หน้าแรก คอลัมนิสต์ รู้จักมลรัฐจอ...

รู้จักมลรัฐจอร์เจียที่จะชี้ชะตา การเมืองสหรัฐอเมริกา ในอีก 2 ปีข้างหน้า

18.11.20 | 12:50 น.

มลรัฐจอร์เจียเป็นหนึ่งในมลรัฐดั้งเดิม 13 มลรัฐเมื่อสถาปนาประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้นเมื่อ พ.ศ.2319 มลรัฐจอร์เจียเป็นมลรัฐตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกามีเนื้อที่ 59.425 ตารางกิโลเมตร (ขนาด 4 จังหวัดของไทยเรารวมกันคือ นครราชสีมา, เชียงใหม่, นครศรีธรรมราช และอุบลราชธานี) จอร์เจียมีประชากร 10,197,423 คน และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในมลรัฐที่มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยจากเดิมเมื่อ พ.ศ.2543 จอร์เจียมีประชากรเพียง 8,186,453 คน เมืองสำคัญในจอร์เจีย ได้แก่ แอตแลนตาเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดในจอร์เจีย สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย จอร์เจียเป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำของโลกได้แก่ โคคา-โคลา, เดลต้าแอร์ไลน์, โฮมดีโปต์, ยูพีเอส และสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น

แม้ว่าขณะที่เขียนบทความนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ที่จะต้องออกจากทำเนียบขาวในวันที่ 20 มกราคมปีหน้าที่จะถึงนี้ก็ตาม แต่ทั่วโลกรับรู้หมดแล้ว และกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจของประธานาธิบดีก็เริ่มดำเนินการแล้ว ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกาคือ นายโจ ไบเดน อย่างแน่นอน

แต่การบริหารประเทศที่เป็นอภิมหาอำนาจที่มีเนื้อที่ พื้นที่ขนาด 9.8 ล้านตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 328 ล้านคน มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลกและมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก เป็นประเทศซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม และเป็นที่พำนักของประชากรเข้าเมืองใหญ่สุดในโลกนั้นมีความยุ่งยากมาก ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีจะมีอำนาจสูงสุดในการบริหาร แต่ก็ไม่มีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจในการออกกฎหมายที่สำคัญที่สุดคือ กฎหมายงบประมาณประจำปี ซึ่งเป็นกฎหมายที่สำคัญที่สุดแบบว่า หากรัฐบาลไม่มีสตางค์แล้วย่อมบริหารไม่ได้โดยเด็ดขาด นอกจากนี้ นโยบายสำคัญต่างๆ ของประธานาธิบดีย่อมไม่อาจกระทำได้ หากฝ่ายนิติบัญญัติไม่เห็นชอบด้วย

ฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วย 2 สภา โดยกฎหมายทุกฉบับต้องผ่านทั้ง 2 สภา จึงจะมีผลใช้บังคับได้ คือ

1) สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 435 คน แต่ละคนมาเป็นผู้แทนเขตเลือกตั้ง จำนวนผู้แทนราษฎรที่แต่ละรัฐที่มีได้ในสภานั้นเป็นไปตามจำนวนประชากรของรัฐนั้นๆ ตามที่ระบุไว้ในสำมะโนครัวล่าสุด แต่ละรัฐต้องมีผู้แทนราษฎรอย่างน้อยหนึ่งคน สมาชิกทั้ง 435 คนดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และดำรงตำแหน่งซ้ำได้ไม่จำกัด บุคคลต้องมีอายุอย่างน้อย 25 ปี และเป็นพลเมืองสหรัฐมาแล้วอย่างน้อย 7 ปี จึงสามารถได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎร

Advertisement

2) วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก 2 คนจากแต่ละมลรัฐ ไม่ว่ามลรัฐนั้นจะมีประชากรเท่าใด ปัจจุบันมีสมาชิกวุฒิสภา 100 คน (จากทั้งหมด 50 มลรัฐ)

แต่ละคนดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี และจะเลือกตั้งราวๆ หนึ่งในสามของสมาชิกทั้งหมดทุกๆ สองปีโดยมีรองประธานาธิบดีเป็นประธานวุฒิสภา โดยตำแหน่ง

