จุดตัด หักเลี้ยว จากกรรมการสมานฉันท์ และรัฐธรรมนูญ

12.11.20 | 10:12 น.
จุดตัด หักเลี้ยว จากกรรมการสมานฉันท์ และรัฐธรรมนูญ

จุดตัด หักเลี้ยว
จากกรรมการสมานฉันท์
และรัฐธรรมนูญ

เหตุใดพรรคพลังประชารัฐจึงตั้งข้อกังขาต่อความพยายามของ นายชวน หลีกภัย ในการขับเคลื่อน “คณะกรรมการสมานฉันท์” ให้บังเกิด

อาจเพราะเป็นข้อเสนอจากพรรคประชาธิปัตย์

อาจเพราะองค์ประกอบสำคัญของ นายชวน หลีกภัย คือ การเดินสายติดต่อผ่าน “อดีต” นายกรัฐมนตรีหลายคน

เป็นการติดต่อ “หารือ” และ “เชื้อเชิญ”

Advertisement

จึงปรากฏท่าทีข่มขู่อันมาจาก นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าหากมีการนำเอาข้อเสนอข้อ 3 ของ “คณะราษฎร 2563” มาพิจารณา

ก็จะยื่นฟ้อง

จึงปรากฏท่าทีที่มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์อย่างธรรมดา หากแต่เข้าสู่พรมแดนแห่ง “การด่า” อันลอยลมมาจาก น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ นายสิระ เจนจาคะ

ล้วนเป็น ส.ส. เป็นคนสำคัญแห่งพรรคพลังประชารัฐ

แม้ทางด้านของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรค ทางด้านของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ในฐานะประธานวิป จะให้ความเห็นว่า

เป็นเรื่อง “ส่วนตัว” ไม่เกี่ยวกับ “พรรค”

กระนั้น หากดูบทบาทแต่กาลอดีต ไม่ว่าของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่ว่าของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ไม่ว่าของ นายสิระ เจนจาคะ ล้วนเด่นชัด

เด่นชัดว่าสะท้อน “พรรคภาพ” อย่างเต็มเปี่ยม

สัมผัสได้จากบทบาทเมื่อตอนเปิดปฏิบัติการรุกไล่ “กลุ่ม 4 กุมาร” ออกจากพรรค สัมผัสได้จากจังหวะก้าวในการเสนอญัตติต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 กันยายน

ยืนยันความเป็น “สารนำ” อันยิ่งยวดของ “พรรค”

เมื่อนำมาประเมินเข้ากับท่วงท่าอาการ ไม่ว่าของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่ว่าของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ไม่ว่าของ นายสิระ เจนจาคะ

จึงเท่ากับเป็น “เงาสะท้อน” จาก “พลังประชารัฐ”

หากมองจากท่าทีและการเคลื่อนไหวของรัฐบาลและของพรรคพลังประชารัฐไม่ว่า 1 ต่อรัฐธรรมนูญ 1 ต่อคณะกรรมการสมานฉันท์จะเห็นได้ในเงื่อนปม

เป็นเงื่อนปมที่พร้อมจะประกาศความเป็นตัวของตัวเอง

ไม่เพียงแต่ไม่หวั่นไหวต่อกระแสกดดันจากความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจาก “เยาวชนปลดแอก” ที่ยกระดับและพัฒนาขึ้นเป็น “คณะราษฎร 2563”

หากแต่ยังไม่สนใจต่อพรรคร่วมรัฐบาลอีกด้วย

นั่นก็เห็นได้จากการจับมือระหว่าง 250 ส.ว.กับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเพื่อเตะถ่วงเรื่องรัฐธรรมนูญในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 กันยายน

รวมทั้งการร่วมกันส่งให้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ตีความ

ขณะเดียวกัน เมื่อตระหนักว่าบทบาทของ นายชวน หลีกภัย ต่อ “คณะกรรมการสมานฉันท์” เริ่มจะเลยธงที่รัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐต้องการ

สงครามก่อกวน สงครามสั่งสอนก็เริ่มขึ้น

การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ไม่ว่าของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ว่าของประชาชน

จึงเป็นจุด “นัดพบ” สำคัญทางการเมือง

ผลของการพิจารณาและลงมติในวันที่ 17 พฤศจิกายน นั่นแหละจะเป็นดัชนีอย่างสำคัญในทางการเมืองว่ารัฐบาลต้องการอะไร

ต้องการ “ถอย” หรือว่า “ดับเครื่องชน”