ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะเห็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร (CEO) ที่จะมี “บันทึกถึงผู้ใต้บังคับบัญชา” ดังตัวอย่างจริงของ “สารจากท่านประธาน” ตามนี้
แด่ครอบครัวชาวเดลต้า
สุขสันต์วันลอยกระทง เราขอมอบของขวัญนี้เป็นการขอบคุณทุกท่าน
ที่ดูแลตนเองให้ปลอดภัยและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาตลอดปี
ขอให้เราคงไว้ซึ่งความร่วมมือเช่นนี้เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป
ด้วยความจริงใจ
แจ็คกี้ จาง
“สารจากท่านประธาน” ข้างต้น นอกจากจะถือโอกาสขอบคุณความร่วมมือของพนักงานแล้ว ยังแสดงถึงความเป็นห่วงใยในการทำงาน (ดูแลตนเองให้ปลอดภัย) และชื่นชมการทำงานของพนักงาน (ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ) และแสดงถึงความต้องการหรือเป้าหมายขององค์กรด้วย (ขอให้เราคงไว้ซึ่งความร่วมมือเช่นนี้เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป)
ทุกวันนี้ ผู้บริหารที่ได้ใจลูกน้อง (จริงๆ) อาจจะมีไม่มาก แต่ “สารจากท่านประธาน” ในลักษณะนี้ ก็เป็นหนึ่งใน “เครื่องมือ” ที่ทำให้ได้ใจลูกน้องเหมือนกัน
เรื่องของการได้ใจลูกน้องจะมีความสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะความสำเร็จขององค์กร มักจะเกิดจากการทำงานเป็น “ทีม” ที่ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของพนักงานทุกคนในองค์กรเป็นหนึ่งเดียว เพื่อบรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์ขององค์กร
ดังนั้น นอกจาก “สารจากท่านประธาน” ที่ว่าแล้ว “วิสัยทัศน์ขององค์กร” ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน
ภาวะผู้นำ มักจะหมายถึง “ทักษะในการขอความร่วมมือจากผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้ช่วยทำสิ่งที่ตัวเองทำคนเดียวไม่ได้” ดังนั้น สิ่งแรกที่ผู้นำจะต้องมีเพื่อแสดงถึงภาวะผู้นำของตนเอง ก็คือ “สิ่งที่ตนเองอยากทำให้เกิดขึ้น” (โดยต้องระบุถึง “องค์กรที่อยากเห็น อยากได้ อยากเป็นในอนาคต” ภายใต้การนำของเรา)
ผู้นำจึงต้องมีความสามารถในการกำหนด “วิสัยทัศน์” ที่จะดึงดูดความสนใจและความร่วมแรงร่วมใจจากผู้ให้ความร่วมมือ (ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร) เพื่อจะได้ดำเนินการต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์นั้นๆ ได้
แต่เรื่องที่มองเห็นได้ทั่วไปในทุกองค์กรก็คือ ผู้นำในองค์กรต่างๆ มักจะไม่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน หรือมีแต่วิสัยทัศน์ที่ไม่ดึงดูดความสนใจจากคนที่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นผู้ที่ได้เลื่อนตำแหน่งด้วยการไต่เต้าตามลำดับชั้น หรือทำตามคำสั่งเจ้านายตลอด และค่อยๆ สะสมผลงานจากพนักงานธรรมดาจนมีผลงานถึงเกณฑ์เป็นผู้บริหารได้
องค์กรส่วนใหญ่ จึงเต็มไปด้วยพนักงานที่มุ่งมั่นสู่เป้าหมายในแต่ละช่วงเวลาเท่านั้น หรือมุ่งสู่ความสำเร็จของโครงการหนึ่งๆ มากกว่าคำนึงถึงอนาคตที่ไกลกว่านั้น พวกเขาได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนได้เป็นผู้บริหารระดับสูงหรือเป็นกรรมการบริหาร จึงได้แต่กำหนดวิสัยทัศน์ด้วยการอาศัย “ตัวอย่าง” มาปรับปรุงหรือต่อยอด เช่น “ผู้บริหารคนก่อนทำอย่างไร” “บริษัทคู่แข่งทำอย่างไร” “ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว ต้องตั้งเป้าหมายเท่าไรถึงจะเหมาะสม” “จะปรับวิสัยทัศน์เดิมให้เหมาะกับปัจจุบันนี้ได้อย่างไร” เป็นต้น
เรื่องที่สำคัญยิ่ง ก็คือ “วิสัยทัศน์” ที่จะได้ความร่วมมือจากผู้ร่วมงาน จะต้องเกิดจากความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของผู้บริหารร่วมกับผู้ร่วมงานในการกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กรนั้นๆ ครับผม !
วิฑูรย์ สิมะโชคดี

