ที่เห็นและเป็นไป : ‘หนทางอื่น’ ไม่เหลือแล้ว

ที่เห็นและเป็นไป : ‘หนทางอื่น’ ไม่เหลือแล้ว

การพัฒนาเมืองที่ศึกษาเรียนรู้ไม่พอที่จะให้เกิดความกลมกลืนไปกับธรรมชาติ หรือการมุ่งแต่ความเจริญเฉพาะหน้าขาดการมองถึงผลกระทบที่จะเกิดในแม้ในอนาคตอันใกล้ ทำให้ฝนที่ตกหนักเป็นปกติในภาคใต้กลับทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ เพราะสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำที่เคยไหลลงทะเลได้สะดวก

การบริหารจัดการแบบนี้ก่อความเดือดร้อนไปทั่วพื้นภาคใต้อีกครั้ง ซึ่งหลังจากนี้จะต้องทำโครงการเสนองบประมาณเพื่อรื้อล้าง ปรับปรุงให้ใหม่อีกมหาศาล

ความเสียหายของส่วนรวมที่ก่อวิกฤต จะเป็นโอกาสแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวอีกครั้งจากความจำเป็นต้องใช้งบประมาณมากมายนั้น

ท่ามกลางสถานะการเงินการคลังของชาติอยู่ในสภาพจำเป็นต้องหาทางให้ประชาชนจ่ายภาษีเข้มข้นขึ้นเพื่อประคับประคอง

ในอีกมุม หญิงสาวไทยกลุ่มหนึ่งออกไปทำกิจกรรมในสถานบันเทิง และบ่อนในประเทศเพื่อนบ้าน กลับเข้าประเทศพร้อมเชื้อ “โควิด-19” ที่ติดมา เธอทั้งหลายเหล่านั้นผ่านเข้ามาฉลุยทั้งที่มีระเบียบบังคับให้ต้องกักกันทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศ ยิ่งเป็นประเทศที่รับรู้อยู่แล้วว่าโรคนี้ระบาดหนัก เจ็บป่วย ล้มตายกันเป็นจำนวนมาก การตรวจตรา กักกันยิ่งต้องเข้มงวด

แต่การบริหารจัดการเพื่อให้ใช้ระเบียบอย่างได้ผลไม่เกิดขึ้น

เธอทั้งหลายเหล่านั้น เข้ามาแล้วตะลอนไปทั่ว

ส่งผลให้รัฐบาลดูจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากล็อกดาวน์เมืองใหญ่ๆ อีกครั้ง

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นคือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ประเทศที่ทำลายระบบเกษตร เอาอนาคตไปฝากไว้กับการพึ่งพิงอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

การบริหารจัดการที่ไม่สามารถส่งเสริมการลงทุนได้อย่างราคาคุย บวกกับสภาพการเมืองที่นับวันจะสะท้อนชัดว่าหลักการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม โปร่งใส เข้าใจ เสื่อมลงเรื่อยๆ มีการใช้อำนาจแบบไม่ยึดถือหลักการอยู่ร่วมกันที่เข้าใจได้

เป็นเหตุให้นักลงทุนย้ายโรงงานไปตั้งฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านที่มีมาตรฐานในเงื่อนไขการลงทุนดีกว่า

ขณะที่การท่องเที่ยวที่พอจะหายใจหายคอได้บ้าง เริ่มถูกถล่มด้วยการระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 อันเกิดจากการละเลยของเจ้าหน้าที่

คนทำมาหากินรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ด้วยอารมณ์ที่กลับมาสู่ความหม่นหมอง และสิ้นหวัง

เป็นอารมณ์ที่ไม่ต่างอะไรกับบรรยากาศการอยู่ร่วมกันของคนในชาติ

ความขัดแย้ง แตกแยกทางความคิดที่เกิดขึ้น นับวันจะเพิ่มความหดหู่

เริ่มจาก “ความเหลื่อมล้ำ” ที่ก่อความไม่เท่าเทียม ทำให้คนด้อยโอกาสที่ชีวิตยากลำบากไปทุกเรื่องแตกแยกขัดแย้งกับอภิสิทธิ์ชนที่ชีวิตสวยวาสนาดีงามไปทุกอย่าง