ทั้งสองสภามีอำนาจสิทธิขาดบางประการ เช่น วุฒิสภาต้องให้ความเห็นชอบต่อการแต่งตั้งบุคคลของประธานาธิบดี เช่น สมาชิกคณะรัฐมนตรี ตุลาการส่วนกลาง (รวมถึงผู้ได้รับเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งในศาลสูงสุด) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ข้ารัฐการทหาร และเอกอัครรัฐทูตประจำต่างประเทศ ร่างรัฐบัญญัติจัดเก็บภาษีอากรนั้นต้องเสนอในสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายใดๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองสภา และจะเป็นกฎหมายก็ต่อเมื่อประธานาธิบดีลงนาม หรือถ้าประธานาธิบดียับยั้งร่างกฎหมาย สภาทั้งสองจะต้องพิจารณาร่างนั้นใหม่ ถ้าสองในสามของสมาชิกทั้งสองสภายืนยันมติเดิม ร่างกฎหมายนั้นจะเป็นกฎหมายโดยไม่จำต้องให้ประธานาธิบดีลงนามอีก

ดังนั้น ถ้าประธานาธิบดีคนใดโชคดีที่มีพลพรรคเดียวกันครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา ประธานาธิบดีคนนั้นก็จะบริหารประเทศได้โดยสะดวก และมีประสิทธิภาพ แต่หากประธานาธิบดีคนใดที่พรรคการเมืองฝ่ายตนเองได้เสียงข้างน้อยทั้ง 2 สภาก็จะบริหารประเทศได้ด้วยความยากลำบาก แต่ส่วนใหญ่พรรคการเมืองหลักทั้ง 2 พรรคมักจะแบ่งกันมีเสียงข้างมากพรรคละสภาเสมอ ประธานาธิบดี จึงต้องประนีประนอมอยู่เสมอ

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งหลังสุดนี้พรรคเดโมแครตชนะทั้งตำแหน่งประธานาธิบดี และสภาผู้แทนราษฎร แต่ที่น่าลุ้นกันมากก็คือ วุฒิสภา ซึ่งผลการเลือกตั้งก็ออกมาแล้วคือ พรรคเดโมแครตได้วุฒิสมาชิกไป 48 คน ส่วนพรรครีพับริกันได้วุฒิสมาชิก 50 คนโดยทางมลรัฐจอร์เจียนั้นต้องเลือกตั้งวุฒิสมาชิกใหม่ทั้ง 2 ในเดือนมกราคมปีหน้า เนื่องจากกฎหมายเลือกตั้งของมลรัฐจอร์เจียกำหนดให้การเลือกตั้งนั้นผู้ชนะต้องได้คะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่งหากไม่มีใครได้คะแนนเสียงเลือกตั้งเกินครึ่งหนึ่งก็ต้องเลือกตั้งกันใหม่โดยให้ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 2 คนแรกมาแข่งขันกันเท่านั้น

เนื่องจากมลรัฐจอร์เจียเป็นมลรัฐที่มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากผิดจากมลรัฐอื่นๆ ซึ่งจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นนั้นคือ คนรุ่นใหม่ในวัยหนุ่มสาว ซึ่งผู้คนเหล่านี้มักเลือกพรรคเดโมแครตจะเห็นได้จากการที่จอร์เจียนั้นเคยเป็นฝ่ายพรรครีพับลิกันมาโดยตลอดในการเลือกประธานาธิบดีก็เลือกพรรครีพับลิกันมาตลอด 30 ปี แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้นายโจ ไบเดนจากพรรคเดโมแครตก็ชนะได้เป็นประธานาธิบดีอย่างพลิกล็อกเหมือนกัน นอกจากนี้ อดีตวุฒิสมาชิกทั้ง 2 คนนั้นก็สังกัดพรรครีพับลิกันทั้งคู่ทำให้การลุ้นว่า ถ้าหากพรรคเดโมแครตได้ชัยชนะได้วุฒิสมาชิกอีก 2 คนในการเลือกตั้งในวันที่ 5 มกราคมปีหน้า จะทำให้พรรคเดโมแครตจะได้วุฒิสมาชิกทั้งหมด 50 คน เท่ากับพรรครีพับลิกันและตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่ารองประธานาธิบดีเป็นประธานวุฒิสภา โดยตำแหน่งมีหน้าที่ลงคะแนนเสียงตัดสินในกรณีที่มีการโหวตในวุฒิสภาแล้วคะแนนเสียงของทั้ง 2 ฝ่ายออกมาเท่ากัน ซึ่งก็เท่ากับพรรคเดโมแครตมีคะแนนเสียงข้างมากในวุฒิสภานั่นเอง

ครับ ! การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกรอบสองของมลรัฐจอร์เจียนั้นต้องสู้กันแบบเทหน้าตักแน่ๆ ทั้งพรรค
รีพับลิกันและพรรคเดโมแครต

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์