หน้าแรก คอลัมนิสต์ รธน.ใหม่ เนื้...

รธน.ใหม่ เนื้อเก่า ในโลกเก่า เนื้อใหม่ รธน. VS โปเกมอน

11.08.16 | 11:51 น.

จะเรียกว่าเป็นความย้อนแย้ง

ความหลากหลาย

ความงดงาม

หรือเป็นตลกร้ายของชีวิต

ก็แล้วแต่ทรรศนะมุมมองของใคร

Advertisement

แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้วในวันที่ 7 สิงหาคมก็คือ

ในขณะที่คนไทย 15.5 ล้านคนเดินออกจากบ้านไปเข้าคูหากากบาทรับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการร่าง

ก็มีคนไทยอีกจำนวนนับล้านเดินออกจากบ้านไปไล่จับ “โปเกมอน โก”

เกมใหม่ยอดฮิตที่ระบาดไปทั่วโลก

น่าเสียดายที่คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมิได้ลงรายละเอียดเหมือนคณะกรรมการจัดการลงคะแนนเสียงว่าจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ของอังกฤษ

จึงมีแต่ตัวเลข “พื้นที่” ให้เปรียบเทียบ ให้วิเคราะห์วิจารณ์ ว่าคนในจังหวัดที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว

แต่ไม่มีตัวเลข “อายุ” ของผู้ออกมาลงมติ ว่าคนในช่วงวัยใดให้การสนับสนุนหรือคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญนี้มากที่สุด

มีแต่ภาพเปรียบเทียบว่า ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เพิ่งผ่านการรับรองไปนั้น

อายุมากกว่า 80 ปี

โดยมีผู้ให้การสนับสนุนสำคัญในรัฐบาล และ คสช.

ที่มีอายุอยู่ในช่วง 60 กลางไปจนกระทั่งถึง 70 ต้น

เมื่อเปรียบเทียบกับอายุของกลุ่มผู้เล่นโปเกมอน โก ในสังคมไทย (และที่อื่นๆ ในโลก)

ที่อยู่ตั้งแต่วัย 10 กลางๆ 20 ทุกกลุ่ม และ 30 ต้นๆ แล้ว

ย่อมตรงข้ามกันเป็นอย่างยิ่ง

มีจุดให้ตั้งข้อสังเกตอย่างยิ่ง

ว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างด้วยผู้อาวุโสระดับ 80 ปี และผู้สนับสนุนสำคัญในวัย 60-70

จะสอดคล้องหรือตอบสนองกับชีวิตและความเปลี่ยนแปลงของคนในวัย 10-20-30 หรือไม่-เพียงใด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเนื้อหาหลักของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดึงสังคมไทยกลับไปสู่โครงสร้างอำนาจเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

ยุคที่รัฐบาลเผด็จการทหารมีอำนาจเต็มมือ

โครงสร้างเช่นนี้จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางวิทยาการและวัฒนธรรมของโลกยุคใหม่และคนรุ่นใหม่

ที่มี โปเกมอน โก เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

ได้หรือไม่?

ไม่ว่าจะในยุคที่โลกจริงกับโลกเสมือนกำลังเคลื่อนเข้าหากัน

หรือในโลกโบราณผ่านมา

ความเชื่อ ค่านิยม หลักยึด และหลักปฏิบัติของคนแต่ละช่วงวัยก็แตกต่างกันอย่างยิ่งอยู่แล้ว

ไม่เช่นนั้นคงไม่มีคำ “ช่องว่างระหว่างวัย”

ในทุกสังคม

แต่วิทยาการใหม่ที่นำมาซึ่งวัฒนธรรมและค่านิยมใหม่ เน้นย้ำภาพขัดแย้งหรือตรงข้ามกันนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

อะไรที่คนรุ่นหนึ่งเคยเชื่อมั่นยึดถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ไม่สามารถล่วงละเมิดหรือแตะต้องได้

อาจจะเป็นสิ่งสามัญธรรมดาของคนอีกรุ่นหนึ่ง

พิจารณาจาก โปเกมอน โก ก็จะเห็นได้

เมื่อทำเนียบรัฐบาล อันเป็นศูนย์กลางของอำนาจบริหาร เป็นหนึ่งใน “โปเกมอน สต๊อป” หรือแหล่งล่อตัวโปเกมอน

ให้สมาชิกและสาวกทั้งหลายมาไล่จับเป็นที่สนุกสนาน

ไม่ว่าจะเป็นตึกไทยคู่ฟ้า ตึกบัญชาการ ตึกนารีสโมสร หรือบริเวณศาลพระภูมิเจ้าที่

จุดปรากฏตัวของโปเกมอนสารพัดชนิด

ยังครอบคลุมในรัฐสภาและกระทรวงต่างๆ

ในสถานการณ์ โปเกมอน โก ครองโลก-หรือรุกล้ำพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างทำเนียบรัฐบาลเข้าไปแล้ว

รัฐไทยรับมือหรือตอบโต้อย่างไร

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ห่วงใยและกังวล

และสั่งการไปยัง นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กำชับถึงเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

มีข้อกำหนดว่า เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองก่อน

“ในส่วนของทำเนียบรัฐบาล บุคคลที่เล่นคงเป็นบุคคลภายใน ซึ่งคงจะรู้กาลเทศะและความเหมาะสม ไม่ใช่อยู่ๆ จะไปวิ่งไล่จับโปเกมอนที่ตึกไทยคู่ฟ้า หรือศาลพระภูมิเจ้าที่

“ขอให้ระวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจจะไม่พอใจก็ได้”

ให้สังเกตคำว่า “กาลเทศะ” และ “ความเหมาะสม”

ใครเป็นผู้กำหนดข้อห้ามข้างต้น

และข้อกำหนดนี้ยังศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่

น่าสนใจ-น่าสนใจ