้อยลง

แต่การชุมนุมของ “เยาวชนปลดแอก” ในวันที่ 16 สิงหาคม กลับเหนือความคาดหมาย

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าการชุมนุม ณ ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน ไม่ว่าการชุมนุมของ

“คณะราษฎร 2563” ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 14 ตุลาคม

ล้วนเป็นการชุมนุมในระดับ “บิ๊กเบิ้ม”

วาระทางสังคมในเดือนพฤศจิกายน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออก ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และต้องมีการปฏิรูปสถาบัน

ถามว่าเป็น “วาระ” อันมาจาก “ใคร”

แม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็รู้ว่ากำหนดโดยปัจจัยอะไร แม้กระทั่ง นายชวน หลีกภัย ก็จำเป็นต้องขับเคลื่อนในเรื่อง “สมานฉันท์” ก่อนจะสายจนกลายเป็นวิกฤต

“เยาวชน” ต่างหากคือผู้กำหนด“วาระ”