วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 เวลา 13.34 น. ณ รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา มีนายชวน หลีกภัย ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เริ่มให้สมาชิกรัฐสภาขานรับหรือไม่รับหลักการหรืองดออกเสียงแก้ไขร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ รวม 7 ฉบับ มีสมาชิกรัฐสภาเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 672 คน
การอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ถึงเที่ยงคืนอภิปรายเสร็จ 6 ฉบับ ต่อด้วยฉบับที่ 7 ฉบับไอลอว์ หรือโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ไม่เสร็จ จึงมาอภิปรายต่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ถึงเวลาเที่ยงจึงปิดการอภิปราย ซึ่งสมาชิกอภิปรายพร้อมฟังคำชี้แจงจากนายจอน อึ๊งภากรณ์ เป็นผู้นำการชี้แจง
นับแต่สายวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งฝ่ายสนับสนุนให้รับหลักการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ไอลอว์” และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมารักษาความปลอดภัยและป้องกันเหตุรุนแรงอันอาจเกิดจากการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่าย
ระหว่างการชุมนุมกันนั้น มีเหตุปะทะเกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่ายกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต้องใช้รถฉีดน้ำปฏิบัติการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าไปถึงหน้ารัฐสภา มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง
การอภิปรายแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ เหตุผลของผู้อภิปรายในบางประเด็นเช่น คุณสมบัติของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดเพียง มีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น มิได้มีคุณสมบัติอื่นประกอบเช่นอายุ ซึ่งสมาชิกรัฐสภาบางคนเห็นว่า อาจเป็นเหตุให้บุคคลสัญชาติไทยใครก็ได้มีสิทธิเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงผู้ถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง และนักโทษยาเสพติด ฯลฯ
นับเป็นการชูประเด็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทยทุกคน ไม่มีขีดจำกัด หรือกำหนดคุณสมบัติ ทั้งยังเป็นการอธิบายถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้ชัดเจนว่า ไม่ควรมีการจำกัด หรือการละเมิดใดทั้งสิ้น
การนำเสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญพุทธศักราช 2560 ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่มีการอภิปรายหรือชี้แจงถึงสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนอย่างเห็นชัดเจน ด้วยเห็นว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชนไม่ว่าจะเป็นใคร ซึ่งมีมาตลอดตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน แม้ไม่มีกฎหมายรองรับ
ทั้งรัฐธรรมนูญซึ่งกำหนดไว้ในหมวด 1 บททั่วไป มาตรา 5 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้
ขณะที่หมวด 3 มาตรา 25 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย… การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเช่นว่านั้นไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น
หลักสำคัญของระบอบประชาธิปไตย คือสิทธิและเสรีภาพของบุคคล แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นหลังจากขานรับตอบสมาชิกรัฐสภาทีละคนเสร็จสิ้น ปรากฏว่ามีสมาชิกรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญทีละฉบับ ปรากฏว่า ฉบับที่ 1 รับหลักการ 551 เสียง ไม่รับหลักการ 21 เสียง งดออกเสียง 119 เสียง ฉบับที่ 2 รับหลักการ 622 เสียง ไม่รับหลักการ 18 เสียง งดออกเสียง 57 เสียง ฉบับที่ 3 รับหลักการ 205 เสียง ฉบับที่ 4 รับหลักการ 257 เสียง ไม่รับหลักการ 20 เสียง งดออกเสียง 413 เสียง ฉบับที่ 5 รับหลักการ 200 เสียง ไม่รับหลักกการ 49 เสียง งดออกเสียง 443 เสียง ฉบับที่ 6 รับหลักการ 256 เสียง ไม่รับหลักการ 21 เสียง งดออกเสียง 415 เสียง และ ฉบับที่ 7 (ไอลอว์) รับหลักการ 204 เสียง ไม่รับหลักการ 129 เสียง งดออกเสียง 362 เสียง
เป็นอันว่า รับหลักการทั้งสิ้น 2 ฉบับ ไม่รับหลักการ 5 ฉบับ
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