การชี้นำความคิด ความเชื่อ นำสู่การแตกแยกคนกลุ่มคนที่แตกต่าง เข้ามาสู่กลุ่มเพื่อน

วันนี้ขัดแย้งกันเข้มข้นในครอบครัวระหว่าง พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้าอา กับลูกๆ หลานๆ

ครูกับนักเรียนทะเลาะกันเรื่องรูปแบบในสภาพของคุณภาพการศึกษา การให้ความสำคัญระหว่างระเบียบวินัย การเคารพธงชาติ เครื่องแบบนักเรียน กับประสิทธิภาพการเรียนการสอน ความรู้ความสามารถของครู

เกิด “นักเรียนเลว” กับ “ครูดี” ปะทะกันดุเดือดไปทั่วประเทศ

ท่ามกลางคำถามถึงอนาคตของคนรุ่นใหม่ว่าจะฝากไว้ในสาระแบบไหน

เรื่องราวเหล่านี้ ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล เห็นการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นความดีงาม เป็นความเสียสละมากมายให้กับประเทศชาติ ประกาศว่าเป็นผลงานที่โดดเด่น ถึงขนาดส่งเสียงประกาศว่าไม่เคยมีรัฐบาลใดในอดีตประสบความสำเร็จ นำพาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองได้ขนาดนี้

แต่อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเป็นความเลวร้ายอย่างที่สุด เป็นยุคสมัยที่ประเทศตกต่ำในการพัฒนาอย่างที่สุด กระทั่งทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง จำเป็นต้องออกมาต่อสู้ เพื่อวันข้างหน้าที่พอมีความหวังบ้าง

การต่อสู้กันเกิดขึ้นในทุกมิติ ที่หนักหน่วงต่ออารมณ์ความรู้สึกคือ การตั้งทีมไอโอต่อสู้กันในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตใหม่ของผู้คนในโลกยุคนี้

ต่างคนต่างแสดงความเห็น ต่างแชร์ข้อมูลไปตามความเชื่อ และภารกิจที่ได้รับมอบหมายของตัวเอง โดยไม่ใส่ใจว่านั่นเป็นการขยายความขัดแย้ง ก่อให้เกิดความรู้สึกว่านับวันยิ่งยากที่จะพูดคุยกัน เนื่องจากความแตกต่างของความคิดความเชื่อยืนอยู่คนละฝั่งฟากที่ถ่างกว้าง ห่างกันมากขึ้นทุกที

ไม่ว่าจะในความเป็นเพื่อน หรือในความสัมพันธ์ในฐานะอื่นๆ

ไม่ใช่แค่สังคมที่ต่างคนต่างอยู่ แต่เป็นสังคมที่ตะเบงเสียงด่ากราดคนที่เห็นต่างกันอย่างคร่ำเคร่ง มีไม่น้อยสิ้นคิดถึงกับเสนอให้ฆ่าฟัน ทำลายล้างกัน

ขณะที่ในใจลึกๆ ต่างก็รู้อยู่ในใจว่า ไม่มีใครฟังใคร

ต่างคนต่างสัมผัสถึง “ความไร้ค่าของตัวเองในการยอมรับของเพื่อนร่วมสังคม” แต่ปกปิดไว้ด้วยเสียงตะโกน เพื่อให้อาศัย “ความรู้สึกว่าคนอื่นไร้ค่ากว่า” มาปกป้องตัวเองไว้

การบริหารประเทศที่นำพาอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน และก่อปัญหาต่างๆ ให้ประเทศเช่นนี้นั้น คือความเป็นไปที่ทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ในฐานะ “ผู้นำประเทศ” ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้เปี่ยมด้วยคุณงามความดี เสียสละอย่างสูงส่ง” จนเกินกว่าจะให้มีความผิด ต้องรับผิดชอบกับกติกาการอยู่ร่วมกันของประเทศ เหมือนกับคนอื่นๆ ได้

ต้องอยู่ในฐานะผู้บริสุทธิ์ มีสภาวะที่พ้นจากการที่สิ่งหนึ่งสิ่งใด หรืออะไรจะทำให้แปดเปื้อนได้

เหมือนกับจะบอกว่าการอยู่ร่วมกันในบ้านนี้เมืองนี้ ไม่หนทางอื่น

นอกจากหนทางนี้เท่านั้น

อย่าได้สะเออะมาเสนอทางอื่น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon